ตอนที่ 646 มีปัญหาอันใดงั้นหรือ ?
วินาทีต่อมา
ขณะที่ดวงตาคนละสีของบุรุษชุดดำเปล่งประกายอาฆาต หมายที่จะเข้าไปสังหารเย่หลิงอี้นั้น
“สิบปากว่าก็มิเท่าตาเห็น ท่าทางโดดเด่นสง่างามไร้ที่เปรียบจริง ๆ ”
เย่ฉางชิงมองเย่หลิงอี้ที่ทำท่าทางวางอำนาจบาตรใหญ่ พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้มเรียบ ๆ ว่า “แต่ท่านช่างมาได้เวลาพอดี”
“ที่ข้ามาในวันนี้จุดประสงค์ก็เพื่อจะมาประลองหมากกับท่าน และถือโอกาสแก้ไขความแค้นของเย่เหลียงเฉินก่อนหน้านี้ด้วย”
“ประลองหมาก ? ”
เย่หลิงอี้ขมวดคิ้วน้อย ๆ พลางเอ่ยเสียงเรียบว่า “เจ้าก็บำเพ็ญเพียรวิถีหมากเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
‘ข่าวที่ได้รับมาผิดพลาดเยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘ข่าวที่ได้รับก่อนหน้านี้ บอกว่าผู้กลับชาติมาเกิดใหม่ผู้นี้บำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่นี่นา’
‘อีกทั้งก่อนหน้านี้มินาน คนผู้นี้ยังได้สร้างความโกลาหลภายในเขตแดนของอ๋องเจี้ยนเอาไว้มิน้อยอีกด้วย’
‘แต่บัดนี้กลับจะมาขอประลองหมากเยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘หรือว่าจะบำเพ็ญเพียรทั้งวิถีหมากและวิถีกระบี่ ? ’
‘เป็นไปมิได้ ! ’
‘แม้ว่าบนโลกนี้จะมีถึงสามพันวิถี ทว่าแต่ละวิถีล้วนล้ำลึกอย่างมาก’
‘ต่อให้เป็นผู้ที่กลับชาติมาเกิด ก็มิมีทางที่จะบำเพ็ญเพียรสองวิถีพร้อมกันได้อย่างแน่นอน’
‘หรือคนผู้นี้จะบำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่เป็นหลัก ส่วนวิถีหมากเพียงแค่ฝึกเพราะสนใจเท่านั้น ? ’
‘หากเป็นเช่นนั้นจริง ก็จะดูถูกข้าเกินไปแล้ว’
‘แต่ก็ดีเหมือนกัน’
‘อยากทำให้ตนเองอับอายขายขี้หน้านักมิใช่หรือไง ? ’
‘เช่นนั้นข้าก็จะทำให้เจ้าสมปรารถนาเอง ถือโอกาสแก้แค้นให้กับเหลียงเฉินไปด้วยเลย’
“จะเรียกเช่นนั้นก็ได้”
เย่ฉางชิงพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “ก่อนหน้านี้ตอนที่ข้าสู้กับเย่เหลียงเฉิน เพราะสามารถแก้กลหมากของเขาได้ จึงทำให้เขาถูกวิถีหมากครอบงำจนตาย”
“และการที่ข้าต้องการประลองหมากกับท่าน ก็เพราะต้องการให้ท่านทราบว่า ข้าหาได้มีจิตใจที่คิดจะสังหารผู้อื่นไม่ ตอนนั้นเพียงแค่พลั้งมือไปก็เท่านั้น”
เย่หลิงอี้หัวเราะเยาะออกมา พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนั้นข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าวิถีหมากของเจ้าแท้จริงแล้วจะเก่งกาจเพียงใด”
สิ้นเสียง รอบกายของเย่หลิงอี้ก็เปล่งแสงออกมา ด้านหลังปรากฏกระดานหมากที่ปกคลุมไปด้วยสัญลักษณ์โบราณมากมายกระดานหนึ่งขึ้นมา
ขณะเดียวกัน พลังอันแข็งแกร่งกลุ่มหนึ่งก็พุ่งขึ้นฟ้า ไอพลังขั้นสูงสุดของระดับเทพพิภพก็แผ่ไปทั่วท้องฟ้าในทันที
จากนั้นเขาก็สะบัดแขนข้างหนึ่ง กระดานหมากที่มุมมีรอยแหว่งเล็กน้อยพลันลอยขึ้นตรงหน้า
มิเพียงเท่านั้น ความว่างเปล่าใต้ฝ่าเท้าของเขาก็เริ่มสั่นสะเทือน พร้อมส่งเสียงคำรามที่น่าสะพรึงกลัวออกมา
เพียงพริบตาเส้นมากมายก็เชื่อมต่อกัน จนปกคลุมท้องฟ้าของเมืองโลกวิญญาณเอาไว้กลายเป็นค่ายกลสังหารขนาดใหญ่บนอากาศ
อีกทั้งปรากฏการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจเช่นนี้ กลับดูคล้ายกระดานหมากขนาดใหญ่ลอยอยู่บนท้องนภาอีกด้วย
“ผู้อาวุโสเย่ ท่านต้องระวังตัวด้วยนะขอรับ”
เมื่อเห็นภาพอันน่าตื่นตระหนกเช่นนี้
เอี้ยนฉีเซิ่งก็เอ่ยออกมาอย่างหวาดผวาว่า “ตอนนั้นที่ผู้น้อยสู้กับเย่หลิงอี้ ก็มีนิมิตเช่นนี้ปรากฏขึ้นเหมือนกันขอรับ”
“เมื่อเข้าไปภายในนั้นผู้น้อยจึงได้พบว่าปรากฏการณ์เช่นนี้หาใช่นิมิตไม่ แต่กลับเป็นค่ายกลสังหารอันน่ากลัว หากเข้าไปในนั้นแล้ว เมื่อเขาวางหมากค่ายกลสังหารก็จะเริ่มโจมตีทันที”
ได้ยินดังนั้น เย่ฉางชิงก็ชะงักงัน และอดมิได้ที่จะลังเลขึ้นมา
‘หมายความว่าหากจะประลองหมากกับอ๋องฉีผู้นี้ ก็จะต้องเข้าไปภายในค่ายกลสังหารของเขา’
‘เช่นนั้นในการดวลหมากครั้งนี้มิว่าอ๋องฉีผู้นี้จะแพ้หรือว่าชนะก็มิมีความหมายกับเขาเลยน่ะสิ ? ’
‘ช่างเป็นคนที่เจ้าเล่ห์ยิ่งนัก ! ’
‘แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว จะให้ถอยก็คงเป็นไปมิได้แล้ว’
‘จะให้ยอมแพ้ต่อหน้าทุกคนก็คงจะมิได้กระมัง ? ’
‘อีกอย่างจะวางท่าเช่นไรล้วนมิสำคัญ’
‘แต่ที่สำคัญคือหน้าตาและความเคารพนับถือตนเองเยี่ยงชายชาตรี’
‘และที่สำคัญที่สุดก็คือ’
‘ข้ามีสุดยอดของวิเศษอย่างตำหนักเทพวาสนาอยู่ในมือ ต่อให้ถูกขังเอาไว้ในค่ายกลสังหาร ก็สามารถอาศัยตำหนักเทพวาสนาหนีออกมาได้อยู่ดี’
‘ดังนั้นครั้งนี้ข้าจะต้องทำตัวสูงส่งเข้าไว้’
คิดได้ดังนั้น
“มิเป็นไร ค่ายกลสังหารเล็ก ๆ มิอาจทำอันใดข้าได้หรอก”

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน