ตอนที่ 653 ออกมารับความตายซะ
หลังจากเงียบไปชั่วครู่
สตรีลึกลับดูเหมือนจะสงบจิตใจลงได้แล้ว จึงเอ่ยถามเย่ฉางชิงเป็นการหยั่งเชิงว่า “เจ้ายังจำข้าได้อยู่หรือไม่ ? ”
ทันทีที่สิ้นเสียง ก็ราวกับหินก้อนหนึ่งที่กระทบผิวน้ำจนเกิดคลื่นนับพัน
มิเพียงแต่คนที่เหลือจะมีสีหน้าเปลี่ยนไปแล้ว แม้แต่เย่ฉางชิงเองก็อดมิได้ที่จะใจกระตุกขึ้นมา
‘คำถามนี้หมายความว่าเยี่ยงไร ? ’
‘หรือสตรีลึกลับนางนี้จะรู้จักกับข้าเมื่อชาติที่แล้ว ? ’
‘สักพักก็ขอบตาแดงก่ำ ร้องไห้คร่ำครวญ’
‘สักพักใบหน้าก็แฝงไปด้วยรอยยิ้ม’
‘โดยเฉพาะลักษณะท่าทางที่แผ่ออกมาจากภายในยิ่งหาได้ยากยิ่งนัก’
‘สนิทสนมกันมาก่อนงั้นหรือ ? ’
‘คงจะเป็นเช่นนั้น’
‘มิเช่นนั้นวินาทีที่สบสายตากับนางก่อนหน้านี้ ถึงได้รู้สึกคุ้นเคยโดยไร้สาเหตุได้ ? ’
หลังจากเงียบไปชั่วครู่
แม้ภายในใจของเย่ฉางชิงจะยังคงมีความสงสัยมากมาย แต่ใบหน้ากลับมิได้เผยพิรุธใด ๆ ออกมาแม้แต่น้อย
ในทางกลับกัน ใบหน้าของเขายังแฝงด้วยรอยยิ้มที่ดูสบาย ๆ ท่าทางสงบนิ่งเช่นเคย
“ข้าจำมิได้”
เย่ฉางชิงเอ่ยออกมาตรง ๆ “แต่ถึงแม้เราจะมิเคยพบหน้ากันมาก่อน ทว่ามิรู้เพราะเหตุใดข้ากลับรู้สึกคุ้นเคยกับเจ้าอย่างประหลาด”
‘รู้สึกคุ้นเคยงั้นหรือ ? ’
สตรีลึกลับชะงักไปเล็กน้อย และอดมิได้ที่จะเผยสีหน้าเจ็บปวดออกมา
‘เก้าชาติ ! ’
‘คิดถึงตอนนั้นเป็นเพราะระดับจิตใจของเจ้ายังมิมั่นคง ดังนั้นจึงได้หลีกลี้กลับไปเกิดใหม่ หยินหยางย้อนกลับ ตั้งใจแน่วแน่ที่จะสัมผัสกับความทุกข์ยากของสรรพสิ่งบนโลกเก้าชาติด้วยกัน’
‘เก้าชาตินี้’
‘แปดชาติเป็นทุกข์ หนึ่งชาติสงบสุข’
‘แต่ถึงกระนั้นเจ้าก็ยังคงรู้สึกผูกพันกับข้าอยู่’
‘ช่างเป็นคนดียิ่งนัก ! ’
จนเวลาผ่านไปมิกี่อึดใจ
เย่ฉางชิงก็กวาดตามองไปที่ทุกคน ก่อนจะส่งกระแสจิตไปถามเงียบ ๆ ว่า “มิทราบว่าท่านรู้จักตัวตนที่แท้จริงของข้าหรือไม่ ? ”
“รู้จัก”
สตรีลึกลับชะงักงัน ก่อนจะตอบกลับด้วยรอยยิ้มทันทีว่า “แต่ก่อนที่ร่างทั้งเก้าชาติของเจ้าจะผสานกันอย่างสมบูรณ์ ข้ายังมิสามารถบอกสิ่งที่เกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของเจ้าได้”
“ทำไม ? ”
เย่ฉางชิงโพล่งออกมาทันที “อีกอย่างเจ้ารู้ได้เยี่ยงไรว่าข้าเคยมีชีวิตมาแล้วเก้าชาติ ? ”
ต้องบอกว่าเมื่อสตรีลึกลับเอ่ยออกมาเช่นนั้น
เย่ฉางชิงก็อดมิได้ที่จะใจเต้นแรงขึ้นมา
บุรุษที่เขาพบบนทะเลดำก่อนหน้านี้ทรงอำนาจเพียงใด เขาได้เห็นมาด้วยตาตนเองแล้ว
ดังนั้นเมื่อคนผู้นั้นบอกว่าเขาเคยอยู่มาแล้วเก้าชาติ
ตอนนั้นเขาจึงเชื่อโดยมิสงสัยแม้แต่น้อย
แต่เมื่อเทียบกับคนผู้นั้นแล้ว
สตรีลึกลับนางนี้กลับดูธรรมดายิ่งนัก
แต่อีกฝ่ายกลับรู้ว่าเขาอยู่มาแล้วเก้าชาติ
‘หรือบนโลกมากมายจะมีเพียงข้าที่มิรู้ว่าตนเองอยู่มาแล้วถึงเก้าชาติ ? ’
‘ตัวตนที่แท้จริงของข้าคงชื่นชอบความตายมากสินะ ถึงกับอยู่มาแล้วเก้าชาติเลยทีเดียว ! ’
‘มิใช่กระมัง ! ’
‘ต้องทำร้ายกันขนาดนี้เชียวหรือ ! ’
สตรีลึกลับส่ายหน้ายิ้ม ๆ ราวกับรู้ว่าเย่ฉางชิงกำลังคิดสิ่งใดอยู่ นางจึงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงอ่อนโยนว่า “หากมิมีสิ่งใดผิดพลาดแล้วล่ะก็ ก่อนหน้านี้เจ้าคงจะเจอเจ้านั่นมาแล้วกระมัง ? ”
“อีกอย่างเจ้าก็อย่าได้กังวลจนเกินไป เพราะเรื่องนี้ถือว่าสำคัญยิ่ง และบนโลกมากมายมีเพียงข้าและเจ้านั่นเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้”
“อีกอย่างสำหรับตัวเจ้าแล้ว การที่ตอนนี้เจ้ามิรู้อันใดเลยย่อมดีที่สุดแล้ว หลังจากที่ร่างทั้งเก้าชาติของเจ้าผสานกันได้สมบูรณ์แล้ว เจ้าย่อมได้รู้ความลับนี้เอง”
มิกี่อึดใจต่อมา
บุรุษชุดดำก็เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงส่งกระแสจิตถามออกไปอีกครั้งว่า “ผู้อาวุโสขอรับ ท่านในตอนนี้เกรงว่าคงมิใช่ร่างที่แท้จริงใช่หรือไม่ขอรับ ? ”
สตรีลึกลับพยักหน้ารับ จากนั้นจึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ร่างที่แท้จริงของถูกสังเวยไปแล้ว ข้าในตอนนี้จึงเป็นเพียงจิตส่วนหนึ่งที่เฝ้าอยู่ที่นี่เท่านั้น”
เอ่ยถึงตรงนี้ สตรีลึกลับพลันชะงักฝีเท้าลง และเอ่ยต่ออีกว่า “เกือบลืมไปเลย เจ้าเด็กที่ถูกผนึกอยู่ที่สวรรค์บูรพาหลุดออกมาได้แล้ว”
……
……
อีกด้านหนึ่ง
อีกฟากของทะเลดำ
เมื่อความว่างเปล่าสั่นสะเทือนจนเกิดระลอกคลื่นขึ้นเป็นชั้น ๆ ร่างสีดำร่างหนึ่งก็ก้าวออกมาจากความว่างเปล่า ราวกับเดินเล่นอยู่ในลานบ้านตนเองก็มิปาน
และเมื่อเขาก้าวไปอีกหนึ่งก้าว ทันใดนั้นก็ปรากฏกายขึ้นที่อีกฟากของทะเลดำได้แล้ว
“กฎและต้นกำเนิดของที่นี่เกิดการเปลี่ยนแปลงไป หากข้าดูดกลืนทั้งหมดของที่นี่ ก็มินับว่าผิดสัจจะกับเจ้าเด็กคนนั้นกระมัง”
เอ่ยจบร่างสีดำพลันส่งเสียงหัวเราะที่ชั่วร้ายออกมา
ขณะเดียวกัน ภาพที่ประหลาดและน่ากลัวยิ่งก็เกิดขึ้น
เมื่อรอบกายร่างสีดำเริ่มสั่นสะเทือนจนเกิดหมอกสีดำขึ้นหนาทึบ ทั้งยังมีสัญลักษณ์โบราณที่แน่นขนัดปรากฏขึ้นมาอีกด้วย
วินาทีต่อมา
หมอกสีดำอันหนาทึบก็ล่องลอยออกไปไกลหลายหมื่นจั้ง และดูดกลืนทุกอย่างเข้าไปจนหมดสิ้น
จากนั้นร่างสีดำทั้งร่างก็ค่อย ๆ เลือนรางลง
เพียงพริบตาก็กลายเป็นพายุหมุนสีดำขนาดใหญ่ลูกหนึ่ง
ราวกับหลุมดำที่พร้อมจะดูดกลืนทุกสิ่งบนโลกนี้ไปจนหมดสิ้น
ปรากฏการณ์นี้ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก ราวกับวันสิ้นโลกมาเยือนก็มิปาน
และเมื่อภัยพิบัติอันร้ายแรงนี้กินเวลาไปประมาณหนึ่งเคอ
จู่ ๆ เสียงอันเย็นชาเสียงหนึ่งก็ดังกึกก้องขึ้น
“เด็กน้อยเผ่าจิ้งหรีดโบราณ จงออกมารับความตายซะ ! ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน