ตอนที่ 654 เจ้าดูแปลก ๆ นะ
อ๊ะ ?
เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังอำนาจที่แฝงอยู่ภายในเสียงนี้
หมอกสีดำที่ล่องลอยออกไปก็ถอยกลับอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน เมื่อหมอกที่แผ่กระจายออกไปย้อนกลับมาแล้ว ผืนดินที่เดิมทีมีต้นไม้เก่าแก่อุดมสมบูรณ์ ดอกไม้ใบหญ้าเขียวชอุ่ม
แม้จะซุกซ่อนกลสังหารอันน่ากลัวเอาไว้มากมายตั้งแต่สมัยบรรพกาล แต่เวลานี้กลับกลายเป็นเพียงเถ้าธุลี
ไอมรณะแผ่ออกมา
ไร้ซึ่งพลังชีวิต
แค่คิดก็รู้แล้วว่าหมอกสีดำนี้แท้จริงแล้ว แฝงพลังที่ชั่วร้ายและน่ากลัวเพียงใด
เพียงพริบตา ในวินาทีที่หลุมดำขนาดใหญ่ที่ทอดอยู่ระหว่างฟ้าดินหายไปแล้ว ร่างสีดำประหลาดร่างนั้นก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
“ฮี่ฮี่……”
“มาหาที่ตายเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
“คิดมิถึง……คิดมิถึงว่าบนเส้นทางโบราณจะมีผู้ที่แข็งแกร่งเพียงนี้”
“แม้ข้าจะเป็นเพียงจิตวิญญาณส่วนหนึ่งที่หลงเหลืออยู่ แต่หากสามารถดูดกลืนคนผู้นี้ได้ สำหรับจิตวิญญาณข้าแล้วจะต้องเป็นสุดยอดของบำรุงอย่างแน่นอน”
สิ้นเสียง ร่างสีดำประหลาดก็สะบัดแขนเบา ๆ ความว่างเปล่าตรงหน้าพลันเกิดเป็นรอยแยกยาวร้อยจั้งเส้นหนึ่งขึ้น จากนั้นก็แวบหายเข้าไปในรอยแยกโดยทันที
หลังจากผ่านไปชั่วอึดใจ
ร่างสีดำประหลาดก็ปรากฏกายขึ้นอีกครั้งที่ป่าดึกดำบรรพ์แห่งนั้นราวกับภูตผีก็มิปาน
เขากวาดตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะมองตรงไปยังด้านหน้า
ขณะเดียวกัน ด้วยการนำทางของสตรีลึกลับพวกเย่ฉางชิงที่กำลังเดินไปที่อีกฝั่งของป่าลึกลับ ก็เหมือนสัมผัสได้ถึงความผันผวนของความว่างเปล่าตรงหน้า
ทันใดนั้นพวกเขาต่างก็หยุดลง และมองตรงไปข้างหน้า
“เขามาแล้ว”
เทพหลิวที่แต่ไหนแต่ไรมักจะพูดน้อย ทว่าเมื่อเห็นร่างสีดำประหลาดร่างนี้ ก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที ท่าทางของนางเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
มิใช่แค่เทพหลิวเท่านั้น
แม้แต่บุรุษชุดดำที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เย่ฉางชิงก็ขมวดคิ้วน้อย ๆ ราวกับเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจก็มิปาน
เย่ฉางชิงชำเลืองมองร่างสีดำที่อยู่ด้านหน้า ก่อนจะหันไปถามเทพหลิวอย่างสงสัยว่า “เสี่ยวหลิว คนผู้นี้ร้ายกาจมากเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
เทพหลิวนิ่งไปเล็กน้อย จากนั้นจึงพยักหน้าเบา ๆ และเอ่ยว่า “นายท่าน หลังจากที่ข้ามาถึงยังสวรรค์บูรพา ก็พบเขาเข้าโดยบังเอิญจึงได้ถูกขังเอาไว้”
“และหากมิมีสิ่งใดผิดพลาดแล้วล่ะก็ เขามาตามหาท่านเจ้าค่ะ”
จากนั้นราชันทมิฬก็เอ่ยด้วยท่าทางจริงจังว่า “นายท่านขอรับ คนผู้นี้ชั่วร้ายมาก เกรงว่าคงมีแต่ท่านเท่านั้นที่สามารถจัดการเขาได้ขอรับ”
เย่ฉางชิงพยักหน้ารับรู้ ก่อนที่ดวงตาจะเปล่งประกายออกมา
‘จริงสิ ! ’
‘ในเมื่อคนผู้นี้ชั่วร้ายมาก เช่นนั้นก็ใช้เขาทดสอบกระบี่ให้น่าจะดี’
คิดได้ดังนั้น เย่ฉางชิงก็เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมา ก่อนจะใช้สายตากวาดมองราชันทมิฬและเทพหลิว
‘ก่อนหน้านี้ผู้แข็งแกร่งวิถีเซียนเหล่านั้น’
‘ในสายตาของพวกเขาก็ล้วนแต่ร้ายกาจทั้งสิ้น’
‘ทว่าเมื่อได้พบข้าแต่ละคนกลับถ่อมตนยิ่งนัก มิเปิดโอกาสให้ข้าได้แสดงฝีมือใด ๆ เลย’
‘ครานี้คงมิได้เป็นเช่นนั้นอีกหรอกกระมัง ? ’
ตอนนั้นเอง ขณะที่เย่ฉางชิงกำลังตัดสินใจว่าจะให้ร่างสีดำร่างนี้มาทดสอบกระบี่ดีหรือไม่ ขณะมองร่างสีดำที่อยู่ไกลออกไปนั้น
ร่างสีดำที่รอบกายปกคลุมไปด้วยหมอกสีดำ ต่างก็จ้องมองเย่ฉางชิงด้วยแววตาเย็นชาเช่นกัน
ทว่าในวินาทีที่ทั้งสองสบสายตากันนั้น
ร่างสีดำก็ทำราวกับเห็นภูตผีก็มิปาน
ร่างทั้งร่างแข็งค้างอยู่กับที่ภายในพริบตา ขาทั้งสองข้างสั่นเทาอย่างห้ามมิได้
‘เขา ? ? ? ’
‘เขา ! ! ! ’
‘เป็นไปมิได้ ! ’
‘เป็นไปมิได้เด็ดขาด ! ’
‘ผู้ที่สูงส่งเช่นเขา เหตุใดถึงมาปรากฏกายอยู่ที่โลกใบเล็ก ๆ เช่นนี้ได้ ! ’
‘ภาพลวงตา ! ’
‘นี่จะต้องเป็นภาพลวงตาอย่างแน่นอน ! ’
ระหว่างที่ภายในใจของร่างสีดำราวกับถูกพายุโหมกระหน่ำอยู่นั้น
เย่ฉางชิงค่อย ๆ เดินมาที่ข้างกายของสตรีลึกลับ พร้อมกับจ้องมองไปที่ร่างสีดำแล้วเอ่ยเสียงเรียบว่า “ตอนที่เดินทางข้ามทะเลดำมา ข้าได้รู้แจ้งเคล็ดกระบี่อีกสองกระบวนท่า ข้าอยากใช้คนผู้นี้มาทดสอบกระบี่ของข้าเสียหน่อย”
‘ทดสอบกระบี่ ? ’
‘ใช้เด็กน้อยเผ่าจิ้งหรีดโบราณผู้นี้มาทดสอบกระบี่งั้นหรือ ? ’
‘เจ้าเอ่ยจริงหรือ ? ’
สตรีลึกลับชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้ พร้อมกับตบหน้าผากของตนเองเบา ๆ
‘จริงด้วย ! ’
‘เกือบลืมไปเลย เขาในตอนนี้ยังผสานร่างทั้งเก้าชาติมิสำเร็จ ความทรงจำยังถูกผนึกเอาไว้อยู่’
‘หากความทรงจำของเขาถูกปลดออกแล้ว วิถีกระบี่ของเขาที่อยู่ในระดับสมบูรณ์มานานแล้ว จะต้องดูแคลนการลงมือกับเด็กน้อยผู้นี้อย่างแน่นอน’
‘ช่างเถอะ จิตวิญญาณของข้าตื่นมาครั้งนี้ เกรงว่าอีกมินานก็คงจะมลายหายไปแล้ว’
‘ก่อนหน้านั้นหากได้เห็นความไร้พ่ายของเขาอีกสักครั้งก็มิมีอันใดต้องเสียใจอีก’
คิดถึงตรงนี้ สตรีลึกลับก็ยิ้มให้เย่ฉางชิงอย่างอ่อนโยน พร้อมกับพยักหน้าน้อย ๆ
เย่ฉางชิงมิได้เอ่ยสิ่งใดอีก เพียงแค่เพ่งสมาธิ จากนั้นก็ได้ปรากฏกายขึ้นห่างจากร่างสีดำเพียงร้อยจั้งเท่านั้น
“พวกเขาบอกว่าเจ้ามีฝีมือมิธรรมดา”
เย่ฉางชิงเอามือไพล่หลัง มองร่างสีดำด้วยท่าทางสงบนิ่ง พลางเอ่ยอย่างสบาย ๆ ว่า “ระหว่างทางที่ข้าข้ามทะเลดำมา และอยู่ในเมืองโลกวิญญาณมาพักหนึ่ง จึงได้รู้แจ้งเคล็ดกระบี่อีกสองกระบวนท่า…….”
ปั้ง !
เย่ฉางชิงยังเอ่ยมิทันจบ
หมอกสีดำหนาทึบที่ปกคลุมร่างสีดำก็จางหายไปทันที ก่อนที่ร่างเดิมของเขาจะปรากฏออกมา
เกราะสีดำขาดรุ่งริ่ง ร่างกายที่แทบจะเน่าเปื่อย
ผมสีแดงเพลิงทั้งหัว
เขาอันแหลมคม
ทว่าวินาทีต่อมา เขาก็รีบหมอบลงตรงหน้าเย่ฉางชิงอย่างมิคิดจะต่อสู้ใด ๆ อีก
“ขอผู้อาวุโสอย่าได้สังหารผู้น้อยเลยขอรับ ผู้น้อยขอใช้หลักเต๋าของตนเองสาบานว่า จะรีบกลับไปอยู่ในค่ายกลปราบมาร นับแต่นี้ไปจะมิก่อเรื่องอีกขอรับ”
ได้ยินดังนั้น เย่ฉางชิงอดมิได้ที่จะชะงักงัน ก่อนจะพิจารณาบุรุษลึกลับตรงหน้า พลางเอ่ยอย่างสงสัย
“เจ้าดูแปลก ๆ นะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน