ตอนที่ 655 หนึ่งกระบี่สังหารมาร
ต้องบอกว่านับตั้งแต่เดินทางจากเมืองเสี่ยวฉือขึ้นมาบนสวรรค์บูรพา
เย่ฉางชิงเคยพบเจอทั้งผู้บำเพ็ญเพียรวิถีเซียนตามปกติ และปีศาจที่บำเพ็ญเพียรมามิน้อย
ซึ่งเขาสามารถสัมผัสได้ถึงไอพลังของคนเหล่านั้น
ทว่าเจ้าคนที่สวมชุดเกราะขาดรุ่งริ่ง และมีเขาแหลมคมตรงหน้าผู้นี้ เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับผู้ที่มีไอพลังเย็นยะเยือกและแปลกประหลาด ราวกับไอมรณะของคนตายก็มิปาน
อีกทั้งไอพลังเช่นนี้ก็คอยดูดกลืนพลังงานต่าง ๆ รอบตัวอยู่ตลอดเวลา
ปราณวิญญาณฟ้าดินที่แผ่ไปทั่วบริเวณ
ไอพลังชีวิตของต้นไม้ใบหญ้า
พลังปราณที่พิเศษและเบาบางต่าง ๆ มากมาย……
เอ่ยให้ถูกก็คือเขาเป็นเหมือนหลุมดำหลุมหนึ่ง ที่หมายจะดูดกลืนทุกสิ่งบนโลกจนหมดสิ้น
และผู้ที่แปลกประหลาดเช่นนี้ ก็มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
คนผู้นี้จะต้องเป็นมารผู้บำเพ็ญเพียรที่ไร้ซึ่งคุณธรรมอย่างแน่นอน
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เย่ฉางชิงกลับรู้สึกมิเข้าใจขึ้นมา
คนผู้นี้เป็นถึงมารที่บำเพ็ญเพียร แต่เหตุใดเมื่อเจอหน้าเขากลับตกใจจนตัวสั่น ยิ่งไปกว่านั้นถึงขนาดหมอบลงกับพื้นอีกด้วย
อีกทั้งยังบอกด้วยว่าจะรีบกลับไปอยู่ในค่ายกลปราบมารอันใดนั่นอีก
และยอมยกเอาวิถีเต๋าของตนเองขึ้นมาสาบานว่าจะมิออกมาก่อเรื่องอีกเป็นอันขาด
นี่ก็หมายความว่ามิง่ายเลยกว่าที่อีกฝ่ายจะหลุดออกมาได้ แต่เพราะเจอกับข้าจึงยอมที่จะกลับไป
‘ข้าน่ากลัวเพียงนั้นเชียวหรือ ? ’
‘หรือตัวตนที่แท้จริงของข้าในอดีตจะเคยมีเรื่องกับมารเหล่านี้ ? ’
‘ช่างเถอะ ! ’
‘ต่อให้ข้าซักไซ้เยี่ยงไร คนผู้นี้ก็คงจะมิตอบอยู่ดี’
‘อีกอย่างต่อให้เขาอยากเอ่ยสิ่งใดออกมา คาดว่าก็คงมีคนชิงลงมือสังหารเขาอีกเป็นแน่’
‘แต่ในเมื่อคนผู้นี้เป็นมารที่ไร้คุณธรรม เช่นนั้นจะปล่อยให้จากไปง่าย ๆ มิได้เด็ดขาด’
คิดถึงตรงนี้ เย่ฉางชิงก็มิเอ่ยอันใดให้มากความอีก เพียงเอ่ยเสียงเรียบขึ้นมาว่า “ในเมื่อปล่อยเจ้าเอาไว้บนโลกนี้มิได้อีก เช่นนั้นก็จงฆ่าตัวตายที่นี่เถอะ”
“หรือจะให้ข้าเป็นคนลงมือสังหารเจ้า”
สิ้นเสียงมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณที่มีเขาแหลมคม และถูกสะกดเอาไว้มานานก็มีสีหน้าตื่นตกใจทันที ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
ร่างกายไร้เรี่ยวแรงจนล้มพับลงไปกองกับพื้น มิมีกะจิตกะใจที่จะอ้อนวอนร้องขอชีวิตอีก
‘ทำไม ! ’
‘ทำไมข้าต้องออกมาจากค่ายกลโบราณนั่น ทำไมต้องมารนหาที่ตายถึงที่นี่ด้วย ! ’
‘ฆ่าตัวตายที่นี่งั้นหรือ ? ’
‘เมื่อผู้สูงส่งเอ่ยออกมาเช่นนี้ ก็เท่ากับเป็นคำพิพากษาจากเทพมารสูงสุด ที่มิอาจขัดขืนได้’
‘มิยอม ! ’
‘ข้ามิยอม ! ’
‘ในเมื่อมาถึงขั้นนี้ ก็ขอสู้ตายสักครั้งก็แล้วกัน’
‘ข้าจะดูสิว่าผู้สูงส่งที่ปราบเทพมารทั้งร้อยเผ่าได้อย่างเจ้า จะน่ากลัวเพียงใดกัน’
คิดถึงตรงนี้
‘ย๊าก ! ’
รอบกายของมารเผ่าจิ้งหรีดพลันอบอวลไปด้วยไอสีดำรุนแรง ความว่างเปล่ารอบกายแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ประกายเจิดจ้าสาดกระเซ็นอย่างต่อเนื่อง
อีกทั้งยังมีสายฟ้าสีดำที่ทรงพลังแลบแปลบเป็นระยะ
ก่อนจะเงยหน้าคำรามขึ้นฟ้า ทำให้พลังของเขาทั้งหมดระเบิดออกมาภายในพริบตา
ทันใดนั้น เมื่อเสียงที่น่าสะพรึงกลัวดังสนั่นหวั่นไหวขึ้น ทุกสิ่งภายในรัศมีร้อยจั้งก็กลายเป็นผุยผงในทันที
ขณะเดียวกัน ในวินาทีที่ไอพลังอันไร้ที่เปรียบของเขาไหลทะลักออกมา ด้านหลังพลันปรากฏเงาสีดำที่สูงหมื่นจั้งร่างหนึ่งขึ้นมา
“เจ้าบีบบังคับข้าเองนะ ! ”
ฟิ้ว !
จากนั้นก็มีเสียงที่ดังจนแสบแก้วหูดังขึ้น
มินาน ภาพที่น่าเหลือเชื่อภาพหนึ่งก็เกิดขึ้น
ในวินาทีที่กระบี่แสงปะทะเข้ากับนิ้วมือนิ้วนั้น
เวลาและห้วงอากาศก็ถูกผนึกเอาไว้ทันที
แต่กระบี่แสงสายนี้กลับหาได้รับผลกระทบใด ๆ ไม่
จากนั้นท่ามกลางสายตาของทุกคน
กระบี่แสงสายนี้ก็ทำลายนิ้วมือที่เกิดจากหมอกสีดำในทันที
มิเพียงเท่านั้น เมื่อกระบี่แสงได้ทำลายนิ้วมือนิ้วนั้นได้แล้ว หาได้หยุดเพียงเท่านั้นไม่ แต่กลับพุ่งเข้าใส่มารเผ่าจิ้งหรีดโบราณตนนั้นอีกด้วย
และในตอนนั้นเอง มารเผ่าจิ้งหรีดโบราณก็รู้สึกราวกับขาทั้งสองข้างแข็งค้าง ทำได้แค่มองกระบี่แสงสายนั้นพุ่งเข้าสังหารตนเอง
เวลานี้หาใช่เป็นเพราะเขามิอยากขยับ ทว่ากลับเป็นเพราะภายในกระบี่แสงสายนี้ได้แฝงพลานุภาพต้องห้ามที่เข้ามิเคยพบมาก่อนเอาไว้
หากจะเอ่ยให้ถูกก็คือเวลาและห้วงอากาศมิได้ถูกผนึก แต่เป็นเพราะพลานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวที่แฝงเอาไว้ในกระบี่แสงสายนี้ต่างหากที่สะกดทุกอย่างเอาไว้
ส่วนเขาแม้จะมีพลังที่แข็งแกร่ง แต่เมื่อถูกพลังเช่นนี้สะกดเอาไว้ก็มิต่างอันใดกับมดปลวกตัวหนึ่งอยู่ดี
เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ที่สูงส่งเช่นนี้ เยี่ยงไรซะเขาก็ยังแข็งแกร่งมิพอ และต้องยอมจำนนดับสูญอยู่ที่นี่แล้วจริง ๆ
เปรี้ยง !
เมื่อกระบี่แสงสายนี้พุ่งออกไปไกลกว่าร้อยลี้
มารเผ่าจิ้งหรีดโบราณที่ใช้เวลานับมิถ้วนเพื่อทำลายข้อห้ามโบราณมากมาย จนในที่สุดก็สามารถออกมาสู่โลกภายนอกได้ก็พลันร่วงลงไปทันที
จิตวิญญาณแตกสลาย กายเนื้อถูกทำลาย ไร้ซึ่งพลังชีวิตใด ๆ
ตอนนั้นเอง สตรีลึกลับที่ยืนอยู่มิไกลและจับจ้องไปที่แผ่นหลังของเย่ฉางชิง ก็ได้เอ่ยขึ้นอย่างครุ่นคิดว่า “แม้เคล็ดกระบี่นี้จะดูแข็งแกร่งมิน้อย ทว่ายังห่างจากระดับสูงสุดอีกมากนัก”
“แต่ก่อนที่ความทรงจำของเจ้าจะถูกปลดผนึกออก แต่กลับประสบความสำเร็จในวิถีกระบี่ได้ถึงเพียงนี้ ก็นับว่ามิเลวแล้ว”
“โดยเฉพาะระดับจิตใจในตอนนี้ บางทีอาจจะเหมือนกับที่คนผู้นั้นบอกก็เป็นได้ ประสบเก้าชาติเพื่อหลอมรวมหัวใจมรรคาให้เป็นหนึ่งอย่างแท้จริง”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน