ตอนที่ 656 โซ่ตรวนแห่งคำสั่งโลกา
เมื่อมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณตนนั้นดับสูญไปแล้ว
ป่าดึกดำบรรพ์แห่งนี้ก็กลับสู่ความสงบอีกครั้ง
เพียงแต่เวลานี้รัศมีหลายลี้รอบกายเย่ฉางชิงได้กลายเป็นเถ้าธุลีและไร้ซึ่งพลังชีวิตใด ๆ
ทว่าเวลาผ่านไปเพียงมิกี่อึดใจ
ภาพที่แปลกประหลาดยิ่งกว่าภาพหนึ่งก็เกิดขึ้น เมื่อกองเถ้าธุลีที่ไร้ชีวิตนั้นราวกับผืนดินหลังฝนพรำ ไอพลังต้นกำเนิดชีวิตอันบริสุทธิ์กลุ่มหนึ่งแผ่ปกคลุมไปทั่ว
ดอกไม้ใบหญ้าต่างผลิบานงอกเงยขึ้นมาอีกครั้ง
ต้นหลิวที่เขียวขจีมากมายต่างก็ทยอยแตกหน่อ……
เมื่อเห็นภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้า เย่ฉางชิงก็ขมวดคิ้วน้อย ๆ อดมิได้ที่จะใจสั่นขึ้นมา และเต็มไปด้วยความรู้สึกประหลาดใจ
เถ้าธุลีหมายถึงความพินาศ
ดอกไม้ใบหญ้าผลิดอกหมายถึงการเกิดใหม่
และการทำลายล้างหรือการเกิดใหม่ดูเหมือนเป็นเพียงแค่ความคิดเท่านั้น
หนึ่งปีมีสี่ฤดู ในสี่ฤดูสภาพของสรรพสิ่งล้วนต่างกันไปอย่างสิ้นเชิง
มีการผุดจากดินขึ้นมาเกิดใหม่ มีการหนาวตาย
สรรพสิ่งสามารถเกิดขึ้นใหม่ และไร้พลังชีวิตในความหนาวเย็น
อีกอย่างต่อให้สามารถก้าวข้ามความหนาวเย็นไปได้ แต่เมื่อประสบกับการเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังมือ แต่สุดท้ายก็ต้องจมอยู่ในแม่น้ำประวัติศาสตร์อยู่ดี
กล่าวคือแม้ทุกสรรพสิ่งจะยังคงดำเนินชีวิตต่อไปได้ แต่สุดท้ายก็จะล้มตายจากไปเป็นวัฏจักร
หากสรรพสิ่งเป็นอมตะ เช่นนั้นกฎข้อห้ามบนโลกก็จะกลับตาลปัตร
สักวันหนึ่ง
โลกก็จะเหือดแห้ง ทุกชีวิตก็จะต้องพินาศลงอย่างแน่นอน……
เย่ฉางชิงหลับตาลง ผมยาวสยายพลิ้วไหว ชายเสื้อสะบัด แสงระยิบระยับพร่างพรายไปทั่วร่าง ราวกับเทพที่ไร้เทียมทานก็มิปาน
ขณะเดียวกัน ไอพลังมหามรรคาอันบริสุทธิ์และมหาศาลก็แผ่ออกมา
และเมื่อไอพลังมหามรรคาที่บริสุทธิ์เช่นนี้ปกคลุมไปทั่ว
เถ้าธุลีที่อยู่รอบกายของเขา
ทุกสรรพสิ่งก็กลับมาเติบโตขึ้นอีกครั้ง
ผ่านไปเพียงมิกี่อึดใจ
ทุกสรรพสิ่งบนเถ้าธุลีกลับมาเจริญเติบโตงอกงามกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่านัก
ช่างดูมหัศจรรย์ยิ่งนัก
เมื่อเห็นภาพที่อัศจรรย์พันลึกเช่นนี้
สตรีลึกลับก็เผยสีหน้าสับสนออกมาอย่างอดมิได้ พลางลอบทอดถอนหายใจ ‘หรือข้ามิควรใช้พลังต้นกำเนิดชีวิตต่อหน้าเขา ทำให้เถ้าธุลีเหล่านี้กลับมามีชีวิต ทำให้เขารู้แจ้งความหมายที่แท้จริงของต้นกำเนิดชีวิตก่อนเวลาอันควร’
‘และหากเป็นเช่นนี้จะทำให้ความทรงจำของเขาปลดผนึกออกมาก่อนกำหนด และอาจทำให้เขาสูญเสียความเมตตาที่มีต่อสรรพสิ่งไปหรือไม่ ? ’
ขณะเดียวกัน กลุ่มคนที่ยืนอยู่มิไกลนักต่างก็เผยสีหน้าตื่นตระหนกออกมา พลางลอบสบตากันอย่างห้ามมิได้
“นายท่านรู้แจ้งแล้วงั้นหรือ ? ”
ราชันทมิฬเป็นฝ่ายอดมิได้ที่จะเอ่ยขึ้นมาก่อน “ด้วยความเก่งกาจของนายท่าน เหตุใดเขาจึงรู้แจ้งได้อีกเล่า ? ”
“แต่หากรู้แจ้งได้อีก เขาจะรู้แจ้งถึงระดับใดกัน ? ”
เทพหลิวลอบชำเลืองมองแผ่นหลังของสตรีลึกลับ พลางเอ่ยอย่างครุ่นคิดว่า “นายท่านเหมือนจะรู้แจ้งวิถีแห่งชีวิต แต่ก็มิใช่วิถีแห่งชีวิตทั้งหมด”



VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน