ตอนที่ 661 มาช้าไปจนได้
อีกด้านหนึ่ง
เย่ฉางชิงและเจี่ยงหนูที่ยืนบนกระดานหมากก็ได้มาถึงหน้าประตูสัมฤทธิ์
จากนั้นกระดานหมากก็สั่นน้อย ๆ แสงสีขาวและดำจึงระเบิดออกมา ก่อนจะกลายร่างเป็นมนุษย์อีกครั้ง
เมื่อยืนอยู่ตรงหน้าประตูสัมฤทธิ์สองบานที่สูงนับหมื่นจั้ง ราวกับภูเขาลูกใหญ่สองลูกก็มิปาน
เย่ฉางชิงนิ่งเงียบอยู่สักพัก ก่อนจะหันไปเอ่ยกับบุรุษชุดดำว่า “ตอนนี้ประตูโลกาปิดลงแล้ว มีวิธีใดที่จะสามารถเปิดออกได้หรือไม่ ? ”
บุรุษชุดดำขมวดคิ้วแล้วเอ่ยว่า “นายท่าน ผู้น้อยขอลองดูก่อนขอรับ”
เยี่ยงไรซะนี่ก็เป็นถึงประตูโลกาที่เชื่อมต่อสองโลก หาใช่ธรรมดาอย่างที่เห็นเป็นแน่
หากมิมีสิ่งใดผิดพลาดแล้วล่ะก็ ประตูโลกามิเพียงได้รับพลังแห่งกฎของสองโลก แต่ยังมีข้อห้ามโบราณที่ซับซ้อนทับเอาไว้อีกด้วย
นอกจากผู้พิทักษ์ประตูโลกาแล้ว ผู้บำเพ็ญเพียรวิถีเซียนทั่วไปคงยากที่จะเปิดประตูโลกานี้ออกได้
อีกทั้งร่างเดิมของเขาก็ได้รับความเสียหายมิน้อย พลังที่แท้จริงจึงลดลงไปค่อนข้างมาก
อีกอย่างต่อให้เป็นตอนที่เขาแข็งแกร่งที่สุดก็คงมิมีทางเปิดออกได้ง่าย ๆ เป็นแน่
และนี่ก็ยังเป็นถึงประตูโลกาของสองโลก มีความเป็นไปได้สูงที่จะแปดเปื้อนผลกรรมอันน่ากลัว
ได้ยินดังนั้น เย่ฉางชิงก็พยักหน้าให้ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “เยี่ยงไรซะนี่ก็เป็นถึงประตูโลกาที่เชื่อมระหว่างสองโลก มิมีทางเปิดได้โดยง่ายเป็นแน่”
จากนั้นบุรุษชุดดำก็ก้าวขึ้นบันไดไปจนถึงหน้าประตูโลกาที่สูงตระหง่าน
หลังจากชั่งใจอยู่สักพัก เขาก็ค่อย ๆ ยื่นมือทั้งสองข้างออกไปวางลงบนบานประตูโลกาทั้งสองบาน
มินานแขนทั้งสองข้างของเขาก็มีไอพลังสีขาวและสีดำลอยวน ราวกับงูสองตัวพันกันอยู่ก็มิปาน
ขณะเดียวกัน ด้านหลังก็ปรากฏภาพมายาของกระดานหมากขนาดใหญ่ขึ้น
“เปิด ! ”
บุรุษชุดดำคำรามเสียงดังลั่น พร้อมกับเริ่มออกแรงดันบานประตูในทันที
ทว่าขณะที่ผมยาวสยายของเขาปลิวไสว ชายเสื้อโบกสะบัด ไอพลังที่แผ่ออกมาจากกายทำให้ความว่างเปล่าเกิดการสั่นสะเทือน จนเกิดระลอกคลื่นขึ้นเป็นชั้น ๆ
เปรี้ยง !
ทันใดนั้น ประตูโลกาก็เหมือนสัมผัสได้
ลวดลายสีทองที่โบราณและซับซ้อนโชติช่วงขึ้นราวกับเปลวไฟ และสัญลักษณ์มากมายก็ปรากฏขึ้นบนประตูโลกา
อีกทั้งลวดลายและสัญลักษณ์สีทองเหล่านี้ต่างก็สะท้อนซึ่งกันและกัน ภายในพริบตาก็ก่อเกิดเป็นพลานุภาพกลุ่มหนึ่งส่องออกมาทันที
ตู้ม !
เสียงที่กึกก้องเสียงหนึ่งดังขึ้นมาทันที
บุรุษชุดดำพลันมีสีหน้าเปลี่ยนไป ร่างกายสั่นเทาอย่างรุนแรง
ก่อนจะกระเด็นไปไกลและตกอยู่ในพลังโกลาหลที่พลุ่งพล่านมิหยุด ราวกับว่าวที่สายป่านขาดสะบั้นก็มิปาน
เห็นดังนั้นเย่ฉางชิงก็ส่ายหน้าอย่างผิดหวัง พลางปรายตามองเจี่ยงหนูที่อยู่ข้างกาย
เจี่ยงหนูมีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างทำอันใดมิถูกว่า “นายท่าน พลังของข้ายังมิแข็งแกร่งพอเกรงว่าคงจะทำมิได้ขอรับ”
เย่ฉางชิงเม้มริมฝีปากเล็กน้อย พลางเอ่ยเรียบ ๆ ว่า “เจ้าจงจำเอาไว้ให้ดี มิว่าจะทำสิ่งใดล้วนต้องวางแผนให้ดีเสียก่อนแล้วค่อยลงมือทำ”
“อย่างประตูโลกาบานนี้ ก่อนจะทำการเปิดประตูโลกาเจ้าต้องรู้ก่อนว่า ประตูโลกาบานนี้ต้องเปิดด้วยการผลัก หรือว่าการเลื่อน”
เอ่ยถึงตรงนี้ เย่ฉางชิงก็ก้าวขึ้นบันไดไป และค่อย ๆ เดินไปที่หน้าประตูโลกา
เขาทำการสำรวจประตูโลกาเล็กน้อย แล้วจึงเอ่ยว่า “หากมิมีสิ่งใดผิดพลาด ข้าว่าประตูโลกาบานนี้คงต้องเปิดโดยการผลักเข้าไป”
การผลัก ?
การเลื่อน ?
เจี่ยงหนูที่มีร่างกายสูงใหญ่ได้แต่เกาท้ายทอยด้วยความงุนงง
ท่าทางเหมือนมิเคยได้ยินคำกล่าวเช่นนี้มาก่อน และยิ่งมิเข้าใจว่าหมายความเช่นไร
ทว่าในวินาทีต่อมา ร่างทั้งร่างของเขาก็ต้องแข็งค้างอยู่กับที่ ราวกับถูกฟ้าผ่าตอนกลางวันแสก ๆ
อีกทั้งบุรุษชุดดำที่กลับมาสมทบได้แล้ว ก็ต้องตกตะลึงจนอ้าปากค้างเช่นกัน
เพราะขณะที่เย่ฉางชิงอธิบายความหมายและการใช้งานของประตูแบบผลักอยู่นั้น
เขาก็เอามือข้างหนึ่งกดลงไปที่หน้าประตูสัมฤทธิ์ทางด้านขวา และผลักเบา ๆ อย่างมิตั้งใจ
เปรี้ยง !
เพียงเสี้ยววินาทีประตูสัมฤทธิ์บานนั้นก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พลันส่งเสียงดังออกมาจนแสบแก้วหู
จากนั้นประตูสัมฤทธิ์บานนั้นก็ค่อย ๆ เปิดออก
ทันใดนั้น แม้เย่ฉางชิงจะยังคงมีสีหน้าเรียบนิ่ง ทว่าภายในใจกลับรู้สึกสับสนไปหมด
‘นี่มัน ? ? ? ’
‘นี่มัน ! ! ! ’
‘ข้าเพียงแค่ผลักเบา ๆ จริง ๆ นะ มิได้ใช้พลังวิญญาณเลยด้วยซ้ำ’
‘ก็เปิดได้แล้วงั้นหรือ ? ’
‘มิใช่ว่าผู้พิทักษ์ประตูโลกาอันใดนั่น ซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักทีและกำลังแกล้งข้าอยู่หรอกนะ ? ’
‘นี่มิเท่ากับข้ากำลังแสดงฝีมืออีกแล้วหรอกหรือ ? ’


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน