ตอนที่ 675 เจ้าเมือง ?
รับเป็นผู้สืบทอด ?
เมื่อถูกสวี๋ฉางเหอเอ่ยถามเช่นนี้
ภายในใจของสวี๋ฝู๋พลันเกิดความรู้สึกหลากหลายขึ้นมา
‘จะบอกเช่นไรดี ! ’
‘ผู้อาวุโสเย่ท่านนั้นมอบสมบัติล้ำค่าให้กับข้า’
‘อีกทั้งภายในภาพวาดนี้ยังแฝงสุดยอดเคล็ดกระบี่และเจตนาแท้จริงของกระบี่ไร้สิ้นสุดเอาไว้ ย่อมนับได้ว่าเป็นคำสอนของผู้อาวุโสเย่’
‘ดังนั้นต่อให้ผู้อาวุโสเย่มิได้เอ่ยออกมาตรง ๆ ว่าจะรับข้าเป็นศิษย์ แต่เยี่ยงไรซะข้าก็เหมือนเป็นผู้สืบทอดของผู้อาวุโสเย่ไปแล้ว’
‘แน่นอนว่ายังมีอีกความเป็นไปได้นั่นก็คือ การที่ผู้อาวุโสเย่มอบสมบัติล้ำค่าเช่นนี้ให้แก่ข้า ก็เหมือนการทดสอบอย่างหนึ่ง’
‘หากการบำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่ของข้าทำให้ผู้อาวุโสเย่พอใจ ก็มีโอกาสที่จะได้กลายเป็นศิษย์ของเขา’
หลังจากนิ่งเงียบอยู่สักพัก สวี๋ฝู๋ก็เอ่ยกับสวี๋ฉางเหออย่างครุ่นคิดว่า “ท่านพ่อเจ้าคะ ลูกคิดว่านี่คงจะเป็นสิ่งที่ผู้อาวุโสเย่ต้องการที่จะทดสอบลูกเจ้าค่ะ”
“เพราะผู้แข็งแกร่งระดับนั้นล้วนแล้วแต่เป็นคนที่มีความทะเยอทะยาน ต่อให้เป็นคนที่มีพรสวรรค์สูงส่ง แต่หากต้องการได้รับการยอมรับก็ต้องผ่านการทดสอบด้านต่าง ๆ เสียก่อน มิเช่นนั้นมิมีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอน”
สวี๋ฉางเหอพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะเอื้อมมือไปตบที่บ่าของสวี๋ฝู๋เบา ๆ พลางเอ่ยปลอบว่า “ฝู๋เอ๋อ เจ้ามิต้องกดดันไปหรอก”
“ในเมื่อผู้อาวุโสถึงกับมอบสมบัติล้ำค่าเช่นนี้ให้กับเจ้า นั่นก็หมายความว่าคุณสมบัติของเจ้าอย่างน้อยก็ได้รับการยอมรับจากเขาแล้ว ส่วนจะสามารถผ่านการทดสอบของเขาหรือไม่ เจ้าแค่พยายามทำให้เต็มที่ก็พอ”
สิ้นเสียง สวี๋ฝู๋ก็เหมือนฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้กะทันหัน ดวงตาพลันเปล่งประกายขึ้นมา ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยความยินดีว่า “ท่านพ่อเจ้าคะ ผู้อาวุโสท่านนั้นยังบอกอีกว่าข้าสามารถไปพบเขาได้ตลอดเวลาด้วยเจ้าค่ะ”
“อันใดนะ ? ”
สวี๋ฉางเหอนิ่งงันไปทันที สีหน้าเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
ร่างทั้งร่างดูร้อนรนขึ้นมาทันที
ผู้ที่น่ากลัวเช่นนี้มอบสุดยอดสมบัติล้ำค่าให้ อีกทั้งยังให้ไปพบได้ตลอดเวลา
เห็นได้ชัดว่าผู้อาวุโสท่านนี้ให้ความสนใจบุตรสาวของเขามากเพียงใด !
นี่ก็หมายความว่าบางทีสวี๋ฝู๋อาจจะได้เป็นผู้สืบทอดของผู้อาวุโสท่านนี้จริง ๆ ก็เป็นได้
แม้ตอนนี้สวี๋ฝู๋จะยังเป็นศิษย์สายตรงของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ย ที่ทั้งฉลาดหลักแหลม ความสำเร็จในภายภาคหน้ามิอาจจะคาดเดาได้
แต่เขามองว่านิมิตรวมทั้งไอพลังวิถีกระบี่อันบริสุทธิ์ ที่ปรากฏขึ้นเมื่อคืนของผู้อาวุโสท่านนี้
พลังที่แท้จริงของคนผู้นี้ต้องมิด้อยไปกว่าเหล่าผู้อาวุโสสูงสุดของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ยอย่างแน่นอน
รวมถึงบรรพบุรุษฉางหลิงที่ลึกลับท่านนั้นด้วย
อีกอย่างแดนเซียนจื่อฉงเป็นเพียงหนึ่งในสิบสองแดนเซียนโบราณเท่านั้น
ส่วนแดนเซียนอื่น ๆ เองก็หาได้ขาดแคลนผู้แข็งแกร่งระดับอมตะไม่ แม้แต่ผู้สูงส่งที่อยู่เหนือกว่าระดับอมตะก็ยังมีมากมาย
ดังนั้นผู้อาวุโสวิถีกระบี่ที่ไร้ชื่อเสียงเรียงนามท่านนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่จะมาจากแดนเซียนโบราณอื่น
คิดถึงตรงนี้ สวี๋ฉางเหอก็อดมิได้ที่จะหัวเราะออกมาเสียงดัง ก่อนจะหันมามองสวี๋ฝู๋พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ฝู๋เอ๋อ เจ้ามิเพียงแต่มีพรสวรรค์สูงส่ง คุณสมบัติโดดเด่นกว่าผู้อื่น แต่ยังมีโชคที่ดีมากอีกด้วย”
สวี๋ฝู๋ยิ้มกว้างออกมา แต่มิได้ตอบใด ๆ
ผู้อาวุโสเย่ท่านนั้นเคยบอกนางแล้วว่า การได้พบเขานับว่าเป็นวาสนา
เพราะโชคของนางจึงทำให้เกิดเช่นนี้ขึ้น
ส่วนคุณสมบัติวิถีกระบี่ของนาง มิต้องบอกก็รู้อยู่แล้วว่าสูงส่งเพียงใด
สวี๋ฉางเหอเบนสายตาไปมองม้วนภาพในมือ พลางเอ่ยอย่างลังเลว่า “ฝู๋เอ๋อ ภาพวาดนี้ขอพ่อยืมสักคืนได้หรือไม่ ? ”
แม้ว่านับตั้งแต่บำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่มาจนถึงบัดนี้ เวลาจะผ่านมานานมากแล้ว
แต่ว่าภายในแดนเซียนแห่งนี้ อายุขัยของเขามิได้ยาวนานมากนัก
เช่นเดียวกันในวิถีกระบี่เขามีความแตกฉานเช่นวันนี้ ก็พอที่จะเรียกได้ว่ามีคุณสมบัติโดดเด่นแล้ว
ดังนั้นหากเป็นไปได้ล่ะก็ เขาก็อยากลองดูสักครั้งว่าจะสามารถได้รับการยอมรับจากผู้อาวุโสวิถีกระบี่ท่านนี้หรือไม่
ถ้าหากเขาและสวี๋ฝู๋ล้วนได้รับการยอมรับจากผู้อาวุโสวิถีกระบี่ท่านนี้
เช่นนั้นต่อให้จะเป็นพ่อลูก หรือว่าศิษย์พี่ศิษย์น้อง แล้วจะเป็นไรไป ?
การบำเพ็ญเพียรวิถีเซียนก็เปรียบดั่งปลาที่ว่ายทวนน้ำ ล้วนต้องต่อสู้แข่งขัน แล้วสิ่งนอกกายเหล่านี้จะถือสาอันใดกัน ?
สวี๋ฝู๋อดมิได้ที่จะกลอกตามองบน พลางเอ่ยอย่างดูแคลนว่า “ท่านพ่อ ท่านคงมิได้คิดอยากให้ผู้อาวุโสเย่รับท่านเป็นศิษย์ด้วยหรอกนะเจ้าคะ ? ”
สวี๋ฉางเหอใบหน้าแดงก่ำ แต่มิได้ตอบโต้ใด ๆ ……
วันต่อมา
โรงเตี๊ยมเหอซี
หลังจากสงเอ้อจากไปก็มิมีข่าวคราวใด ๆ และมิได้กลับมาอีก
เรื่องนี้เย่ฉางชิงมิได้เก็บมาคิดมากและโศกเศร้าแต่อย่างใด
ทุกคนล้วนมีจุดมุ่งหมายของตนเอง



VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน