ตอนที่ 677 โชคของมันคงมิดีเท่าไรนัก
จากนั้นทั้งสามคนก็เดินตามกันออกมาจากลานเล็ก ๆ
เถ้าแก่และเถ้าแก่เนี้ยผู้ดูแลที่ยืนรออยู่ที่ด้านหลังของโรงเตี๊ยมก็ต้องตกตะลึงอีกครั้ง
‘บุรุษหนุ่มผู้นี้เป็นใครกันแน่ ! ’
‘ถึงทำให้เจ้าเมืองอย่างสวี๋ฉางเหอ รวมทั้งบุตรสาวของเขาอย่างสวี๋ฝู๋ต้องถ่อมตนต่อหน้าเขาได้ถึงเพียงนี้’
‘หรือเขาจะเป็นศิษย์สายสืบทอดของผู้อาวุโสท่านใดท่านหนึ่งของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ย ? ’
‘มิใช่สิ ! ’
‘หากเป็นศิษย์สายสืบทอดของผู้อาวุโสท่านใดท่านหนึ่ง เช่นนั้นคนหนุ่มที่ทะเยอทะยานไหนเลยจะยอมมาพักในโรงเตี๊ยมถูก ๆ เช่นนี้’
‘อีกอย่างต่อให้เป็นศิษย์สายสืบทอดของผู้อาวุโสท่านใดท่านหนึ่งจริง ๆ ’
‘ยอดบุรุษแห่งยุคก็มิอาจทำให้เจ้าเมืองอย่างสวี๋ฉางเหอมีท่าทีถ่อมตนเช่นนี้ได้แน่นอน’
‘หากมิใช่เช่นนั้นก็มีอีกเพียงความเป็นไปได้เดียวเท่านั้น’
‘นั่นก็คือผู้เฒ่าที่มีตบะบารมีสูงส่งและอยู่มานานจนมิอาจคาดเดาได้ แปลงกายเป็นบุรุษหนุ่ม’
‘เนื่องจากมิชอบเสียงเอะอะในโรงเตี๊ยมชั้นสูง ดังนั้นจึงเลือกมาพักโรงเตี๊ยมเหอซีที่ห่างไกลที่สุดเช่นนี้’
‘อืม ! ’
‘การคาดเดานี้ดูสมเหตุสมผลที่สุดแล้ว’
‘คงจะเป็นเช่นนี้แน่’
มินาน ระหว่างที่สองสามีภรรยาลอบคาดเดาอยู่ในใจนั้น
เย่ฉางชิงก็มาหยุดลงตรงหน้าของพวกเขาสองคน พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เถ้าแก่ ข้ายังจะอยู่ที่นี่อีกสักพัก ท่านช่วยให้คนไปทำความสะอาดเรือนที ข้ากลับมาจะมาจ่ายค่าห้องให้”
เถ้าแก่ร่างท้วมนิ่งงัน ก่อนจะได้สติจึงรีบโค้งตัวลงและเอ่ยว่า “ผู้น้อยทราบแล้วขอรับ เชิญท่านไปทำธุระได้ตามสบาย เมื่อท่านกลับมาเรือนจะสะอาดเรียบร้อยแน่นอนขอรับ”
เย่ฉางชิงพยักหน้ารับ จากนั้นก็เดินไปทางโถงของโรงเตี๊ยมพร้อมกับสวี๋ฉางเหอสองคนพ่อลูกทันที
ขณะเดียวกัน เมื่อสวี๋ฉางเหอได้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างกับตาตนเอง
แม้จะมีท่าทางเหมือนมิได้สนใจใด ๆ ทว่าก็อดมิได้ที่จะลอบทอดถอนใจ
‘นี่เองที่เรียกกันว่า ผู้แข็งแกร่งบำเพ็ญเพียรกลางขุนเขา แต่ผู้แข็งแกร่งที่ไร้เทียมทานจะบำเพ็ญเพียรใจกลางเมือง’
‘เมื่อถึงระดับของท่านเย่ มิเพียงมีตบะบารมีที่ทำให้คนต้องหวั่นเกรงแล้ว ระดับจิตใจเช่นนี้ก็ทำให้พวกเรายากที่จะเข้าใจได้ สูงส่ง ช่างสูงส่งจริง ๆ ’
เมื่อเดินออกจากโรงเตี๊ยม
เย่ฉางชิงเอ่ยลาสวี๋ฉางเหอเล็กน้อย ก่อนจะเดินตรงไปยังถนนฝั่งตรงข้ามตามการนำทางของสวี๋ฝู๋
ส่วนสวี๋ฉางเหอหลังจากยืนมองทั้งสองคนเดินหายลับตาไปแล้ว ก็ขึ้นรถม้าคันหนึ่งและจากไปทันที
ทว่าหลังจากที่ทุกคนจากไปแล้ว
ร่าง ๆ หนึ่งพลันปรากฏขึ้นด้านนอกโรงเตี๊ยมเหอซีราวกับภูตผีก็มิปาน
เพียงพริบตาก็แวบหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งก้านธูป
ภายในจวนเจ้าเมือง
บนทะเลสาบที่เปล่งประกายระยิบระยับและมองมิเห็นจุดสิ้นสุด
เรือสำราญโบราณลำหนึ่งกำลังเคลื่อนตัวช้า ๆ
ระหว่างที่เสวียหมิงไห่กำลังนอนหลับตาอยู่บนเก้าอี้ตัวหนึ่ง ขณะเดียวกันภายในเรือก็มีเสียงพิณบรรเลงดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
จากนั้นก็มีร่างสีดำร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าของเสวียหมิงไห่อย่างเงียบเชียบ
“หน้าโลหิต ข้าให้เจ้าสะกดรอยตามสวี๋ฝู๋มิใช่หรือ ? ”
เสวียหมิงไห่ยังคงหลับตาพริ้ม พลางเอ่ยด้วยท่าทางเกียจคร้าน
“เรียนนายน้อย ครึ่งชั่วยามก่อนท่านเจ้าเมืองเหอซีสวี๋ฉางเหอ และศิษย์น้องผู้นั้นของท่านได้ไปพบบุรุษหนุ่มผู้หนึ่ง”
บุคคลลึกลับที่สวมชุดดำ ที่ใบหน้ามีหน้ากากสีเลือดปิดบังเอาไว้ ส่งเสียงอันแหบแห้งออกมา
เสวียหมิงไห่พลันลืมตาขึ้นทันที ก่อนจะเอ่ยถามว่า “เป็นเช่นไรบ้าง ? ”



VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน