เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 680

ตอนที่ 680 แข็งนอกอ่อนใน

สิ้นเสียง หน้าโลหิตเหมือนสัมผัสได้ถึงไอพลังที่แปลกไปบนกายของสวี๋ฝู๋

หลังจากนิ่งเงียบอยู่สักพัก หน้าโลหิตก็ส่งกระแสจิตบอกเสวียหมิงไห่ว่า “นายน้อย กระดูกกระบี่ภายในกายของศิษย์น้องของท่านเหมือนมีสัญญาณว่าจะตื่นขึ้นมาขอรับ”

กระดูกกระบี่ตื่นขึ้นงั้นหรือ ?

เสวียหมิงไห่มีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที อดมิได้ที่จะเผยท่าทีประหลาดใจออกมาน้อย ๆ

เพราะการที่กระดูกกระบี่ภายในกายของสวี๋ฝู๋ตื่นขึ้นมานั้น สำหรับเขาแล้วหาใช่เรื่องที่ดีแต่อย่างใดไม่

หากกระดูกกระบี่ภายในกายของสวี๋ฝู๋ตื่นขึ้นมา กระดูกกระบี่ก็จะเกิดการผสานกับกายเนื้อของสวี๋ฝู๋อย่างสมบูรณ์

จากนั้นตบะบารมีรวมถึงความแตกฉานในวิถีกระบี่ของสวี๋ฝู๋ก็จะก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว

เช่นนั้นหากกลับไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ยอีกครั้ง จะต้องเข้าตาผู้อมตะท่านใดท่านหนึ่งเป็นแน่

เมื่อถึงตอนนั้นหากเขาต้องการที่จะลงมือทำอันใดกับสวี๋ฝู๋ ก็คงจะมิง่ายอย่างในตอนนี้อีก

ยิ่งไปกว่านั้นหากกระดูกกระบี่ภายในกายสวี๋ฝู๋ตื่นขึ้นมาแล้ว เช่นนั้นการที่เขาจะดูดปราณชีวิตภายในกระดูกกระบี่ เพื่อมาหล่อเลี้ยงกระบี่โลหิตภายในกายก็คงจะทำได้ยากขึ้น

คิดถึงตรงนี้ เสวียหมิงไห่พลันมีสีหน้าเย็นชาขึ้นมาทันที ไอสังหารในดวงตาฉายชัดออกมา พร้อมกับเอ่ยเสียงเข้มว่า “ในเมื่อกระดูกกระบี่ภายในกายศิษย์น้องสวี๋มีสัญญาณที่จะตื่นขึ้นมา เช่นนั้นก็คงต้องทำตามแผนก่อนกำหนดเสียแล้ว”

เอ่ยจบ เสวียหมิงไห่ก็สะบัดแขนเสื้อ ไอกระบี่ที่แข็งแกร่งและรุนแรงหลายสายก็พุ่งออกมาทันที ก่อนจะมุ่งไปทางเย่ฉางชิง

ที่มาคืนนี้เดิมทีเขาก็มิคิดจะปล่อยชายในดวงใจของสวี๋ฝู๋เอาไว้อยู่แล้ว

อีกทั้งกระดูกกระบี่ภายในกายของสวี๋ฝู๋ยังมีสัญญาณการตื่นขึ้นเช่นนี้ ดังนั้นเขาจำเป็นจะต้องรีบชิงปราณชีวิตภายในกระดูกกระบี่มาให้ได้

ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะลงมือโดยมิลังเล

ทว่าเวลานี้เย่ฉางชิงที่ถูกคนเมินเป็นครั้งแรก เดิมทีอารมณ์ก็มิดีอยู่แล้ว

ฉะนั้นเมื่อสัมผัสได้ถึงไอกระบี่ที่เสวียหมิงไห่ปล่อยออกมาอย่างมิมีปี่มีขลุ่ย ก็รู้สึกราวกับเป็นเรื่องขำขัน

‘ไอกระบี่ ? ’

‘นี่ยังเรียกว่าไอกระบี่ได้อีกเยี่ยงนั้นหรือ ? ’

‘เจ้ามาเล่นตลกให้ข้าดูเยี่ยงนั้นหรือ ? ’

‘เจ้ามิถามข้าสักนิดเลยงั้นหรือว่าข้าเก่งกาจเรื่องใด ถึงกล้ามาอวดวิชาต่อหน้าข้าเช่นนี้ ? ’

‘ช่างเถอะ ! ’

‘เป็นเจ้าที่มาอวดเบ่งต่อหน้าข้าก่อน อย่ามาโทษที่ข้าที่หลังก็แล้วกัน’

‘อีกอย่างคนยโสโอหังเช่นนี้’

‘คืนนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าแทนครอบครัวของเจ้าเอง ให้เจ้าได้สัมผัสความโหดร้ายของโลกวิถีเซียน’

เมื่อเผชิญหน้ากับเสียงวีดหวิวของไอกระบี่ที่รุนแรง

เย่ฉางชิงกลับสงบนิ่ง เพียงแค่ยืนรอไอกระบี่ที่พุ่งเข้ามาอย่างเงียบ ๆ

วินาทีต่อมา

มิเพียงแค่เสวียหมิงไห่จะที่มีสีหน้าเปลี่ยนไป แม้แต่หน้าโลหิตเองก็อดมิได้ที่ดวงตาจะเบิกโพลงขึ้น

เมื่อไอกระบี่หลายสายที่เสวียหมิงไห่ฟาดฟันออกไป ขณะที่อยู่ห่างจากเจ้าคนที่มีใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่เปรียบผู้นี้เพียงมิกี่เชี๊ยะ กลับมลายหายไปได้อย่างน่าอัศจรรย์

มิใช่แค่หายไปอย่างน่าประหลาดเท่านั้น ทว่ากลับไร้ซึ่งการสั่นสะเทือนใด ๆ อีกด้วย

‘นี่มัน ? ? ? ’

‘นี่มัน ! ! ! ’

‘เจ้าคนผู้นี้ช่างแปลกประหลาดนัก ! ’

ตอนนั้นเอง มุมปากของเย่ฉางชิงก็โค้งขึ้นน้อย ๆ ก่อนจะปัดแขนเสื้อเบา ๆ ด้วยท่าทางเหมือนดูแคลน พร้อมทั้งเอ่ยว่า “ท่านทั้งสองบุกเข้ามาด้วยท่าทีที่ประสงค์ร้ายเช่นนี้ เหมือนมิเห็นข้าอยู่ในสายตา”

“เรื่องมาถึงขั้นนี้ข้าอยากจะเตือนท่านทั้งสองสักหน่อย ว่าที่นี่มิต้อนรับพวกท่านทั้งสอง ดังนั้นเชิญออกไปจากที่นี่ซะ”

เสวียหมิงไห่จึงได้สติขึ้นมา ดวงตาเย็นชาคู่นั้นพลันเปล่งประกายวาวโรจน์ออกมา

แม้เขาจะมิรู้ว่าคนผู้นี้ทำได้เยี่ยงไร อีกทั้งบนกายยังมิมีไอพลังวิถีเซียนใด ๆ แผ่ออก

แต่หากเขาเดามิผิดแล้วล่ะก็ บนกายของอีกฝ่ายจะต้องพกสุดยอดสมบัติโบราณบางอย่างไว้เป็นแน่

มิเช่นนั้นคนรุ่นเดียวกันจะมีผู้ใดที่สามารถรับไอกระบี่หลายสายของเขาได้ โดยมิเกิดการสั่นสะเทือนใด ๆ เช่นนี้เล่า

ในเมื่อเป็นเช่นนั้นเสวียหมิงไห่ที่คิดว่าตนเหนือกว่าทุกคนในรุ่นเดียวกัน จึงมิคิดที่จะยอมง่าย ๆ

“นายน้อย คนผู้นี้เหมือนมองเคล็ดกระบี่ของท่านออก”

หน้าโลหิตเอ่ยเตือนขึ้นมา

เสวียหมิงไห่ขบกรามแน่น เหมือนได้รับความอัปยศอย่างที่มิเคยมีมาก่อน

“ยังต้องบอกอีกหรือ ! ”

เสวียหมิงไห่แค่นเสียงเย็นออกมา ประกายวาวโรจน์ของไฟโทสะพาดผ่านดวงตา พลางเอ่ยด้วยสีหน้าดุดันว่า “แต่สมใจข้าจริง ๆ ”

“มิได้พบคนรุ่นราวคราวเดียวกันที่คู่ควรให้ข้าลงมือมานานแล้ว วันนี้ข้าจะทำให้มันกลายเป็นเพียงหินใต้ฝ่าเท้า เพื่อขัดเกลาวิถีกระบี่ของข้า ใช้เลือดของมันมาสังเวยกระบี่เลือดให้จงได้”

เอ่ยถึงตรงนี้ มุมปากของเสวียหมิงไห่ก็โค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มชั่วร้าย ก่อนจะเพ่งสมาธิร่างกายพลันระเบิดคลื่นแสงสีแดงอันรุนแรงออกมาทันที

เหมือนกับได้ปลดผนึกบางอย่างบนกายของเขา

จากนั้นทั่วทั้งร่างก็มีลวดลายสีเลือดปรากฏขึ้น

ภายในดวงตาคู่นั้นมีสัญลักษณ์โบราณบางอย่างปรากฏขึ้น ก่อนจะระเบิดไอพลังสีแดงสองสายออกมา

จากนั้นไอพลังบนกายแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ จนสามารถดูดกลืนปราณวิญญาณฟ้าดินโดยรอบได้

ขณะเดียวกัน ข้างกายของเขาเวลานี้ก็ได้มีเงากระบี่สีเลือดที่น่าประหลาดสายหนึ่งปรากฏขึ้น

และสั่นสะเทือนจนเกิดคลื่นแสงเป็นชั้น ๆ พร้อมแผ่ไอพลังกระหายเลือดออกมาอีกด้วย

วินาทีนี้ เสวียหมิงไห่ราวกับแปลงกายเป็นมารกระบี่ตนหนึ่ง

“เด็กน้อย ต่อให้คืนนี้เจ้าต้องตายก็จงภูมิใจเสียเถอะ”

เสวียหมิงไห่ระเบิดเสียงหัวเราะที่ชั่วร้ายออกมา พลางเอ่ยกับเย่ฉางชิง

ทว่าเย่ฉางชิงกลับยังคงมีท่าทีสบาย ๆ มิหนำซ้ำมุมปากของเขายังมีรอยยิ้มบาง ๆ ประดับเอาไว้อีกด้วย

“พลังเช่นนี้นับว่าน่าตกใจมิน้อย แต่ก็ยังแข็งนอกอ่อนในอยู่ดี”

เย่ฉางชิงยืนเอามือไพล่หลังราวกับเทพแห่งยุค พลางเอ่ยเสียงเรียบว่า “แม้ข้าจะบำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่ได้มินานเท่าไรนัก แต่ความแตกฉานในวิถีกระบี่ของเจ้านั้น ยังถือว่าห่างไกลจากข้ามากนัก”

“ข้าก็ได้แต่หวังว่า เจ้าคงมิได้มีดีแค่ปากก็แล้วกัน ! ”

เสวียหมิงไห่หัวเราะออกมาอย่างดูแคลน ก่อนจะแปลงเป็นเงาสีเลือดพุ่งเข้าใส่เย่ฉางชิง ด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัวยิ่งในทันใด

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน