เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 679

ตอนที่ 679 ถูกมองข้าม

จนเวลาผ่านไปประมาณหนึ่งก้านธูป

เมื่อดอกบัวกระบี่อันพิสดารไร้ที่เปรียบค่อย ๆ ผสานลงกลางศีรษะของสวี๋ฝู๋ และเข้าสู่ภวังค์อันลึกลับบางอย่าง

นิมิตฟ้าดินที่ปกคลุมท้องฟ้าทั่วทั้งเมืองเหอซี ก็ค่อย ๆ สลายหายไป

แต่แม้จะเป็นเช่นนั้นทั่วทั้งเมืองเหอซีก็ยังคงเกิดการความโกลาหลขึ้น

“ท้องฟ้าทางทิศตะวันออกปรากฏไอพลังสีม่วง คิดมิถึงว่าเมืองเล็ก ๆ อย่างเมืองเหอซีจะเกิดปรากฏการณ์ที่เป็นมงคลเช่นนี้”

“พี่ชายท่านนี้ นิมิตบนท้องฟ้าทางทิศตะวันออกปรากฏไอพลังสีม่วงเช่นนี้ มีอันใดพิเศษงั้นหรือ ? ”

“น้องชาย เจ้ามิรู้หรือว่าไอพลังสีม่วงเป็นตัวแทนของโชค และการที่ท้องฟ้าทางทิศตะวันออกปรากฏไอพลังสีม่วง ยิ่งเป็นลางบอกเหตุอันเป็นมงคลที่หาได้ยากยิ่งนัก”

“อธิบายเช่นนี้ก็แล้วกัน การที่ไอพลังสีม่วงปกคลุมเมืองเหอซี แม้ตอนนี้พวกเราจะมิรู้สึกใด ๆ แต่การบำเพ็ญเพียรต่อจากนี้จะต้องได้ประโยชน์อย่างมิมีที่สิ้นสุดเป็นแน่”

“หากมิมีสิ่งใดผิดพลาดแล้วล่ะก็ อีกมินานก็จะมีผู้บำเพ็ญเพียรที่ไร้สังกัดมากมายเข้ามาในเมืองเหอซี เพื่อหวังว่าจะได้รับโชคคอยหนุนนำการบำเพ็ญเพียรของตนเอง”

“จริงสิ เมื่อสองวันก่อนมีนิมิตที่แฝงสุดยอดวิถีกระบี่ปกคลุมเมืองเหอซี วันนี้ท้องฟ้าทางทิศตะวันออกก็ยังปรากฏไอพลังสีม่วงขึ้นอีก หรือว่าจะเป็นฝีมือของผู้อาวุโสท่านใดท่านหนึ่ง ? ”

“เรื่องนี้ก็เอ่ยยาก การทำให้เกิดนิมิตเช่นนี้ได้หาใช่สิ่งที่ผู้แข็งแกร่งทั่วไปจะสามารถทำได้ไม่ มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นฝีมือของผู้แข็งแกร่งระดับอมตะ อีกทั้งผู้สูงส่งระดับนั้น พวกเรามิอาจวิพากษ์วิจารณ์หรือคาดเดาส่งเดชได้”

“ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทานระดับอมตะ ? ”

“หรือว่าจะเป็น……ฉางหลิง……”

“พวกเจ้าเป็นคนเอ่ยเอง ข้ามิได้เอ่ยสิ่งใดเลยนะ”

“……”

“……”

ระหว่างที่เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรไร้สังกัดมากมายที่อยู่ตามหอสุรา และบนท้องถนนกำลังถกเถียงกันอยู่นั้น

เสวียหมิงไห่ที่สวมอาภรณ์หรูหรา พร้อมบุคคลลึกลับที่เขาเรียกขานว่าหน้าโลหิตก็ค่อย ๆ เดินไปตามถนน

“หน้าโลหิต สิ่งที่เจ้าพวกมดปลวกเหล่านั้นเอ่ย เจ้าคิดว่าเยี่ยงไร ? ”

เสวียหมิงไห่เอามือไพล่หลัง พลางเอ่ยถามโดยมิหันมามองหน้า

หน้าโลหิตที่สวมชุดคลุมสีดำเงียบอยู่สักพัก ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างครุ่นคิดว่า “นายน้อย เรื่องนี้ผู้น้อยก็เอ่ยมิถูกเหมือนกันขอรับ”

“แต่สิ่งที่ผู้น้อยรู้ก็คือท้องฟ้าทางทิศตะวันออกปรากฏไอพลังสีม่วง จะต้องมีโชคอันยิ่งใหญ่ส่งเสริมเมืองเหอซีอย่างแน่นอน และจะประทานพรให้แก่ทุกสรรพสิ่งในเมืองเหอซีอีกด้วย”

“และก็เหมือนที่เจ้าคนนั้นกล่าวเอาไว้ว่า อีกมินานเมืองเหอซีแห่งนี้จะต้องกลายเป็นเมืองอันดับหนึ่งของแดนฉางหลิงอย่างแน่นอน”

เสวียหมิงไห่พยักหน้าเห็นด้วย พร้อมทั้งเอ่ยว่า “ฝีมือเช่นนี้มาจากผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทานระดับอมตะจริงหรือ ? ”

หน้าโลหิตผู้นี้แท้จริงแล้วถือกำเนิดมาเยี่ยงไร ก่อนหน้านี้เคยประสบกับอันใดมาบ้างนั้นเขาย่อมรู้ดี

ดังนั้นในเมื่อหน้าโลหิตเอ่ยเช่นนี้ ย่อมจะต้องมีความเป็นไปได้

สิ้นเสียง หน้าโลหิตจึงใคร่ครวญอยู่สักพัก จากนั้นจึงเอ่ยด้วยท่าทางเคร่งเครียดว่า “นายน้อย ผู้แข็งแกร่งระดับอมตะเป็นผู้ที่พวกเรามิอาจจะจินตนาการได้”

“แม้ผู้น้อยจะยังก้าวมิถึงระดับในตำนาน แต่ก็บังเอิญได้ตำราเก่าแก่ที่สืบทอดมาจากสมัยบรรพกาลมาเล่มหนึ่ง”

“ตามที่เขียนเอาไว้ในนั้น ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทานที่อยู่ในระดับอมตะ มิเพียงสามารถควบคุมวิถีของตนได้ แต่ยังสามารถสะท้อนกับกฎของฟ้าดินได้อีกด้วย”

“ส่วนผู้บำเพ็ญเพียรวิถีเซียนที่อยู่ต่ำกว่าระดับอมตะ ห้ามวิพากษ์วิจารณ์และคาดเดาส่งเดช ต่อให้เวลานั้นจะมิมีสิ่งใดเกิดขึ้น แต่ในการบำเพ็ญเพียรต่อจากนั้น มีความเป็นไปได้สูงที่จะประสบกับเคราะห์กรรม”

เสวียหมิงไห่ชะงักฝีเท้าลงทันที พลางหันมาเอ่ยด้วยรอยยิ้มชั่วร้ายว่า “ร้ายกาจเพียงนั้นเชียวหรือ ? ”

หน้าโลหิตจึงรีบเอ่ยว่า “นายน้อยโปรดระวังคำกล่าวด้วย”

เสวียหมิงไห่แสยะยิ้มออกมา พลางเอ่ยอย่างมิแยแสว่า “มิเป็นไร เชื่อว่าภายภาคหน้าข้าเสวียหมิงไห่ก็จะมีพลังมากพอ และกลายเป็นผู้แข็งแกร่งระดับอมตะที่อยู่เหนือสรรพสิ่งอย่างแน่นอน”

เอ่ยถึงตรงนี้ เสวียหมิงไห่ก็ได้เอ่ยถามถึงอีกเรื่องหนึ่งอย่างหมดความอดทนว่า “อีกนานหรือไม่กว่าจะถึงโรงเตี๊ยมเหอซีอันใดนั่น ? ”

หน้าโลหิตจึงเอ่ยว่า “อีกมิไกลแล้ว สุดถนนเส้นต่อไปก็เป็นที่ตั้งของโรงเตี๊ยมเหอซีแล้วขอรับ”

ยังมิทันสิ้นเสียง เสวียหมิงไห่ก็แวบหายตัวไปจากถนนเส้นนั้นราวกับภูตผีก็มิปาน

หน้าโลหิตเองก็รีบตามเสวียหมิงไห่ไปอย่างมิลังเลเช่นกัน

……

……

อีกด้านหนึ่ง

เมื่อนิมิตที่ปกคลุมบนกายของสวี๋ฝู๋จางหายไปแล้ว และนางได้เข้าสู่ภวังค์ลึกลับบางอย่าง

เย่ฉางชิงก็สัมผัสได้ถึงไอพลังวิถีกระบี่ที่คุ้นเคยจากกายของสวี๋ฝู๋ได้อย่างมิทราบสาเหตุ

แม้ความรู้สึกเช่นนี้ออกจะแปลกไปสักหน่อย แต่ก็ให้ความรู้สึกที่สนิทสนมบางอย่างด้วยเช่นกัน

เย่ฉางชิงจับจ้องไปยังสวี๋ฝู๋ที่กำลังหลับสนิท ผมยาวปลิวไสว และนั่งสมาธิอยู่กลางอากาศ

ตอนที่ 679 ถูกมองข้าม 1

ตอนที่ 679 ถูกมองข้าม 2

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน