ตอนที่ 688 ตำนานกระดูกเทพ
กระดูกกระบี่ ?
เมื่อได้ยินคำ ๆ นี้จากปากของเสวียหมิงไห่
ชุยชิงไป่ก็อดมิได้ที่จะใจกระตุกขึ้นมาทันที
กระดูกกระบี่หมายถึงสิ่งใดนั้น สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่ รวมถึงผู้อาวุโสของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ยอย่างนางย่อมรู้ดีที่สุด
ตามที่มีบันทึกในตำราเก่าแก่เล่มหนึ่งของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ย
กระดูกกระบี่เป็นกระดูกเทพชนิดหนึ่งในตำนาน เกิดขึ้นมาจากต้นกำเนิดมหามรรคาในตำนาน
ตั้งแต่อดีตจนถึงบัดนี้ผู้ที่มีวาสนาที่ฟ้าประทานมีเพียงมิกี่คนเท่านั้น
และคนเพียงมิกี่คนนี้ล้วนแต่เป็นผู้สูงส่งที่มีชื่อเสียงเลื่องลือทั้งสิ้น
สำหรับพวกเขาแล้วระดับอมตะที่ผู้บำเพ็ญเพียรวิถีเซียนทั้งหลายได้แต่ใฝ่ฝันถึง กลับมิต่างอันใดกับการดื่มชาก็มิปาน
มิเพียงเท่านั้น ตามบันทึกประวัติศาสตร์เล่มหนึ่งที่สืบทอดมาจากยุคเซียนโบราณในสมัยก่อน
เจ้าแห่งสิบสองแดนเซียนโบราณในสมัยก่อน ล้วนแล้วแต่มีตบะบารมีระดับราชันในตำนานทั้งสิ้น
และหนึ่งราชันนั้นในช่วงเริ่มต้นของการบำเพ็ญเพียร ก็มินับว่ามีพรสวรรค์มากมายนัก
แต่หลังจากเข้าสู่สนามรบโบราณ บังเอิญได้รับกระดูกเทพชิ้นหนึ่งมา นับแต่นั้นตบะบารมีของเขาก็ก้าวหน้าขึ้นอย่างก้าวกระโดด และสามารถเอาชีวิตรอดมาจากสนามรบโบราณได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
จากนั้นเมื่อกลับมายังแดนเซียนโบราณอีกครั้ง หลังจากบำเพ็ญเพียรเป็นเวลาหมื่นปี ก็ได้รับการยอมรับจากตราดวงใจสวรรค์ สุดท้ายก็พิสูจน์มรรคาได้สำเร็จ และกลายเป็นหนึ่งในสิบสองราชัน
และเนื่องจากได้รับสุดยอดเคล็ดวิชาจากบนกระดูกเทพชิ้นนี้
ต่อให้เป็นเป็นหนึ่งในสิบสองราชัน ทว่าราชันท่านนี้กลับแข็งแกร่งเหนือกว่าคนอื่น ๆ
ดังนั้น ระดับอมตะที่เสวียหมิงไห่พูดถึงก่อนหน้านี้ ยังนับว่ามีสายตาที่คับแคบอยู่
หากได้รับกระดูกเทพที่สมบูรณ์มาสักชิ้น มีความเป็นไปได้สูงที่จะสามารถพิสูจน์มรรคาและกลายเป็นราชันหญิงคนแรก ที่เหนือกว่าผู้ใดในสิบสองแดนเซียนโบราณ
แม้ว่าสวี๋ฝู๋เองก็เป็นศิษย์ที่เก่งกาจของนาง คุณสมบัติและการรู้แจ้งล้วนมิเป็นสองรองใคร
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีกระดูกเทพในตำนานอยู่ภายในกาย ที่แม้แต่อาจารย์อย่างนางก็ยังมิรู้
แต่สิ่งเหล่านี้จะสำคัญอันใด เมื่อเทียบกับการได้เป็นราชันหญิงเพียงผู้เดียวในยุคนี้ ดังนั้นนางจึงยอมแลกกับทุกสิ่งทุกอย่าง
คิดได้ดังนั้น มุมปากของชุยชิงไป่ก็โค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มชั่วร้าย ราวกับว่าวินาทีนี้นางได้กลายเป็นปีศาจอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
“เสวียหมิงไห่ เห็นแก่ข่าวที่เจ้าบอก ข้ารับปากเจ้าหากข้าได้กลายเป็นราชันหญิงคนแรกของยุคนี้ได้ วันหน้าข้าจะมอบวาสนาอันยิ่งใหญ่ให้แก่เผ่าเสวียของเจ้าอย่างแน่นอน”
“สวี๋ฝู๋ แม้เมืองเหอซีจู่ ๆ จะมีผู้ที่อยู่เหนืออมตะปรากฏกายขึ้น แต่เจ้าต้องมีชีวิตรอดกลับมา”
“มีเพียงแค่เจ้ามีชีวิตรอดกลับมา อาจารย์จึงจะสามารถยืมกระดูกเทพภายในกายเจ้า และกลายเป็นราชันหญิงคนแรกแห่งยุคนี้ได้”
……
……
อีกด้านหนึ่ง
เมืองเหอซี
เมื่อสวี๋ฝู๋ตื่นขึ้นมาจากภวังค์ของการรู้แจ้งอีกครั้ง ก็เกือบจะเป็นยามอู่แล้ว
แม้กระดูกกระบี่ภายในกายของนางจะยังมิสามารถตื่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ แต่เมื่อนางตื่นขึ้นมาจากการรู้แจ้ง รัศมีที่แผ่ออกมาจากภายในของนางกลับเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
แม้ว่าก่อนหน้านี้นางจะดูสดใสและงดงามอยู่แล้ว ทว่าบัดนี้กลับดูสุขุมขึ้น ทั้งยังให้ความรู้สึกกดดันบางอย่างอีกด้วย
“อาจารย์……”
เวลานี้นิมิตที่ปกคลุมบนกายได้หายไปแล้ว
หนังตาของสวี๋ฝู๋กระตุกเล็กน้อย ก่อนที่ดวงตาดำขลับคู่นั้นจะค่อย ๆ ลืมขึ้น
ขณะเดียวกัน มุมปากก็โค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มยินดี
ทว่ายังมิทันสิ้นเสียง เมื่อนางได้เห็นซากปรักหักพังและบรรยากาศอันยุ่งเหยิงตรงหน้า ร่างทั้งร่างพลันแข็งค้างอยู่กับที่
‘เกิดอันใดขึ้นกันแน่ ? ’
‘เหตุใดลานแห่งนี้ถึงกลายเป็นเช่นนี้ได้ ? ’
‘อีกอย่างมียอดฝีมือไร้เทียมทานเช่นอาจารย์อยู่ ยังสามารถสร้างความเสียหายได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ ? ’
‘จริงสิ’
‘มิใช่ว่าศัตรูของอาจารย์บุกมาที่นี่หรอกกระมัง ? ’
‘เป็นไปมิได้ ! ’


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน