ตอนที่ 707 กระบี่ของข้าจะมีผู้อมตะสักกี่คนที่รับได้ ?
ต้องบอกว่าเวลานี้ใจของสวี๋ฉางเหอนั้นรู้สึกสับสนวุ่นวายไปหมด
บรรพบุรุษฉางหลิง เป็นถึงหนึ่งในผู้แข็งแกร่งที่สุดของแดนเซียนจื่อฉง
สุดท้ายกลับมิสามารถรับกระบี่ของท่านเย่ได้
และยังมีระฆังนิรนามนี่อีก
แม้จะเคยได้ยินมาบ้าง แต่กลับมิเคยเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงมาก่อน
ทว่าบัดนี้สมบัติวิเศษกลับถูกบุตรสาวของเขาครอบครอง อีกทั้งยังได้รับมาจากเย่ฉางชิงผู้ที่ถูกทุกคนสงสัยว่าเป็นมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณอีกด้วย
‘เห็นได้ชัดว่าบรรพบุรุษฉางหลิงที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นผู้ลึกลับ ในตอนนั้นจะแพ้ยับเยินมากเพียงใด’
‘อีกอย่างหากท่านเย่เป็นมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณในตำนานตนนั้นจริง’
‘ยิ่งมิต้องเอ่ยถึงว่าบรรพบุรุษฉางหลิงจะมีชีวิตรอดและหนีไปได้เช่นไร’
‘หากมีเปิดศึกขึ้นมาจริง ๆ ด้วยพลังของท่านเย่เพียงคนเดียวก็เพียงพอที่จะต้านทานผู้แข็งแกร่งทั้งหมดของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ยได้แล้ว’
‘เช่นนั้นการที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ยระดมผู้คนมามากมายเช่นนี้หมายความว่าเยี่ยงไรกัน ? ’
‘เพียงแค่ต้องการให้ทุกคนมองว่าท่านเย่เป็นมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณเยี่ยงนั้นหรือ ? ’
คิดถึงตรงนี้ สวี๋ฉางเหอก็คิดบางอย่างขึ้นมาได้ทันที นั่นก็คือบรรพบุรุษฉางหลิงเกิดความมิพอใจ ดังนั้นจึงตั้งใจหลอกลวงทุกคนเพื่อแก้แค้น ที่ตนเองได้รับความอัปยศก่อนหน้านี้
มิเพียงเท่านั้น หากเขาเดามิผิดแล้วล่ะก็ บรรพบุรุษฉางหลิงจะต้องเรียกรวมผู้แข็งแกร่งมากมายอย่างแน่นอน
อีกทั้งมีความเป็นไปได้สูงที่ผู้แข็งแกร่งระดับอมตะที่เหลือจะมารวมตัวกันที่แดนฉางหลิง
แต่หากเป็นดังที่สวี๋ฝู๋บอกแล้วล่ะก็ บรรพบุรุษฉางหลิงยังมิอาจต้านทานกระบี่ของท่านเย่ได้ เช่นนั้นต่อให้รวบรวมผู้แข็งแกร่งระดับอมตะมาช่วยจะสามารถเอาชนะท่านเย่ได้เยี่ยงนั้นหรือ ?
หรือว่าท่านบรรพบุรุษฉางหลิงต้องการวางแผนใช้ท่านเย่กำจัดผู้แข็งแกร่งระดับอมตะที่เหลือ ?
ความคิดของผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทานเหล่านี้ ช่างยากที่จะคาดเดาจริง ๆ !
วุ่นวายจริง ๆ !
ขณะที่สวี๋ฉางเหอกำลังกุมขมับตนเองและใคร่ครวญอย่างมิเข้าใจอยู่นั้น
สวี๋ฝู๋ก็ขมวดคิ้วน้อย ๆ พลางเอ่ยอย่างงุนงงว่า “ท่านพ่อ ท่านเป็นอันใดไปหรือเจ้าคะ ? ”
สวี๋ฉางเหอคลึงหว่างคิ้วของตน ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยออกมาว่า “ฝู๋เอ๋อ พาพ่อไปพบท่านเย่ที”
สวี๋ฝู๋ชะงักงัน ก่อนจะพยักหน้าน้อย ๆ
มินานสองพ่อลูกก็ออกมาจากห้องลับ และเดินไปตามทางเดินมุ่งหน้าไปยังเรือนพักของเย่ฉางชิง
เมื่อเข้าไปใกล้ก็มีเสียงพิณอันไพเราะเสนาะหู ราวกับเสียงสวรรค์ดังขึ้นมา
สวี๋ฉางเหอชะงักฝีเท้าลง ขณะเดียวกันจิตใจที่กระสับกระส่ายอยู่นั้นกลับสงบลงอย่างรวดเร็ว
“ท่านพ่อ ทำไมจู่ ๆ ถึงหยุดเดินล่ะเจ้าค่ะ ? ” สวี๋ฝู่เอ่ยถามด้วยความสงสัย
สวี๋ฉางเหอถอนหายใจออกมายาว ๆ และอดมิได้ที่จะทอดถอนใจออกมาว่า “ต้องยอมรับว่าท่านเย่ผู้นี้เป็นยอดฝีมือไร้เทียมทานที่หาได้ยากจริง ๆ ”
“มิเพียงความแตกฉานในวิถีกระบี่จะถึงระดับสูงสุดเท่านั้น แม้แต่ความแตกฉานในวิถีดนตรีก็อยู่ในระดับที่มิสามารถจินตนาการได้เช่นกัน บุคคลเช่นนี้ช่างน่าเหลือเชื่อจริง ๆ ”
“ก็ใช่น่ะสิเจ้าคะ”
สวี๋ฝู๋ยิ้มออกมาอย่างทะเล้น ก่อนจะเอ่ยอย่างจริงใจว่า “อาจารย์แม้จะเป็นคนที่พวกเรามิสามารถจินตนาการได้ แต่กลับปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเป็นกันเอง จิตใจเช่นนี้ช่างหาได้ยากยิ่งนัก”
“ท่านพ่อ ท่านยังมิรู้อันใด เจ้ามันเทศน้อยของท่านลุงอู๋หลังจากได้พบอาจารย์บนถนนครั้งหนึ่ง ก็เอ่ยเจื้อยแจ้วทั้งวันว่าจะแต่งงานกับอาจารย์ เรื่องนี้กลับทำให้อาจารย์โปรดปรานเด็กน้อยผู้นี้แทนที่จะโกรธอีกด้วยเจ้าค่ะ”
สวี๋ฉางเหอพยักหน้าเห็นด้วย พลางเอ่ยออกมาว่า “นิสัยเช่นท่านเย่ ให้พ่อเชื่อว่าคนทั้งดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ยล้วนเป็นมารที่โหดเหี้ยมที่สุดเสียยังจะดีกว่า และพ่อมิมีทางเชื่อเด็ดขาดว่าท่านเย่จะเป็นมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณอันใดนั่น”
สวี๋ฝู๋เอ่ยเห็นด้วย “ท่านพ่อ ท่านเอ่ยถูกเจ้าค่ะ”
จากนั้นขณะที่สวี๋ฉางเหอและบุตรสาวก็มาถึงหน้าเรือนนอนของเย่ฉางชิง
สิ่งที่สวี๋ฉางเหอคาดมิถึงก็คือ สาวใช้สิบกว่าคนที่ปกติคอยปรนนิบัติเรื่องอาหารการกินและความเป็นอยู่ของเย่ฉางชิง เวลานี้กลับมานั่งอยู่ที่ด้านนอกเรือนโดยแบ่งเป็นสองฝั่ง


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน