ตอนที่ 708 ความคิดเหิมเกริมของสวี๋ฝู๋
แม้เย่ฉางชิงจะมองว่าคำกล่าวนี้ของเขาเป็นคำพูดที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการใช้โอ้อวด
ทว่าในสายตาของพ่อลูกตระกูลสวี๋ คำกล่าวนี้หาได้เกินไปไม่ ทว่าล้วนเป็นความจริงทั้งหมด
บรรพบุรุษฉางหลิงมีตบะบารมีระดับอมตะ ทว่าสุดท้ายกลับมิสามารถรับกระบี่ของท่านเย่ได้
เช่นนั้นต่อให้ผู้อมตะที่เหลือของแดนเซียนจื่อฉงมารวมตัวกันที่แดนฉางหลิง เพื่อร่วมมือกับหลี่ฉางหลิงจะสามารถรับกระบี่ของท่านเย่ได้จริง ๆ น่ะหรือ ?
‘กระบี่ของข้าจะมีผู้อมตะสักกี่คนที่รับได้ ? ’
ประโยคนี้มิเพียงทรงอำนาจ แต่ยังเต็มไปด้วยความหวังอีกด้วย
หลังจากนิ่งเงียบอยู่สักพัก สวี๋ฉางเหอจึงเอ่ยถามหยั่งเชิงว่า “ท่านเย่ขอรับ ต่อจากนี้พวกเรามิจำเป็นต้องสนใจสิ่งใด เพียงแค่รอเหล่าผู้อมตะของแดนเซียนจื่อฉงมายังเมืองเหอซีเท่านั้นหรือขอรับ ? ”
“ถูกต้อง”
เย่ฉางชิงพยักหน้าและเอ่ยว่า “หากข้าจำมิผิดแล้วล่ะก็ งานรวมตัวของเมืองเหอซีคงจะเริ่มในมิกี่วันนี้แล้วใช่หรือไม่”
“ถ้าเช่นนั้นก็เริ่มตระเตรียมความพร้อมได้เลย งานรวมตัวของเมืองเหอซียังคงจัดขึ้นตามกำหนด จะปล่อยให้เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรที่ดั้นด้นมาอย่างลำบากต้องผิดหวังมิได้”
สวี๋ฉางเหอขมวดคิ้วน้อย ๆ พลางเอ่ยว่า “แต่ว่าท่านเย่ขอรับ งานรวมตัวเมืองเหอซีเป็นการคัดเลือกศิษย์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ย ตอนนี้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ยต้องการที่จะกำจัดท่าน เรายังจะจัดงานตามกำหนดเดิมอีกเยี่ยงนั้นหรือขอรับ ? ”
เย่ฉางชิงปัดมือไปมาและเอ่ยว่า “มิเป็นไร แค่จัดงานตามกำหนดเดิมก็พอแล้ว”
นับวันดูแล้วงานรวมตัวของเมืองเหอซีก็เหลือเวลาอีกมิมากแล้ว
หลี่ฉางหลิงตอนนี้ได้เริ่มวางแผนการแล้ว เช่นนั้นหากมิมีสิ่งใดผิดพลาดแล้วล่ะก็ อีกมิกี่วันนี้หลี่ฉางหลิงจะต้องกลับมาอีกครั้งเป็นแน่
เช่นนั้นเวลาที่เหตุการณ์ทั้งสองอย่างจะเกิดขึ้นคงมิห่างกันเท่าไรนัก
สำหรับเย่ฉางชิงแล้ว
นับตั้งแต่เริ่มบำเพ็ญเพียรมา มิทันขยับกายก็เป็นผู้ไร้พ่ายเสียแล้ว จึงมิมีประสบการณ์ใด ๆ ให้น่าจดจำ
เช่นนั้นก็แค่เลือกโอกาสเหมาะ ๆ และอวดเบ่งต่อหน้าผู้บำเพ็ญเพียรทั้งหมดไปเลย
ให้ชื่อของเย่ฉางชิงเลื่องลือไปทั่วทั้งแดนเซียนจื่อฉง
ได้ยินดังนั้น แม้สวี๋ฉางเหอจะคาดเดาความคิดของเย่ฉางชิงมิออก แต่ก็ทำได้แค่สบตากับสวี๋ฝู๋เท่านั้น และมิได้เอ่ยสิ่งใดออกมาอีก
ยอดฝีมือไร้เทียมเช่นท่านเย่ การกระทำและคำเอ่ยของเขาย่อมมีจุดประสงค์ที่ลึกซึ้ง
ในเมื่อคาดเดามิออก เช่นนั้นก็แค่ทำตามก็พอแล้ว
ทว่าจู่ ๆ เย่ฉางชิงก็เหมือนนึกอันใดบางอย่างขึ้นมาได้ จึงรีบเอ่ยถามว่า “จริงสิ เจ้าเมืองสวี๋ ท่านไปดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ยครั้งนี้ พบข้อมูลเกี่ยวกับเผ่าสวรรค์บ้างหรือไม่ ? ”
“เกือบลืมเรื่องสำคัญไปเลย”
สวี๋ฉางเหอตบที่หน้าผากของตนเองเบา ๆ พลางเผยสีหน้าขอลุแก่โทษแล้วเอ่ยว่า “ท่านเย่ ผู้น้อยได้ค้นหาตำราในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ยหลายหมื่นเล่ม ก่อนจะพบบันทึกเกี่ยวกับเผ่าสวรรค์ขอรับ”
เย่ฉางชิงดวงตาเป็นประกายขึ้นมา ก่อนจะยืดตัวขึ้นและเอ่ยเร่งทันทีว่า “ท่านเจ้าเมืองสวี๋รีบเอ่ยมาเร็ว ท่านพบสิ่งใดมาบ้าง”
สวี๋ฉางเหอพยักหน้าให้ จากนั้นก็กลอกตาไปมาก่อนจะเอ่ยอย่างครุ่นคิดว่า “ตามบันทึกในตำราที่มิสมบูรณ์เล่มหนึ่งที่ตกทอดมาตั้งแต่สมัยยุคเซียนโบราณ เผ่าสวรรค์เป็นเผ่าโบราณที่หลงเหลืออยู่ตั้งแต่ก่อนยุคเซียนโบราณ”
“พวกเขาแม้จะเป็นเผ่ามนุษย์ แต่กลับมีการถ่ายทอดสายเลือดเหมือนกับเผ่ามาร จำนวนคนเผ่าสวรรค์แม้จะมีมิมาก แต่กลับแข็งแกร่งไร้เทียมทาน คนในระดับเดียวกันแทบมิมีผู้ใดที่จะต่อกรกับเผ่าสวรรค์ได้……”
ยังมิทันสิ้นเสียง เย่ฉางชิงก็อดมิได้ที่จะเอ่ยขัดว่า “ท่านเจ้าเมืองสวี๋ เอ่ยเข้าประเด็นเลย ว่าแดนบรรพบุรุษของเผ่าสวรรค์อยู่ที่ใดกันแน่ ? ”
สวี๋ฉางเหอยิ้มออกมา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “แดนเซียนดาวตกขอรับ”
เย่ฉางชิงเอ่ยทวนอย่างเหนือความคาดหมายว่า “แดนเซียนดาวตก ? ”
เมื่อได้ยินชื่อแดนเซียนแห่งนี้
เย่ฉางชิงก็คิดถึงจักรพรรดิดำที่ก่อนหน้านี้เขาได้พบบนทะเลดำผู้นั้น เจ้าหมอนั่นเหมือนจะเป็นเจ้าแดนของแดนเซียนดาวตกนี่นา
สวี๋ฉางเหอพยักหน้ารับแล้วเอ่ยว่า “แดนบรรพบุรุษของเผ่าสวรรค์อยู่ที่แดนเซียนดาวตก อีกทั้งตามบันทึกในตำราโบราณ เผ่าสวรรค์นี้มีความเป็นไปได้สูงที่เป็นเผ่าราชันของยุคนั้นด้วยขอรับ”
เย่ฉางชิงจึงเอ่ยขึ้นอย่างตรงประเด็นว่า “หรือก็คือลูกหลานของจักรพรรดิดำ ? ”
ตอนนั้นเอง สวี๋ฝู๋ที่นั่งอยู่ข้างสวี๋ฉางเหอดวงตาพลันเปล่งประกาย และเกิดความคิดเหิมเกริมบางอย่างขึ้น
“อาจารย์ ศิษย์มีความคิดอย่างหนึ่งเจ้าค่ะ มิแน่อาจจะทำให้รู้วิธีเดินทางข้ามไประหว่างสองแดนได้”
สวี๋ฝู่มีใบหน้าแฝงรอยยิ้มยินดี ก่อนจะเอ่ยกับเย่ฉางชิง
เย่ฉางชิงนิ่งไปเล็กน้อย แล้วจึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “วิธีอันใด ไหนลองว่ามาสิ”
“อาจารย์ เป็นเช่นนี้เจ้าค่ะ”
ดวงตาดำขลับของสวี๋ฝู๋กะพริบปริบ ๆ ก่อนจะเผยความคิดของตนออกมา “ตามที่ศิษย์ทราบมา ทั่วทั้งแดนเซียนจื่อฉงนอกจากท่านเจ้าแดนแล้ว ก็มีเพียงแปดผู้อมตะที่อยู่มานานที่สุด”
“บรรพบุรุษฉางหลิงจะร่วมมือกับผู้อมตะที่เหลือมาสู้กับท่านมิใช่หรือเจ้าค่ะ เช่นนั้นก็เอาชนะผู้อมตะทั้งหมดซะ จากนั้นก็ใช้วิธีการลงทัณฑ์เพื่อให้พวกเขาบอกข้อมูลมา เชื่อว่าคงได้รู้ถึงวิธีการไปยังแดนเซียนดาวตกมาได้มิยากเจ้าค่ะ”
สวี๋ฉางเหอได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้าตื่นตกใจ
ลงทัณฑ์ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทานระดับอมตะเพื่อเค้นเอาข้อมูล !
ความคิดเช่นนี้อันตรายยิ่งนัก !
ทว่าหลังจากที่เย่ฉางชิงได้ฟังความคิดนี้ ใบหน้าของเขากลับเผยรอยยิ้มพึงพอใจออกมา
‘ลงทัณฑ์ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทานระดับอมตะ นี่มิเท่ากับจะให้ข้าวางก้ามอีกแล้วงั้นหรือ ? ’
‘สมกับที่เป็นศิษย์คนแรกของข้าจริง ๆ ’
‘ความคิดนี้มิเลวทีเดียว’
‘ข้าชอบ’
คิดได้ดังนั้น เย่ฉางชิงจึงเอ่ยกับสวี๋ฝู๋ด้วยรอยยิ้มกว้างว่า “เสี่ยวสวี๋ ความคิดนี้มิเลวทีเดียว ต้องยกนิ้วให้เจ้าเลย ”
‘ยกนิ้ว ? ’
สวี๋ฝู๋ชะงักงัน และอดมิได้ที่จะหัวเราะออกมา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน