ตอนที่ 729 ลู่ชิงซวง
ระหว่างที่มังกรดำกำลังต่อสู้กับวิญญาณอาวุธของกระดานหมากเฉียนคุน
ในส่วนลึกของภูเขาในแดนต้องห้ามแห่งชีวิตแห่งนี้ ปราณวิญญาณฟ้าดินบริสุทธิ์อย่างหาที่เปรียบมิได้ และหนาแน่นมากราวกับหมอกหนาที่ปกคลุมอยู่เบื้องบน
และเบื้องล่างที่มีปราณวิญญาณฟ้าดินหนาแน่นปกคลุมคือหุบเหวลึกไร้ที่สิ้นสุด ซึ่งแผ่รัศมีอันน่ากลัวออกมา
สิ่งมีชีวิตใดๆ ก็ตามเมื่อเข้าใกล้กับหุบเหวแห่งนี้ร่างจะระเบิดออกกลายเป็นละอองเลือดภายในพริบตา จากนั้นก็จะถูกหุบเหวนี้กลืนกิน
ทว่าบัดนี้ด้านบนของหุบเหวกลับมีร่างอรชรร่างหนึ่งนั่งสมาธิอยู่
ผมยาวสลวยลู่ไปด้านหลังราวกับเกลียวคลื่น รอบกายเปล่งแสงระยิบระยับจับตา คลื่นแสงจำนวนมากแผ่ออกมาอย่างต่อเนื่อง สาดส่องออกไปหลายร้อยจั้ง ทุกที่ที่คลื่นแสงพาดผ่านความว่างเปล่าจะเกิดการสั่นสะเทือน สิ่งมีชีวิตทั้งหมดจะกลายเป็นผุยผงในพริบตา
เบื้องหน้าของนางมีชิ้นส่วนสัมฤทธิ์โบราณหลายชิ้นลอยอยู่
หมอกสีครามลอยวน ตัวอักษรจากยุคเซียนโบราณเปล่งแสงสะท้อนราวกับมีชีวิตและลอยอยู่ตรงหน้า แผ่ไอพลังอันศักดิ์สิทธิ์ออกมา……
แค่คิดก็รู้แล้วว่าภาพเช่นนี้น่าตื่นตระหนกมากเพียงใด !
ถูกต้อง !
สตรีผู้งดงามนางนี้ก็คือเจ้าแห่งแดนเซียนจื่อฉง !
ลู่ชิงซวง !
เป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคที่ไร้ราชันนี้ !
ทว่ากลับมิมีผู้ใดคาดคิดมาก่อนว่า นางที่เป็นถึงเจ้าแห่งแดนเซียนจื่อฉงมิได้พำนักอยู่ที่คีรีเทพเป่ยฉงบนดินแดนรกร้างทางด้านเหนือ แต่กลับอาศัยอยู่ในส่วนลึกของแดนต้องห้ามของสิ่งมีชีวิตแห่งนี้
“ข้ายอมรับว่าด้วยคุณสมบัติวิถีเซียนของเจ้า ต่อให้เป็นยุคเซียนโบราณก็ถือเป็นผู้ที่น่าหวั่นเกรงมากผู้หนึ่ง เพียงแต่เจ้าเกิดมามิถูกยุคเท่านั้นเอง”
“บัดนี้แม้เจ้าจะรวบรวมตำราสัมฤทธิ์โบราณเล่มนั้นได้ครบแล้ว ถึงขนาดรู้แจ้งสุดยอดวิชาในตำราสัมฤทธิ์โบราณเล่มนั้น และเลื่อนถึงระดับราชันจำแลงได้ แต่แล้วจะอย่างไรเล่า ? ”
“ด้วยสถานการณ์ของยุคนี้มิเหมาะกับการถือกำเนิดของราชัน หากเจ้ายังดึงดันที่จะทำต่อ วันหน้าแม้จะสามารถก้าวเข้าสู่ระดับราชันได้ก็ต้องประสบกับเคราะห์กรรม อีกอย่างเมื่อเจ้าก้าวเข้าสู่ระดับราชัน สนามรบโบราณก็จะเปิดขึ้นอีกครั้ง……”
เสียงที่ชราและแหบแห้งดังมาจากส่วนลึกของหุบเหว แม้จะฟังดูราบเรียบ ทว่ากลับเต็มไปด้วยความน่าเกรงขามและน่าสยดสยอง
ลู่ชิงซวงที่สวมชุดคลุมสีขาว มิรอให้เสียงชรานั้นได้พูดจนจบก็ลืมตาเรียวยาวทั้งสองข้างขึ้นทันที
ฟิ้ว !
วินาทีที่ดวงตาเรียวยาวนั้นลืมขึ้น
ทันใดนั้น สายฟ้าที่มีพลังทำลายล้างสูงสองสายก็พุ่งออกมา เกิดเป็นประกายไฟอันเจิดจ้าขนาดใหญ่ขึ้นในความว่างเปล่า
“ยุคสมัยนี้มิมีวิธีที่จะเป็นราชันเลยงั้นหรือ ? ”
ลู่ชิงซวงขมวดคิ้วเล็กน้อย เสียงที่ราวกับจะผนึกอากาศให้กลายเป็นน้ำแข็งก็ดังขึ้น
“มี ! ”
เสียงชราดังขึ้นจากส่วนลึกของหุบเหวนั้นอีกครั้ง “ด้วยความแข็งแกร่งของเจ้าในเวลานี้ เชื่อว่าทั่วทั้ง 12 แดนเซียนโบราณ เจ้าต้องกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างแน่นอน หากเจ้าต้องการก้าวสู่ระดับราชัน ต้องกลืนกินสิ่งมีชีวิตใน 12 แดนเซียนโบราณทั้งหมดก็คงสามารถก้าวสู่ระดับราชันได้”
ทันทีที่สิ้นเสียง
“เหลวไหล ! ”
ลู่ชิงซวงตะคอกออกมา สีหน้าพลันเย็นชา
แขนเรียวเสลาสะบัดเบา ๆ พลังเวทย์มหาศาลรวมถึงพลังแห่งกฎแทบปกคลุมทั้งหุบเหวเอาไว้ภายในพริบตา
เปรี้ยง !
พลังเวทย์และพลังแห่งกฎอันมหาศาลหลอมรวมเป็นสายฟ้าสีม่วงสายหนึ่ง ราวกับมังกรสีม่วงตัวหนึ่งที่ห่อหุ้มด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งเข้าใส่หุบเหวอันน่ากลัวนั้น
ตู้ม !
เสียงที่น่าสะพรึงกลัวดังสนั่นหวั่นไหวมาจากส่วนลึกของหุบเหว จากนั้นแผ่นดินก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่
“แม้เจ้าจะเคยเป็นราชันมาก่อน แต่อย่างไรซะก็เพียงคนในยุคก่อนเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นบัดนี้เจ้ายังเป็นเพียงเศษเสี้ยวของวิญญาณเท่านั้น แต่ในยุคนี้ แดนเซียนจื่อฉงแห่งนี้ ความยิ่งใหญ่ของข้าหาใช่สิ่งที่เจ้าจะดูหมิ่นเหยียดหยามได้”
ลู่ชิงซวงเอ่ยอย่างวางอำนาจ พลังอันน่าสะพรึงกลัวพลันพลุ่งพล่าน
“ฮ่าฮ่าฮ่า……”
แม้แต่ตบะบารมีระดับราชันจำแลงของนางก็ยังมิสามารถสำแดงภาพของเย่ฉางชิงได้ กลายเป็นเพียงเงามายาสีฟ้าเท่านั้น
แต่ถึงกระนั้นสิ่งลึกลับที่ซุกซ่อนอยู่ในส่วนลึกของหุบเหวก็ราวกับเห็นภูตผีก็มิปาน
“นี่มัน ! ! ! ”
“เขา……เขา……หรือว่าเขาคือราชันเย่……มิใช่สิ ตอนนั้นเขาตายระหว่างการต่อสู้ที่ส่วนลึกของอาณาจักรทะเลแล้วนี่นา ! ”
“เป็นไปมิได้ เป็นไปมิได้เด็ดขาด ! ”
เสียงชราที่ดังออกมาจากส่วนลึกของหุบเหวขาดเป็นห้วง ๆ ทว่าน้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวอย่างที่มิเคยมีมาก่อน
ได้ยินดังนั้นลู่ชิงซวงก็ขมวดคิ้วน้อย ๆ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัยว่า “ราชันเย่งั้นหรือ ? ”
เสียงชรานั้นมิตอบแต่กลับเอ่ยออกมาราวกลับเพิ่งคิดบางอย่างขึ้นมาได้ “จริงสิ ราชันเย่เคยบำเพ็ญเพียรและรู้แจ้งถึงขั้นสูงสุดของวิถีการเวียนว่ายตายเกิด ดังนั้นมีความเป็นไปได้ที่เขาจะกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง”
คิดได้ดังนั้น เสียงชราจู่ ๆ ก็หัวเราะออกมา
“ฮ่าฮ่า……”
“ต่อให้จะมาเกิดใหม่ แต่ในยุคนี้หากต้องการจะเป็นราชันอีกครั้งหาใช่เรื่องง่ายไม่”
“ราชันเย่ในตอนนั้นวางอำนาจบาตรใหญ่ และเอาชนะข้าไปได้หลายต่อหลายครั้ง แต่เจ้าก็คงคิดมิถึงสินะ ว่าข้าจะยังมีเศษวิญญาณหลงเหลืออยู่ในแดนเซียนแห่งนี้ ! ”
เอ่ยถึงตรงนี้ เสียงชราก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “เด็กน้อย เจ้าต้องการที่จะทะลวงพันธะสุดท้ายเพื่อก้าวสู่ระดับราชันในตำนานมิใช่หรือ ? ”
“ตอนนี้ขอเพียงเจ้าทำตามคำขอของข้าได้หนึ่งอย่าง ข้าจะช่วยให้เจ้าบรรลุและก้าวเข้าสู่ระดับราชัน”
“พูดแล้ว……”
ยังมิทันสิ้นเสียงของลู่ชิงซวง จู่ ๆ สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไป ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า
ทันใดนั้น ก็มีดวงดาวเจิดจ้ามากมายปรากฏขึ้น และคล้อยต่ำลงมาเรื่อย ๆ กระจัดกระจายอยู่เต็มท้องฟ้า
ขณะเดียวกันไอพลังที่ทำให้นางยังรู้สึกหวาดกลัวก็ปกคลุมท้องฟ้าด้านบนเอาไว้จนสิ้น
ตอนนั้นเอง เสียงชราก็อดมิได้ที่จะเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่สั่นเทา “มิผิดแน่ เป็นเขา ! ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน