ตอนที่ 733 เขาอ่อนโยนมาก
ขณะเดียวกันสวี๋ฉางเหอเจ้าเมืองเหอซีที่กำลังบำเพ็ญเพียรเมื่อได้ยินเสียงนี้ก็รู้สึกใจสั่นสะท้าน ความรู้สึกกดดันที่มองมิเห็นพลันซัดกระหน่ำเข้าใส่ร่าง
“ผู้แข็งแกร่งเช่นใดกันที่มาเยือนเมืองเหอซี เพียงแค่เสียงเรียบ ๆ ทว่ากลับแฝงความกดดันอันน่ากลัวเช่นนี้ไว้”
สวี๋ฉางเหอลืมตาขึ้นมา ทันใดนั้นคิ้วของเขาก็ขมวดแน่น ท่าทางเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
หลังจากเงียบไปสักพัก เขาก็มิรีรอรีบลุกขึ้นออกไปจากห้องลับทันที
ในฐานะเจ้าเมืองเหอซีแม้จะมีตบะบารมีที่มิธรรมดา แต่เพราะเหตุนี้หลังจากได้ยินเสียงนั้น เขาจึงมิกล้ารอช้า
มินานมานี้เขาสัมผัสได้อย่างลึกซึ้งถึงความน่ากลัวของผู้แข็งแกร่งระดับอมตะมาแล้ว ทว่าเจ้าของเสียงนี้หากมิมีสิ่งใดผิดพลาด เกรงว่าตบะบารมีน่าจะอยู่เหนือกว่าระดับอมตะเสียอีก
เพียงแต่ผู้ที่อยู่เหนือกว่าระดับอมตะท่านนี้เป็นใครกันแน่ ?
ท่านเจ้าแดนในตำนานอย่างนั้นหรือ ?
“ท่านพ่อเจ้าคะ……”
ขณะที่สวี๋ฉางเหอออกมาจากห้องลับ สวี๋ฝู๋เองก็เดินออกมาจากห้องลับอีกห้องเช่นกัน
สวี๋ฉางเหอโบกมือให้สวี๋ฝู๋ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ฝู๋เอ๋อ พลังของผู้ที่มานั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก เจ้ารออยู่ที่นี่ก่อนเถอะ”
สวี๋ฝู๋พยักหน้ารับอย่างลังเล
สวี๋ฉางเหอมิพูดอะไรอีก เขาแปลงกายเป็นลำแสงสายหนึ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าทันที
“สวี๋ฉางเหอคาราวะท่านเจ้าแดนขอรับ ! ”
เมื่ออยู่ตรงหน้าของลู่ชิงซวง สวี๋ฉางเหอก็ชำเลืองมองผู้เฒ่าชุดดำเล็กน้อย ก่อนจะรีบคารวะลู่ชิงซวงอย่างนอบน้อมทันที
กล่าวกันว่าเจ้าแห่งแดนเซียนจื่อฉงเป็นสตรีที่สง่างามมิมีใครเทียบได้ และข้างกายของนางมักจะมีบุรุษชุดดำที่มีตบะบารมีสูงล้ำท่านหนึ่งติดตามมาด้วย
ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับลู่ชิงซวง สวี๋ฉางเหอจึงโค้งคำนับทันทีอย่างมิลังเลใด ๆ
“เจ้าเมืองเล็ก ๆ เช่นเจ้า รู้จักข้าด้วยงั้นหรือ ? ”
ลู่ชิงซวงกวาดตามองสวี๋ฉางเหอเรียบ ๆ พลางเอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจ
สวี๋ฉางเหอเอ่ยตามตรงว่า “เรียนท่านเจ้าแดน เมื่อมินานมานี้ผู้น้อยโชคดีได้พบกับเหล่าผู้แข็งแกร่งระดับอมตะ ทว่าพลานุภาพที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงของท่านเมื่อครู่กลับอยู่เหนือกว่าผู้แข็งแกร่งระดับอมตะมากนัก และเท่าที่ผู้น้อยทราบมาทั่วทั้งแดนเซียนจื่อฉงมีผู้แข็งแกร่งเพียงสองท่านเท่านั้นที่อยู่เหนือผู้อมตะ”
“อีกอย่างกล่าวกันว่า ท่านเจ้าแดนเป็นสตรีที่มีความสง่างามมิมีผู้ใดเทียบได้ และข้างกายจะมีท่านฑูตแดนที่มีพลังเหนือกว่าระดับอมตะคอยติดตามข้างกาย ดังนั้นผู้น้อยจึงเดาว่าท่านก็คือท่านเจ้าแดนในตำนานขอรับ”
“ถูกต้อง เจ้าเดามิผิด ข้าก็คือเจ้าแดนแห่งแดนเซียนจื่อฉง”
ลู่ชิงซวงกวาดตามองสวี๋ฉางเหอด้วยสายตาชื่นชม ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบว่า “แต่ในเมื่อเจ้าเดาฐานะของข้าได้ เช่นนั้นเจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าถึงมาเยือนเมืองเล็ก ๆ เช่นเมืองเหอซีของเจ้า”
สวี๋ฉางเหอกลอกตาครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะลอบชำเลืองของลู่ชิงซวง แล้วเอ่ยถามหยั่งเชิงว่า “ท่านเจ้าแดนมาที่นี่เพราะท่านเย่หรือเปล่าขอรับ ? ”
ท่านเย่ ?
เมื่อได้ยินคำเรียกเช่นนี้ ยังมิทันที่ลู่ชิงซวงจะได้เอ่ยอะไร ผู้เฒ่าชุดดำที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กลับชิงเอ่ยขึ้นมาด้วยความประหลาดใจว่า “เช่นนั้นนายท่านก็อยู่ที่เมืองเหอซีแห่งนี้จริง ๆ อย่างนั้นหรือ ? ”
“นายท่าน ? ”
สวี๋ฉางเหอเมื่อได้ยินสรรพนามเช่นนี้ก็เริ่มมิเข้าใจ
หรือผู้เฒ่าชุดดำท่านนี้จะมิใช่ท่านทูตแดนในตำนานงั้นหรือ ?
อีกอย่างท่านเย่ได้เดินทางไปคีรีเทพเป่ยฉงที่อยู่แดนรกร้างทางเหนือเพื่อตามหาท่านเจ้าแดนในตำนานท่านนี้มิใช่หรอกหรือ แล้วเหตุใดนางถึงมาปรากฏกายที่นี่ได้ ?
หรือท่านเจ้าแดนจะมิได้อยู่ที่นั่น ?
อืม !
คงจะเป็นเช่นนั้น !
คีรีเทพเป่ยฉง ?
นั่นมันสถานที่บำเพ็ญเพียรของนางมิใช่หรือ ?
‘หรือท่านเย่ผู้นี้ก็กำลังตามหาข้าอยู่ ? ’
‘แต่เขาจะตามหาข้าทำไมกัน ! ’?”
ลู่ชิงซวงขมวดคิ้วมุ่น พลางเอ่ยถามด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ท่านเย่ผู้นี้ไปตามหาข้าที่คีรีเทพเป่ยฉงด้วยเรื่องอันใด ? ”
สวี๋ฉางเหอรีบส่ายหน้าทันที
“เรียนท่านเจ้าแดน ท่านเย่จะไปพบท่านด้วยเรื่องอันใดนั้น ผู้น้อยเองก็มิทราบขอรับ”
ทว่าสวี๋ฉางเหอนั้นย่อมรู้ดีแก่ใจว่าการที่เย่ฉางชิงไปคีรีเทพเป่ยฉงก็เพื่อต้องการไปจากแดนเซียนจื่อฉง ทว่าหากท่านเจ้าแดนผู้นี้ทราบว่าเย่ฉางชิงต้องการที่จะยืมใช้ค่ายกลห้วงเวลาในมือของท่านเจ้าแดนเพื่อไปจากที่นี่
และการเปิดค่ายกลห้วงเวลายังมีค่าใช้จ่ายมหาศาล และท่านเจ้าแดนเองก็รู้ดีถึงความน่ากลัวของเย่ฉางชิงแล้ว นางเลือกที่จะหนีไปล่ะก็ เช่นนั้นเขา สวี๋ฉางเหอ มิเท่ากับกลายเป็นคนผิดหรอกหรือ
สรุปก็คือมิว่าฝ่ายไหนเขาก็มิสามารถล่วงเกินได้ เช่นนั้นก็แสร้งทำเป็นมิรู้เรื่องรู้ซะยังดีกว่า เพราะสุดท้ายแล้วเขาก็เป็นเพียงเจ้าเมืองเหอซีเล็ก ๆ คนหนึ่งเท่านั้น
ระหว่างที่ลู่ชิงซวงจมอยู่กับความคิดของตนและเงียบไป ผู้เฒ่าชุดดำก็เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้
“เพราะเหตุผลบางอย่างทำให้ความทรงจำของนายท่านเหมือนถูกผนึกเอาไว้”
ผู้เฒ่าชุดดำกลอกตาไปมาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยอย่างครุ่นคิดว่า “อีกทั้งตอนอยู่โลกเบื้องล่าง นายท่านก็บังเอิญรู้แจ้งในวิถีกระบี่ และรู้แจ้งเคล็ดกระบี่ไร้พ่ายถึงสองกระบวนท่า”
“ก่อนหน้านี้เขาได้ออกตามหาคนที่จะประลองวิถีกระบี่ด้วย แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังมิมีผู้ใดสามารถรับมือกับเคล็ดกระบี่ของนายท่านได้ ดังนั้นหากข้าเดามิผิดแล้วล่ะก็ ผู้บำเพ็ญเพียรระดับอมตะก่อนหน้านี้คงมิสามารถรับกระบี่ของนายท่านได้ เขาจึงตัดสินใจไปหาเจ้าเพื่อประลองกระบี่เป็นแน่”
เมื่อเห็นลู่ชิงซวงเผยสีหน้าหวาดกลัวออกมา ผู้เฒ่าชุดดำจึงเอ่ยเสริมอีกว่า “แต่เจ้าก็มิต้องกังวลไป นับตั้งแต่ที่ข้าได้ติดตามนายท่านอีกครั้ง ตอนที่อยู่โลกเบื้องล่าง เขาแทบจะมิเคยฆ่าใครมาก่อน”
“เขาอ่อนโยนมาก ยิ่งไปกว่านั้นแม้เจ้าจะเป็นถึงเจ้าแดนของแดนเซียนจื่อฉง แต่อย่างไรซะก็เป็นเพียงสตรีนางหนึ่งเท่านั้น”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน