ตอนที่ 734 มาผิดที่งั้นหรือ ?
เมื่อได้ยินผู้เฒ่าชุดดำเอ่ยเช่นนั้น
ลู่ชิงซวงก็อดมิได้ที่จะใจสั่นขึ้นมา ทว่าใบหน้างดงามนั้นก็ยังคงเรียบนิ่งดังเดิม
เพียงแต่สิ่งที่นางมิเข้าใจก็คือ ท่านเย่เป็นผู้ที่น่ากลัวเพียงนี้ เหตุใดต้องผนึกความทรงจำของตนเองด้วยเล่า ?
อีกอย่างท่านเย่ผู้นี้บรรลลุถึงระดับราชันในตำนานแล้วจริงหรือ ?
หรือว่า……สูงกว่าระดับราชันไปแล้ว ?
ช่างเถอะ !
ในเมื่ออีกฝ่ายมาหาถึงที่แล้ว เช่นนั้นนางก็ต้องเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายอยู่ดี
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ลู่ชิงซวงก็โบกมือให้สวี๋ฉางเหอ ก่อนจะเอ่ยไล่ว่า “เจ้ากลับไปก่อนเถอะ”
สวี๋ฉางเหอโค้งคำนับอีกครั้ง จากนั้นก็หายวับไปอย่างรวดเร็ว
แม้ลู่ชิงซวงเจ้าแห่งแดนเซียนจื่อฉงผู้นี้จะพยายามสะกดไอพลังและความน่าเกรงขามของตนเองเอาไว้ แต่พลังที่มองไม่เห็นกลุ่มนั้นก็ยังคงทำให้สวี๋ฉางเหอรู้สึกถึงความกดดันที่น่าหวาดกลัวอยู่ดี
ดังนั้นเมื่อลู่ชิงซวงเอ่ยไล่ สวี๋ฉางเหอจึงรีบจากไปอย่างไม่ลังเลทันที
หลังจากผ่านไปไม่กี่อึดใจ ลู่ชิงซวงก็ปรายตามองผู้เฒ่าชุดดำที่ใบหน้าประดับไว้ด้วยรอยยิ้ม ก่อนเอ่ยเสียงเรียบว่า “ในเมื่อนายท่านของเจ้าไปยังคีรีเทพเป่ยฉง เช่นนั้นเจ้าก็ตามข้าไปพบเขาด้วยเลยก็แล้วกัน”
เอ่ยจบ ลู่ชิงซวงก็เพ่งสมาธิพาชายชราชุดดำหายไปจากท้องฟ้าเมืองเหอซี
“ท่านพ่อ พวกเขาทั้งสองเป็นใครกันหรือเจ้าคะ ? ”
เมื่อสวี๋ฉางเหอกลับมา สวี๋ฝู๋ก็รีบเดินเข้ามาหาทันที พร้อมกับเอ่ยถามขึ้น
สวี๋ฉางเหอไม่ได้พูดอะไร และรอจนกระทั่งคนทั้งสองที่อยู่บนท้องฟ้าหายไปจากสายตาแล้ว จึงได้ส่งกระแสจิตออกไปเงียบ ๆ ว่า “ท่านหนึ่งคือท่านเจ้าแดนเซียนจื่อฉงของเรา อีกท่านหนึ่งเหมือนจะเป็นคนรับใช้ของท่านเย่”
ใบหน้าของสวี๋ฝู๋ไม่ได้ดูตื่นตระหนกมากนัก กลับกันดวงตาของนางกลับเป็นประกายขึ้นมา ก่อนจะเอ่ยด้วยความมั่นใจว่า “ข้ากะเอาไว้แล้ว ว่าพวกเขาสองคนต้องมาเพราะเรื่องอาจารย์แน่นอน”
เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ สวี๋ฝู๋ก็เหมือนฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ ก่อนจะถามคำถามที่แปลกประหลาดออกมา “ท่านพ่อเจ้าคะ ท่านว่าหากอาจารย์ประลองฝีมือกับท่านเจ้าแดนผู้นี้ พลังของทั้งสองใครจะแข็งแกร่งกว่ากันหรือเจ้าคะ ? ”
สวี๋ฉางเหอเอ่ยพร้อมรอยยิ้มแห้ง ๆ ว่า “พลังของพวกเขาทั้งสองต่างก็สูงส่งกว่าพ่อมาก พ่อจะรู้ได้อย่างไรว่าพวกเขาใครเก่งกว่ากัน ? ”
สวี๋ฝู๋กรอกตาไปมา ก่อนจะเอ่ยด้วยความมั่นใจว่า “ท่านพ่อเจ้าคะ ข้าเชื่อว่าอาจารย์แข็งแกร่งกว่าเจ้าค่ะ”
สวี๋ฉางเหอทำได้เพียงส่ายหน้าอย่างระอา แต่มิได้เอ่ยสิ่งใดอีก
อีกด้านหนึ่ง บนดินแดนทางเหนืออันกว้างใหญ่ไพศาล
ทุกที่ที่มองเห็นล้วนเต็มไปด้วยพื้นดินขาวโพลน และปกคลุมไปด้วยหมอกสีเทา
พวกเย่ฉางชิงเหาะอยู่บนฟ้า และไม่ถือว่าเร็วเท่าไหร่นักแต่ก็ไม่นับว่าช้ามากจนเกินไป พวกเขาสามคนเหาะผ่านกลุ่มเมฆและหมอกที่พุ่งพล่านอย่างรุนแรง ราวกับเหล่าเซียนลึกลับก็ไม่ปาน
“ช่างตีเหล็กซ่ง อีกนานเพียงใดจึงจะถึงที่ที่เรียกว่าคีรีเทพเป่ยฉง และได้พบกับเจ้าแห่งแดนผู้นั้นงั้นหรือ ? ”
หลายวันมานี้เดิมทีเย่ฉางชิงยังรู้สึกแปลกใหม่ แต่ตอนนี้เมื่อเดินอยู่เหนือพื้นที่รกร้างทางตอนเหนือที่ปกคลุมด้วยเมฆและหมอก กลับดูน่าเบื่อและเริ่มหมดความอดทน
“ใกล้แล้วขอรับ น่าจะใกล้ถึงแล้ว”
ซ่งเซียนเฟิงส่งยิ้มให้อย่างขอลุแก่โทษ พลางหันไปมองเย่ฉางชิงพร้อมกับเอ่ยขึ้น
ต้องยอมรับว่าเขาและอวี่จีแม้ต่างก็เป็นผู้แข็งแกร่งระดับอมตะ แต่ก็เป็นครั้งแรกที่พวกเขามายังพื้นที่รกร้างทางตอนเหนือ
อีกอย่างท่านเจ้าแดนที่น้อยหนักจะปรากฏกายผู้นี้ก็ได้มีคำสั่งว่า หากมิได้มีคำสั่งจากนางให้เข้าพบ ไม่ว่าผู้บำเพ็ญเพียรท่านใดก็ห้ามเข้ามายังดินแดนรกร้างทางเหนือเป็นอันขาด
ดังนั้นเขาและอวี่จีแม้ว่าจะเป็นคนของแดนเซียนจื่อฉง แต่ก็เป็นครั้งแรกที่มาที่นี่ ยิ่งไม่ตรงพูดถึงคีรีเทพเป่ยฉงในตำนานอะไรนั่น
หากมิใช่เพราะเย่ฉางชิงต้องการที่จะยืมค่ายกลห้วงเวลาของท่านเจ้าแดนแล้วล่ะก็ ชั่วชีวิตนี้เกรงว่าพวกเขาสองคงคงไม่มีทางมาเหยียบที่นี่เป็นแน่
ตอนนั้นเองพวกเย่ฉางชิงก็มองเห็นร่างขนาดใหญ่ร่างหนึ่งราง ๆ
ขณะนี้พวกเขากำลังเดินอยู่บนท้องฟ้าเหนือพื้นดินนับพันจั้ง ทว่าร่างขนาดใหญ่นี้กลับพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน ราวกับภูเขาเทพลูกหนึ่งที่ขวางอยู่ตรงหน้าพวกเขาก็ไม่ปาน
แค่คิดก็รู้แล้วว่าร่าง ๆ นี้หาได้ธรรมดาไม่ !
เย่ฉางชิงขมวดคิ้วเรียวยาวคู่นั้น ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย “พวกเรามาถึงแล้วงั้นหรือ ? ”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง เสียงที่ดูชราทว่าเต็มไปด้วยความน่าเกรงขามพลันดังขึ้นราวกับเสียงฟ้าคำราม
“ไปจากที่นี่ซะ มิเช่นจะต้องถูกสังหารโดยไม่มีละเว้น ! ”
ซ่งเซียนเฟิงและอวี่จีรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว อดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าแรง ๆ
เย่ฉางชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ราวกับไม่ได้รับผลจากพลานุภาพที่แฝงไว้ภายในน้ำเสียงนี้แม้แต่น้อย
ไม่เพียงเท่านั้นเขายังแผ่กระแสจิตออกไปก่อนจะพบว่าเงาขนาดใหญ่นี้หาใช่ภูเขาเทพใด ๆ ไม่ แต่เป็นลิงหิมะที่มีลำตัวขนาดใหญ่ไร้ที่เปรียบ และมีดวงตาแดงก่ำราวกับขุมนรก
และเสียงอันน่าสะพรึงกลัวนี้ก็มาจากลิงหิมะตนนี้อีกด้วย
เห็นดังนั้น เย่ฉางชิงก็คิดได้ว่าลิงหิมะตนนี้คงจะเป็นสิ่งที่เรียกว่าสัตว์เทพที่คอยปกป้องภูเขาเทพอยู่ นี่ก็หมายความว่าพวกเขาอยู่ห่างจากคีรีเทพเป่ยฉงไม่ไกลแล้วน่ะสิ
คิดได้ดังนั้นเย่ฉางชิงก็รู้สึกดีใจขึ้นมาทันที ก่อนจะเอ่ยออกไปว่า “ผู้น้อยเย่ฉางชิง ที่มาในครั้งนี้ก็เพื่อมาขอพบเจ้าแดนเซียนจื่อฉงขอรับ”
“เจ้าแห่งแดนเซียนจื่อฉง ? ”
ลิงหิมะแค่นเสียงเย็นชาออกมา ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้มว่า “เด็กคนนั้นอยู่ที่คีรีเทพเป่ยฉง แล้วพวกเจ้ามายังดินแดนของข้าทำไมกัน ! ”
มาผิดที่งั้นหรือ ?
เย่ฉางชิงนิ่งงันอดมิได้ที่จะหันไปมองซ่งเซียนเฟิงที่อยู่ข้าง ๆ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน