ตอนที่ 741 ค่ายกลห้วงเวลาเสียหาย
เย่ฉางชิงยืนอยู่กลางอากาศ ค่อย ๆ ชูนิ้วทั้งสองขึ้นมา
ทันใดนั้น ฟ้าดินบริเวณนั้นก็เริ่มมืดลง ดวงดาวนับมิถ้วนร่วงหล่น และค่อย ๆ หมุนรอบเขา
จิตกระบี่มหาศาล จิตแท้ และไอพลังวิถีกระบี่อันบริสุทธิ์ เปลี่ยนแปลงกฎของโลกใบนี้
เย่ฉางชิงตอนนี้จึงเปรียบเสมือนผู้ปกครองของทุกสิ่ง เขาเพียงแค่ยืนหลับตานิ่ง ๆ ก็ทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัวแล้ว
เมื่อเห็นทุกสิ่งที่เกิดขึ้นและสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงทุกสิ่งในโลกที่เปลี่ยนไป
ลิงขาวที่อยู่ในร่างเดิมก็หอบหายใจหนัก ๆ รีบโค้งคำนับลงอย่างมิรีรอ พร้อมเอ่ยด้วยท่าทางหวั่นเกรงว่า “ท่านเย่ ขอได้โปรดเก็บกระบี่ด้วยขอรับ ผู้น้อยมิสามารถรับกระบี่นี้ได้อีกแล้วขอรับ”
สามารถเอาชนะวิถีหมากของเขาได้ บัดนี้ประลองการต่อสู้อีกฝ่ายออกแค่กระบี่เดียวก็ทำให้เขามิสามารถต่อกรได้แล้ว
บุคคลที่ไร้เทียมทานเช่นนี้ย่อมต้องเป็นผู้อาวุโสที่อยู่มานานจนมิอาจทราบได้
ทันทีที่สิ้นเสียงของลิงขาว
ลู่ชิงซวงที่ยืนอยู่ด้านล่างก็เอ่ยขึ้นมาทันใดว่า “ผู้อาวุโสขอได้โปรดอย่าออกกระบี่นี้เลยเจ้าค่ะ มิเช่นนั้นกฎและวิถีของแดนเซียนจื่อฉงจะต้องล่มสลายลงเป็นแน่เจ้าค่ะ”
นางเป็นเจ้าแห่งแดนเซียนจื่อฉง ย่อมสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของแดนเซียนจื่อฉงเวลานี้ได้ดีกว่าผู้ใด
อีกอย่างเพียงกระบี่เดียวก็สามารถบีบให้ผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่งของแดนเซียนจื่อฉงล่าถอยได้แล้ว หากออกกระบี่ที่สองอีกเกรงว่าอาจทำลายแดนเซียนจื่อฉงลงก็เป็นได้ บุคคลที่ไร้เทียมทานเช่นนี้ นางทำได้แค่เพียงเคารพและยกให้เป็นผู้อาวุโสเท่านั้น
อีกทั้งนางก็รับรู้ได้ว่าผู้อาวุโสที่ดูงดงามราวกับรูปสลักผู้นี้ อย่างน้อยต้องมีตบะบารมีถึงระดับราชันในตำนานอย่างแน่นอน
ในยุคนี้มีราชันอยู่จริง ๆ ด้วย
เย่ฉางชิงได้ยินดังนั้นก็หยุดกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาที่ถอดจากภาพกระบี่ไร้สิ้นสุดลงทันที พลางส่ายหน้าน้อย ๆ จากนั้นก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
ในวินาทีที่ดวงตาเรียวยาวคู่นั้นลืมขึ้น นิมิตอันน่าสะพรึงกลัวที่ปกคลุมรอบกายก็พลันสลายไปด้วย กฎของแดนเซียนจื่อฉงก็เริ่มทำงานอีกครั้ง
แต่ถึงแม้จะมิได้ออกกระบี่ที่สอง ทว่าในที่สุดก็มีคนรับกระบี่แรกของเขาได้แล้ว
สำหรับเย่ฉางชิงที่ผิดหวังในวิถีเซียนของตนเองแล้ว แต่การที่ลิงขาวสามารถรับกระบี่แรกได้ เพียงเท่านี้เขาก็พอใจมากแล้ว
“เจ้าฝีมือมิเลวเลย สามารถรับกระบี่แรกของข้าได้ด้วย”
เย่ฉางชิงปรายตามองคนที่อยู่ด้านล่างครู่หนึ่ง จากนั้นก็เบนสายตามายังลิงขาวที่กำลังคุกเข่าอยู่ไกลออกไป
ลิงขาวแปลงกายเป็นมนุษย์ทันทีอย่างมิลังเล ก่อนจะแวบหายตัวมาอยู่ตรงหน้าของเย่ฉางชิง
ทว่าจู่ ๆ ภาพที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงก็เกิดขึ้น
เมื่อลิงขาวที่แปลงกายเป็นมนุษย์คุกเข่าลงคำนับให้แก่เย่ฉางชิง พลางเอ่ยด้วยความนอบน้อมว่า “ลิงขาวคารวะนายท่าน”
มุมปากของเย่ฉางชิงโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มจาง ๆ ก่อนจะยื่นมือไปลูบศีรษะของลิงขาว พลางเอ่ยอย่างสบาย ๆ ว่า “ลิงขาว แม้เจ้าจะคาราวะข้าเป็นนาย แต่ต่อไปการคุกเข่าคาราวะเช่นนี้ เจ้ามิต้องทำอีก”
ลิงขาวอึ้งไปเล็กน้อย แล้วจึงพยักหน้าและเอ่ยรับ “ลิงขาวน้อมรับคำสั่งนายท่านขอรับ”
“เหมือนจะมีแขกมาหาเจ้านะ พวกเราลงไปกันก่อนเถอะ”
เย่ฉางชิงเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ จากนั้นก็เหาะลงไปด้านล่างพร้อมกับลิงขาว
“ผู้น้อยคารวะนายท่าน”
เมื่อเย่ฉางชิงและลิงขาวเดินเข้ามา ขณะที่ลิงขาวกำลังจะเอ่ยบางอย่าง ก็เห็นผู้เฒ่าชุดดำคุกเข่าลงคารวะ จึงกลืนคำที่จะพูดกลับลงคอไป
“ลุกขึ้นได้”
เย่ฉางชิงปัดมือไปมา จากนั้นก็กวาดสายตามองไปยังคนอื่น ๆ
ทันใดนั้นเหล่าผู้ที่เรียกว่าเจ้าแห่งแดนต้องห้ามก็รู้สึกราวกับมีเหงื่อกาฬไหลออกมาจนชุ่มแผ่นหลัง
เมื่อเห็นว่าผู้แข็งแกร่งที่ไร้พ่ายเช่นเย่ฉางชิงยังเป็นกันเองถึงเพียงนี้ สตรีลึกลับเมื่อใคร่ครวญไปมาแล้ว จึงได้คำนับน้อย ๆ ให้กับเย่ฉางชิง
“ผู้น้อยหลิงซวงคารวะผู้อาวุโส”
สตรีลึกลับที่เรียกตัวเองว่าหลิวซวงเอ่ยตามตรงว่า “ตอนปลายยุคเซียนโบราณ เมื่อสนามรบโบราณเปิดออก พ่อ แม่ และคนในเผ่าของผู้น้อยได้ผนึกผู้น้อยเอาไว้ก่อนที่จะเข้าสู่สนามรบโบราณ จนมาถึงในยุคนี้ผู้น้อยถึงหลุดออกมาจากการผนึกได้”
“หากเป็นไปได้ผู้น้อยอยากขอคารวะผู้อาวุโสเป็นนาย ติดตามผู้อาวุโสจนตายเจ้าค่ะ”
เย่ฉางชิงพิจารณาหลิวซวงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยอย่างช้า ๆ ว่า “ประการแรก มิว่าจะเป็นเจ้าหรือว่าคนอื่น ๆ ก็มิต้องเรียกข้าว่าผู้อาวุโสหรอก ให้พวกเจ้าเรียกข้าว่าท่านเย่ก็พอ”
“ส่วนเรื่องคาราวะเป็นนายอะไรนั่น ข้ามองว่าอย่าเลยจะดีกว่า”
เย่ฉางชิงถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วเอ่ยต่อว่า “ส่วนเหตุผลที่ข้ามาแดนเซียนจื่อฉงในครั้งนี้ ความจริงแล้วก็มิได้มีสิ่งใด เพียงแค่ต้องการช่วยคนผู้หนึ่งเท่านั้น”
เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ เย่ฉางชิงก็หันไปมองทางลิงขาวแล้วเอ่ยว่า “ลิงขาว ในเมื่อเจ้าคาราวะข้าเป็นนาย เช่นนั้นก็พาข้าไปที่คีรีเทพเป่ยฉง”
ลิงขาวรับคำเบา ๆ ก่อนจะปรายตามองลู่ชิงซวง แล้วประสานมือคาราวะพร้อมเอ่ยว่า “นายท่านขอรับ เจ้าแห่งคีรีเทพเป่ยฉงก็อยู่ที่นี่แล้วนะขอรับ”
เย่ฉางชิงเม้มริมฝีปากเล็กน้อย แสร้งร้องอ๋อเบา ๆ จากนั้นก็หันกลับมามองทุกคนอีกครั้ง
ลู่ชิงซวงจึงประสานมือคาราวะแล้วเอ่ยว่า “ท่านเย่ ผู้น้อยก็คือเจ้าแห่งแดนเซียนจื่อฉงแห่งนี้ มิทราบว่าท่านเย่ต้องการพบผู้น้อยด้วยเหตุอันใดหรือเจ้าคะ ? ”
เย่ฉางชิงเอ่ยพลางยิ้มอย่างขัดเขินว่า “เรื่องเป็นเช่นนี้ข้าต้องการไปยังแดนเซียนดาวตก จึงอยากจะขอยืมใช้ค่ายกลห้วงเวลาของเจ้ามิทราบว่าจะได้หรือไม่ ? ”
“ค่ายกลห้วงเวลา ? ”
ลู่ชิงซวงนิ่งงันไปทันที ใบหน้าอันงดงามนั้นอดมิได้ที่จะเผยสีหน้าลำบากใจออกมา
เมื่อเห็นท่าทางลำบากใจของลู่ชิงซวง เย่ฉางชิงจึงสัญญาว่า “หากเจ้าให้ข้ายืมใช้ค่ายกลห้วงเวลา ข้าจะตอบแทนเจ้าแน่นอน หากเจ้าต้องการสิ่งใดเพื่อแลกเปลี่ยนขอให้เอ่ยออกมาได้เลย”
ลู่ชิงซวงส่ายหน้า ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า “ท่านเย่อาจจะยังมิทราบ ค่ายกลห้วงเวลาของผู้น้อยนั้นเสียหายอย่างรุนแรง มิอาจที่จะซ่อมแซมได้เจ้าค่ะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน