ตอนที่ 743 ราชันคืออะไร ?
เมื่อสัมผัสได้ว่าลวดลายค่ายกลที่ได้รับการซ่อมแซมค่อย ๆ เสถียรขึ้น
เย่ฉางชิงก็คลายสมาธิลง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ แล้วจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
ทว่าขณะที่ดวงตาเรียวยาวคู่นั้นของเขาลืมขึ้น พลันสีหน้าก็เปลี่ยนไปก่อนจะถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างอดมิได้
ต้องยอมรับว่าเขาเองก็ตกใจกับภาพนิมิตตรงหน้าเช่นกัน
สมกับที่เป็นค่ายกลห้วงเวลาจากยุคสมัยก่อนจริง ๆ ดูจากภาพนิมิตที่น่าตื่นตระหนกนี้แล้ว ก็มิใช่สิ่งที่ค่ายกลห้วงเวลาธรรมดาจะสามารถเทียบเคียงได้เลย
หลังจากนิ่งเงียบอยู่สักพัก เย่ฉางชิงก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะถอนสายตาไปมองยังกลุ่มคนที่เหาะเข้ามา
“ค่ายกลห้วงเวลานี่คงซ่อมสำเร็จแล้วกระมัง ? ”
เย่ฉางชิงเอ่ยกับลู่ชิงซวงด้วยรอยยิ้มสบาย ๆ
ทว่าลู่ชิงซวงกลับนิ่งงัน จากนั้นก็พยักหน้ารับและเอ่ยว่า “เรียนท่านเย่ ค่ายกลห้วงเวลาซ่อมสำเร็จแล้วเจ้าค่ะ สามารถใช้ค่ายกลได้ตลอดเวลาแล้วเจ้าค่ะ”
เย่ฉางชิงหัวเราะออกมา ก่อนจะเบนสายตาไปยังผู้เฒ่าชุดดำแล้วเอ่ยว่า “คงมิอาจหาตัวเจี่ยงหนูเจอได้ในเร็ววันนี้ เช่นนั้นก็ให้เขาอยู่ที่แดนเซียนจื่อฉงไปก่อน ส่วนเจ้าก็ให้รอเขาอยู่ที่นี่”
ผู้เฒ่าชุดดำโค้งลงคำนับ “ผู้น้อยน้อมรับคำสั่งนายท่านขอรับ”
“จริงสิ ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ที่เมืองเหอซี ข้าได้รับศิษย์ผู้หนึ่งเอาไว้ หลังจากที่ข้าจากไปแล้ว เจ้าช่วยดูแลนางแทนข้าด้วยก็แล้วกัน”
เย่ฉางชิงเหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้อย่างกะทันหัน จึงเปลี่ยนเรื่องในทันที “อย่างไรซะเสี่ยวสวี๋ก็เป็นศิษย์คนแรกที่ข้ารับนับตั้งแต่เริ่มบำเพ็ญเพียรมา”
เมื่อเย่ฉางชิงเอ่ยออกมา มิเพียงผู้เฒ่าชุดดำจะมีสีหน้าเปลี่ยนไป แม้แต่เหล่าเจ้าแห่งแดนต้องห้ามต่างก็ตื่นตระหนกขึ้นมาเช่นกัน
ท่านเย่ผู้นี้ถึงกับรับเป็นศิษย์ พรสวรรค์ของคนผู้นี้จะยอดเยี่ยมเพียงใดกัน !
แต่สิ่งเหล่านี้ล้วนมิใช่เรื่องสำคัญ
สิ่งที่สำคัญก็คือคนผู้นี้เป็นศิษย์เพียงคนเดียวของท่านเย่ หากสามารถเป็นมิตรกับคนผู้นี้ได้ ก็มิต่างอันใดกับการได้รับโอกาสและวาสนาอันยิ่งใหญ่
“นายท่านได้โปรดวางใจ ต่อไปผู้น้อยจะติดตามข้างกายนาง และปกป้องคุ้มครองนางเองขอรับ”
ผู้เฒ่าชุดดำได้สติขึ้นมาทันที ก่อนจะโค้งคำนับให้แก่เย่ฉางชิงอีกครั้ง ด้วยความนอบน้อม
เย่ฉางชิงพยักหน้าให้ ก่อนจะหันไปทางลิงขาวที่สวมชุดขาวและมีผมสีขาวว่า “ลิงขาว เจ้าจงตามข้าไปที่แดนเซียนดาวตก”
ลิงขาวที่กระตือรือร้นในวิถีหมาก ทั้งยังสามารถรับกระบี่แรกของเขาได้
สามารถนำคนรับใช้เช่นนี้ติดตามข้างกายไปด้วยได้ เชื่อว่าภายหน้าระหว่างที่ตามหาตู๋กู๋ชิงเฟิงคงมิน่าเบื่อนัก
ลิงขาวได้ยินดังนั้น ก็รีบรับคำทันที “ลิงขาวน้อมรับคำสั่งนายท่านขอรับ”
ทันทีที่สิ้นเสียง ลู่ชิงซวงที่เงียบอยู่นานก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะคำนับให้เย่ฉางชิงพร้อมเอ่ยว่า “ท่านเย่เจ้าค่ะ ก่อนที่ท่านจะจากไป ผู้น้อยมีเรื่องหนึ่งอยากขอคำชี้แนะเจ้าค่ะ”
เย่ฉางชิงยิ้มบาง ๆ พลางเอ่ยว่า “เชิญกล่าวมาได้เลย”
แม้เขาจะเป็นคนซ่อมค่ายกลห้วงเวลาให้กับลู่ชิงซวง แต่อย่างไรซะค่ายกลห้วงเวลาก็ถือเป็นสมบัติของลู่ชิงซวง
บัดนี้เมื่ออีกฝ่ายมีเรื่องขอร้อง เขาย่อมมิอาจที่จะปฏิเสธได้
ลู่ชิงซวงมีสีหน้าลังเลเล็กน้อย นิ่งอยู่สักพักก่อนจะถามคำถามที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงออกมาว่า “ขอเรียนถามท่านเย่ว่า ในยุคที่ราชันตกต่ำเช่นนี้ พวกเราควรทำเช่นไรจึงจะสามารถทะลวงพันธนาการ ก้าวขึ้นเป็นราชันในตำนานได้หรือเจ้าคะ ? ”
เพียงกระบี่เดียวก็สามารถเอาชนะลิงขาวผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในแดนเซียนจื่อฉง
ก่อนหน้านี้ตอนที่ซ่อมค่ายกลห้วงเวลา ก็ใช้เพียงเจตจำนงของตัวเองก็สามารถสะกดเจตจำนงของราชันบนลวดลายค่ายกลที่เสียหายได้
ฝีมือเช่นนี้ หากมิใช่ราชันในตำนานแล้วจะเป็นอะไรไปได้อีก?
เมื่อลู่ชิงซวงเอ่ยออกมา เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนเองก็อยากรู้เช่นกัน
พวกเขาล้วนเป็นสัตว์ประหลาดเฒ่าที่มีชีวิตอยู่มาอย่างยาวนาน คนที่พลังอ่อนแอที่สุดในกลุ่มพวกเขายังมีตบะบารมีใกล้เข้าสู่ระดับราชันจำแลงแล้ว
ส่วนลิงขาวที่แข็งแกร่งไร้ที่เปรียบ ก็เป็นถึงผู้แข็งแกร่งที่เข้าใกล้เข้าสู่ระดับราชันมากที่สุด
แต่เนื่องจากพันธนาการของระดับราชันนั้นเลื่อนลอยและจับต้องมิได้มากเกินไป เพียงแค่สัมผัสไปถึงประตูก็ยากราวกับขึ้นสวรรค์ก็มิปาน
VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน