ตอนที่ 759 ยอมจำนน ?
‘เฝ้าเมืองต้าฉือพันปี ? ’
เฉาหลิงอวิ๋นพลันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกอย่างเงียบ ๆ
เมืองต้าฉือแท้จริงแล้วเป็นเมืองเช่นไร
ตอนที่เขาเริ่มบำเพ็ญเพียร ได้ออกมาท่องเที่ยวและได้พักอยู่ที่เมืองต้าฉือหลายวัน ย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ
แน่นอนว่าเมืองมนุษย์ธรรมดาเช่นนี้ อย่าว่าแต่นิกายอวี่ติ่งทั้งนิกายย้ายมาที่นี่เลย
ต่อให้ก่อนหน้านี้นิกายอวี่ติ่งอยู่ห่างจากที่นี่นับแสนลี้ นิกายอวี่ติ่งก็สามารถปกป้องที่นี่ได้
แต่สิ่งที่เขาไม่เข้าใจก็คือ บุคคลผู้ไร้เทียมทานท่านนี้ เหตุใดต้องให้นิกายอวี่ติ่งเฝ้าที่นี่เป็นเวลาพันปีด้วย ?
หรือที่นี่มีใครที่มีความเกี่ยวข้องกับท่านผู้นี้ ?
หรือใต้เมืองต้าฉือแห่งนี้ได้มีการผนึกสัตว์ประหลาดที่ไร้เทียมทานเอาไว้ ?
คิดได้ดังนั้น เฉาหลิงอวิ๋นก็ส่ายหน้าน้อย ๆ พลางพูดกับตัวเองในใจว่า ‘หากมีสัตว์ประหลาดที่ไร้เทียมทานอยู่จริง ต่อให้นิกายอวี่ติ่งเฝ้าที่นี่ คิดว่าบุคคลที่ไร้เทียมทานท่านนี้ก็คงไม่วางใจอยู่ดี’
ผ่านไม่ไปกี่อึดใจ เมื่อเห็นเฉาหลิงอวิ๋นเพียงแค่ส่ายหน้าน้อย ๆ
เย่ฉางชิงก็เอ่ยถามด้วยความสงสัยว่า “ประมุขเฉา มีเรื่องลำบากใจอันใดหรือไม่ ? ”
เฉาหลิงอวิ๋นได้สติขึ้นมา พลางเอ่ยตอบไปว่า “เรียนผู้อาวุโสมิได้ลำบากใจอันใดขอรับ นิกายอวี่ติ่งยินดีเฝ้าเมืองต้าฉือเป็นเวลาพันปีขอรับ”
เย่ฉางชิงพยักหน้าให้ แต่หากให้นิกายอวี่ติ่งเฝ้าเมืองต้าฉือเพื่อเขาและไม่มีสิ่งตอบแทน เขาก็คงอดมิได้ที่จะรู้สึกไม่สบายใจ
แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น เขาควรจะตอบแทนนิกายอวี่ติ่งเช่นไรดี ?
หรือเรียกเจ้าแดนแห่งนี้มา แล้วให้ประมุขของนิกายอวี่ติ่งขึ้นเป็นเจ้าแดนแห่งนี้แทนงั้นหรือ ?
การกระทำเช่นนี้เกรงว่าคงจะไม่เหมาะสมกระมัง
หลังจากไตร่ตรองอยู่สักพัก เย่ฉางชิงก็ตัดสินใจที่จะถ่ายทอดความรู้แจ้งเพียงเล็กน้อย ในภาพกระบี่ไร้สิ้นสุดของตัวเองให้แก่เฉาหลิงอวิ๋น ส่วนเฉาหลิงอวิ๋นจะสามารถรู้แจ้งได้เพียงใดนั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับคุณสมบัติและวาสนาของเขาแล้ว
“ประมุขเฉา เพื่อเป็นการตอบแทน ข้าจะถ่ายทอดความรู้แจ้งในวิถีกระบี่ให้แก่ท่าน”
เย่ฉางชิงก้าวเดินบนอากาศ และมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเฉาหลิงอวิ๋น จากนั้นก็ยื่นมือข้างหนึ่งกดลงไปที่กลางกระหม่อมของเฉาหลิงอวิ๋น
แต่เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้เห็นฝีมือการสังหารคนของลิงขาวมาแล้ว เมื่อถูกเย่ฉางชิงกดศรีษะของตนเช่นนี้ เฉาหลิงอวิ๋นก็พลันขนลุกชัน รู้สึกราวกับวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง
ทว่าวินาทีต่อมา ดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
นี่หาใช่การตอบแทนเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไหนกัน นี่มันวาสนาอันยิ่งใหญ่ต่างหากเล่า
ไม่ใช่สิ พูดให้ถูกก็คือเป็นการถ่ายทอดสุดยอดวิถีกระบี่อย่างหนึ่ง
เวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อ เฉาหลิงอวิ๋นก็หลับตาลงและเข้าสมาธิได้สำเร็จ ในหัวของเขาปรากฏภาพมนุษย์สีทองตัวจิ๋วตัวหนึ่ง กำลังแสดงสุดยอดเคล็ดกระบี่อยู่
เพียงมองแค่แวบเดียว ความเข้าใจในวิถีกระบี่ก็เลื่อนขึ้นไปอีกหนึ่งระดับ
ภายในเวลาหนึ่งเค่อนี้ ความรู้แจ้งในวิถีกระบี่ของเขาได้เลื่อนขั้นขึ้น เทียบเท่ากับความรู้แจ้งหลายหมื่นปีของเหล่าผู้นำเลยทีเดียว
ขณะเดียวกัน ไอพลังที่ปกคลุมรอบกายของเขา ก็ห้อมล้อมไปด้วยจิตกระบี่อันรุนแรง
เขามั่นใจว่าขอเพียงตัวเองรู้แจ้งสุดยอดเคล็ดกระบี่ที่มนุษย์สีทองตัวจิ๋วแสดงได้ทั้งหมด ไม่เพียงมีหวังที่จะก้าวเข้าสู่ระดับราชันจำแลง แม้แต่การเป็นราชันแห่งยุคนี้ก็มิได้ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป
ไม่ทันรู้ตัว ระหว่างที่เฉาหลิงอวิ๋นรู้สึกได้ว่าจิตใจเหนื่อยล้าถึงขีดสุดแล้ว จึงได้หยุดลงและค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
เขาจึงพบว่าพวกเย่ฉางชิงทั้งสามคนได้หายไปแล้ว ส่วนคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาในเวลานี้คือเหล่าผู้อาวุโสของนิกายอวี่ติ่ง
“ท่านประมุข ผู้อาวุโสท่านนั้นมอบวาสนาอะไรให้ท่านอย่างนั้นหรือขอรับ ? ”
ผู้อาวุโสที่มีผมบางเบาผู้หนึ่งขมวดคิ้วมุ่น พร้อมกับเอ่ยถามเฉาหลิงอวิ๋น
เฉาหลิงอวิ๋นมิได้ตอบกลับ แต่เอ่ยถามว่า “พวกผู้อาวุโสเล่า ? ”
ผู้อาวุโสท่านหนึ่งเอ่ยขึ้นว่า “พวกเขาแหวกอากาศไปแล้ว ป่านนี้คงจะไปไกลแล้วขอรับ”
เฉาหลิงอวิ๋นนิ่งงัน ก่อนจะลุกขึ้นยืนทันที
ขณะเดียวกัน ไอกระบี่มหาศาลกลุ่มหนึ่งก็พุ่งขึ้นฟ้า
“นับแต่บัดนี้ไปนิกายอวี่ติ่งของเราจะเฝ้าเมืองต้าฉือที่นี่เป็นเวลาพันปี……”
เฉาหลิงอวิ๋นเอ่ยได้เพียงครึ่งประโยค จู่ ๆ ก็แก้ไขใหม่ว่า “ไม่ใช่ ผู้อาวุโสท่านนั้นให้พวกเราเฝ้าเมืองต้าฉือเป็นเวลาพันปี ทั้งยังมอบวาสนาสุดยอดวิถีกระบี่แก่ข้าอีก”
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้นนับแต่นี้ไปนิกายอวี่ติ่งจะเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นนิกายกระบี่ต้าฉือ ! ”

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน