ตอนที่ 760 ข้ามาหาเจ้าแล้ว
เดิมยังคิดอยู่ว่าจะทำเช่นไร จึงจะหาคีรีเทพไท่อินบนดินแดนทางใต้ที่กว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้เจอ
สุดท้ายกลับได้พบผู้ดูแลจากเผ่าสวรรค์ผู้หนึ่งโดยบังเอิญ
อีกทั้งผู้ดูแลของเผ่าสวรรค์ผู้นี้ยังมีท่าทีมิเกรงกลัวใดๆ และมิได้สนใจจุดประสงค์ในการมาครั้งนี้ของพวกเขาแต่อย่างใด
ดังนั้นเย่ฉางชิงย่อมรู้สึกยินดีอยู่แล้ว
“ผู้ดูแลอวิ๋น ไอพลังของสามคนนี้ถูกปกปิดเอาไว้ แม้แต่ตบะบารมีของพวกเขา ข้าก็มิสามารถสัมผัสได้เลยแม้แต่นิดเดียว”
ชายชราที่ร่วมเดินทางมากับชายวัยกลางคนนามว่าอวิ๋นอี่ ได้ลองสัมผัสพลังของพวกเย่ฉางชิงซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้งก็ไร้ผล จึงส่งกระแสจิตออกไปบอก
“เจ้าสงสัยว่าพวกเขามีจุดประสงค์ร้ายต่อเผ่าสวรรค์ของเราอย่างนั้นหรือ ? ”
อวิ๋นอี่มุมปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน ก่อนจะตอบกลับเสียงเย็นว่า “เจ้าแดนของแดนเซียนดาวตกยังถูกบรรพบุรุษท่านนั้นของเผ่าสวรรค์ของเราสังหาร ทั่วทั้งแดนเซียนดาวตกแห่งนี้ จะมีใครกล้าทำอะไรเผ่าสวรรค์ของเราอีกเล่า ? ”
“อีกอย่างหากมิมีสิ่งใดผิดพลาด ท่านบรรพบุรุษท่านนั้นของเผ่าสวรรค์คงจะทะลวงพันธนาการสุดท้าย ก้าวสู่ระดับราชันในตำนานแล้ว ผู้เป็นราชันแท้จริงแล้วเป็นเช่นไร เจ้าคงจะรู้ดีแก่ใจมิใช่หรือ ? ”
ชายชราขมวดคิ้ว พลางส่ายหน้าน้อย ๆ
พลังของเผ่าสวรรค์ในเวลานี้แตกต่างจากเดิมมาก โดยเฉพาะนับตั้งแต่ท่านบรรพบุรุษท่านนั้นกลับมาจากโลกเบื้องล่าง
และใช้พลังมหาศาลสังหารเจ้าแห่งแดนเซียนดาวตก บัดนี้วาสนาใหม่ได้เปิดออก ราวกับจะสามารถก้าวเข้าสู่ระดับราชันในตำนานได้ตลอดเวลา
ราชัน !
ผู้ไร้พ่ายที่อยู่บนจุดสูงสุดของวิถีเซียน !
ทว่าแม้จะเป็นเช่นนั้น เมื่อเขาเห็นพวกเย่ฉางชิง ก็ยังรู้สึกสังหรณ์ใจมิดีอยู่ดี
ขณะที่ชายชรากำลังลอบตำหนิอยู่ในใจนั้น
อวิ๋นอี่ก็เอามือไพล่หลัง พลางเอ่ยถามด้วยท่าทางยโสโอหังว่า “พวกเจ้ามาจากสำนักหรือเมืองใดกัน ? ”
เปาต้าเหมยสบตากับเย่ฉางชิงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ราชวงค์เซียนอวี่ฮั่วจากทางเหนือ”
อวิ๋นอี่พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบว่า “ราชวงค์เซียนอวี่ฮั่วจากทางเหนือ นับว่าเป็นราชวงค์ที่ยิ่งใหญ่ราชวงค์หนึ่ง มีคุณสมบัติที่จะเข้าไปในคีรีเทพไท่อิน”
เปาต้าเหมยจึงเอ่ยอีกว่า “ท่านผู้ดูแล ที่นี่อยู่ห่างจากคีรีเทพไท่อินอีกไกลหรือไม่เจ้าคะ ? ”
อวิ๋นอี่ชี้ไปทางใต้พร้อมเอ่ยด้วยสีหน้าราบเรียบว่า “ใต้สุดของทางใต้ ห่างจากที่นี่น่าจะประมาณสามแสนลี้ได้”
เย่ฉางชิงพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเอ่ยถามว่า “มิทราบว่าคีรีเทพไท่อินมีสตรีนามว่าตู๋กูชิงเฟิงหรือไม่?”
ดวงตาของอวิ๋นอี่เปล่งประกายวาววับขึ้นมาทันที พร้อมกับปรายตามองเย่ฉางชิงและเอ่ยเสียงเย็นว่า “คีรีเทพไท่อินถูกเผ่าสวรรค์ของเรายึดครองจะมีคนแซ่อื่นโผล่มาได้อย่างไร ? ”
เย่ฉางชิงเหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงเอ่ยถามอีกครั้งว่า “เช่นนั้นมีสตรีนามว่าอวิ๋นซีหรือไม่ ? ”
ตอนที่ตู๋กูชิงเฟิงอยู่สวรรค์บูรพา เหมือนจะเปลี่ยนชื่อเป็นอวิ๋นซี
หากเวลานี้นางอยู่ที่คีรีเทพไท่อินจริง เช่นนั้นก็มีโอกาสที่จะใช้ชื่อว่าอวิ๋นซี
ทว่าเมื่ออวิ๋นอี่ได้ยินชื่อนี้ สีหน้าก็พลันเย็นชาลงทันที
“เจ้ารู้จักคนผู้นี้ได้อย่างไร ? ”
อวิ๋นอี่แววตาดุดัน จ้องไปยังเย่ฉางชิงพลางถามเสียงแข็ง
ตอนที่ท่านบรรพบุรุษกลับมาจากโลกเบื้องล่าง ได้พาสตรีนามว่าอวิ๋นซีกลับมาด้วยจริง ๆ
เพียงแต่สตรีนามว่าอวิ๋นซีผู้นี้น้อยครั้งนักที่จะออกมาภายนอก
และหลังจากท่านบรรพบุรุษสังหารเจ้าแห่งแดนเซียนดาวตก และยึดคีรีเทพไท่อินมาได้ นางก็เข้าฌานกับท่านบรรพบุรุษมาโดยตลอด
ผู้ที่รู้จักอวิ๋นซีทั่วทั้งเผ่าสวรรค์ จึงมีมิเกินสิบคนเท่านั้น
และเขาก็บังเอิญเป็นหนึ่งในสิบคนนั้น
เย่ฉางชิงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ดูท่าตอนนี้อวิ๋นซีคงจะอยู่ที่เผ่าสวรรค์ของเจ้าใช่หรือไม่ ? ”
อวิ๋นอี่หรี่ตาลง พลางเอ่ยเสียงเข้มว่า “พวกเจ้ามาที่นี่เพราะคนผู้นี้อย่างนั้นหรือ ? ”
“แต่ข้าขอเตือนพวกเจ้าสักอย่างว่า แม้แต่เจ้าแห่งแดนเซียนดาวตกยังถูกบรรพบุรุษของข้าสังหาร บัดนี้ท่านบรรพบุรุษของเรากำลังทะลวงพันธนาการสุดท้ายอยู่ เพื่อก้าวเข้าสู่ระดับราชันในตำนาน นี่หมายความว่า……”
“ล่มสลายงั้นหรือ ? ”
“พวกเขาสามคนจะร่วมมือกันทำลายเผ่าสวรรค์อย่างนั้นหรือ ? ”
“แต่หากมิมีสิ่งใดผิดพลาด บรรพบุรุษของเผ่าสวรรค์ท่านนั้นคงจะก้าวเข้าสู่ระดับราชันแล้ว พวกเขาสามคนจะสามารถ……”
ระหว่างที่ชายชราพึมพำกับตัวเองอยู่นั้น เวลามิถึงหนึ่งเค่อ พวกเย่ฉางชิงก็ปรากฎตัวขึ้นอีกครั้งไกลออกไปสามแสนลี้
ทิวเขามากมายสลับซับซ้อน ทะเลหมอกลอยอบอวล ต้นไม้โบราณเขียวชอุ่ม แม่น้ำไหลเชี่ยวกราก ราวกับมีมังกรหลายตัวนอนหลับไหลอยู่ที่นี่
เป็นภาพที่ตระการตายิ่งนัก ทำให้คนที่พบเห็นต่างก็ตกตะลึง
ทว่าตรงหน้าของพวกเย่ฉางชิง
มีภูเขาสูงตระหง่านลูกหนึ่งพุ่งสู่ท้องฟ้า ลำแสงอันเจิดจ้าทะลุผ่านหมู่เมฆและตกลงมาจากด้านบน สะท้อนทั่วทั้งภูเขาราวกับปาฏิหาริย์……
แค่คิดดูก็รู้แล้วว่านี่เป็นภาพที่น่าตื่นตระหนกเพียงใด
มิเพียงเท่านั้นแค่เข้าไปใกล้ ก็มีแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวบางอย่างแผ่ออกมา
เห็นได้ชัดว่าที่นี่คือคีรีเทพไท่อินที่เผ่าสวรรค์อาศัยอยู่
เย่ฉางชิงมองตรงไปด้านหน้า มุมปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มน้อยๆ ก่อนที่จะทอดถอนใจออกมา “ธรรมชาติที่มหัศจรรย์นำมาซึ่งทัศนียภาพอันสวยงามจริง ๆ ทิวทัศน์เช่นนี้อดมิได้ที่จิตใจจะรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมา”
เปาต้าเหมยเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ท่านเย่ยังคงมีอารมณ์สุนทรีเช่นเคย แต่น่าเสียดายที่วันนี้คีรีเทพไท่อินเลี่ยงมิได้ที่จะแปดเปื้อนไปด้วยเลือดเสียแล้ว”
เย่ฉางชิงถอนหายใจยาวออกมา อดมิได้ที่จะขมวดคิ้วพลางเอ่ยว่า “ขอให้ชิงเฟิงอย่าเป็นอะไรไปเลย มิเช่นนั้นวันนี้ข้าจะให้เผ่าสวรรค์ต้องตอบแทนอย่างสาสม”
เอ่ยเพียงเท่านั้น เย่ฉางชิงก็ก้าวออกไปหนึ่งก้าว ร่างพลันสูงขึ้นหลายพันจั้ง
“ชิงเฟิง ข้ามาตามหาเจ้าแล้ว ! ”
เย่ฉางชิงเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ ทว่าเสียงกลับดังก้องไปทั่วราวอสนีบาต
ขณะเดียวกัน พลานุภาพราชันอันน่าสะพรึงกลัวก็แผ่ออกไปด้วยเช่นกัน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน