ตอนที่ 761 ข้าชอบความรู้สึกนี้ขึ้นมาแล้ว
ตู้ม !
ตู้ม !
ตู้ม !
ตู้ม !
พลานุภาพอันน่ากลัวใกล้เข้ามา
ค่ายกลป้องกันมากมายที่ปกคลุมคีรีเทพไท่อินเปิดขึ้นพร้อมๆ กันแทบจะในทันที
ทันใดนั้น แผ่นดินก็สั่นสะเทือน
เหนือคีรีเทพไท่อินปรากฏลวดลายค่ายกลโบราณแน่นขนัด ระหว่างที่ลวดลายค่ายกลสะท้อนรับกันอยู่นั้น ก็เกิดแสงสีทองวงแล้ววงเล่าปกคลุมที่นี่เอาไว้
พลานุภาพนั้นพลันพุ่งเข้าใส่ด้วยพลังทำลายล้างอย่างต่อเนื่อง และระเบิดขึ้นรอบ ๆ คีรีเทพไท่อินมิหยุด
เวลาเพียงมิกี่อึดใจ ร่างของคนหลายคนก็ปรากฏขึ้นภายในวงแสง
“ท่านเป็นผู้ใดกัน จึงกล้าบุกมายังดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าสวรรค์ของเรา ? ”
มีคนคำรามออกมา น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม
เย่ฉางชิงยืนอยู่บนท้องฟ้าอย่างมิแยแส
เมื่อเห็นว่าพลานุภาพราชันของตนมิสามารถทำลายค่ายกลป้องภูผาของคีรีเทพไท่อินได้
วินาทีต่อมา เขาก็ก้าวไปข้างหน้า พลานุภาพราชันอันน่ากลัวก็ระเบิดขึ้นอีกครั้ง ก่อนพุ่งเข้าใส่ค่ายกลป้องกันของคีรีเทพไท่อิน จนเกิดการปะทะอันรุนแรงขึ้น
ผู้ที่อยู่ด้านในวงแสง จึงสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าค่ายกลป้องกันเกิดการสั่นสะเทือน ทันใดนั้นก็อดมิได้ที่จะในสั่นเทาขึ้นมา
ยังมิทันเห็นตัวคน เพียงแค่พลานุภาพที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ ก็ทำให้ค่ายกลป้องกันของคีรีเทพไท่อินตกอยู่ในอันตรายแล้ว
ผู้ที่น่ากลัวเช่นนี้ พวกเขามิเคยพบเจอมาก่อน
เป็นผู้แข็งแกร่งระดับราชันจำแลงอย่างนั้นหรือ ?
เป็นไปมิได้ !
เป็นไปมิได้เด็ดขาด !
ค่ายกลป้องกันของคีรีเทพไท่อิน ราชันดำในยุคเซียนโบราณเป็นคนสร้างขึ้นมาเองกับมือ
แม้จะผ่านมายาวนาน แต่ตอนนั้นเพื่อยึดครองคีรีเทพไท่อิน ท่านบรรพบุรุษต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะหาจุดอ่อนเพื่อเข้ามาด้านในนี้ได้
ทว่าคนผู้นี้เพียงแค่ใช้พลานุภาพราชันของตัวเอง ก็ทำให้ค่ายกลป้องกันสั่นสะเทือนได้แล้ว
แค่คิดก็รู้แล้วว่าพลังของคนผู้นี้แท้จริงแล้วน่ากลัวเพียงใด !
หรือจะมีคนก้าวเข้าเข้าสู่ระดับราชันได้แล้ว ?
หลังจากที่เย่ฉางชิงก้าวเข้าไปอีกหนึ่งก้าว
“ท่านเป็นใครกันแน่ เหตุใดจึงต้องบุกเข้ามาในเผ่าสวรรค์ของเราด้วย ? ”
มีคนส่งกระแสจิตเอ่ยถามอีกครั้ง แต่น้ำเสียงนั้นกลับอ่อนลงอย่างมาก
แต่เย่ฉางชิงก็ยังคงมิแยแสแต่อย่างใด เขาก้าวไปด้านหน้าอีกหนึ่งก้าว
ขณะเดียวกันก็เพ่งสมาธิ รอบกายปรากฏไอกระบี่สีทองสายหนึ่ง ที่ห่อหุ้มไปด้วยพลานุภาพราชันอันน่ากลัว และพุ่งเข้าใส่ค่ายกลป้องกันของคีรีเทพไท่อินอีกครั้ง
ตอนนั้นบรรพบุรุษของเผ่าสวรรค์ได้พาตู๋กูชิงเฟิงไปจากสวรรค์บูรพา โดยมิได้รับการอนุญาตจากเขา
มิใช่ !
พูดให้ถูกก็ถือว่าลักพาตัวนางมา !
และบัดนี้เขาก็ก้าวเข้าสู่ระดับราชันแล้ว ในเมื่อวันนี้มาถึงเขาก็จะมิอ่อนข้อให้อีกแล้ว
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ หากวันนี้ข้าไม่ทำตัวสูงส่งให้พวกเจ้าเห็น แล้วจะต้องรอไปถึงเมื่อใดกัน ?
เจ้าเฒ่าของเผ่าสวรรค์ลักพาตัวคู่บำเพ็ญเพียรของข้ามา หากข้าพานางกลับไปเงียบ ๆ จะมิถูกราชันคนอื่น ๆ หัวเราะเยาะในภายภาคหน้าหรอกหรือ ?
และครั้งนี้ก็เหมือนที่เย่ฉางชิงคาดการณ์เอาไว้มิมีผิด
เมื่อไอกระบี่สีทองและห่อหุ้มไปด้วยพลานุภาพราชัน เผชิญหน้ากับค่ายกลป้องกันของคีรีเทพไท่อิน ก็ราวกับหน้าต่างกระดาษที่ถูกเจาะได้อย่างง่ายดาย
เปรี้ยง !
จากนั้นก็มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวดังขึ้น
วงแสงมากมายที่ปกคลุมคีรีเทพไท่อินเอาไว้ แตกออกแทบจะในทันที ก่อนจะสลายหายไปในอากาศ
นี่ก็หมายความว่าคีรีเทพไท่อิน มิมีสิ่งใดที่สามารถขวางกั้นเย่ฉางชิงได้อีกแล้ว
การต่อสู้ครั้งนี้เรียกได้ว่าสั่นสะเทือนปฐพีโดยแท้จริง
เย่ฉางชิงกวาดตามองลิงขาวที่อยู่เบื้องล่าง เห็นว่าด้วยพลังของเขาเพียงผู้เดียวก็สามารถต่อกรกับผู้อาวุโสทั้งเจ็ดของเผ่าสวรรค์ได้แล้ว และมิได้เป็นรองเลยแม้แต่น้อย จึงมิได้สนใจพวกเขาอีก
เขาและเปาต้าเหมยสบตากัน อีกฝ่ายพยักหน้ารับน้อย ๆ ก่อนที่นางจะแวบมาอยู่ข้างกายเย่ฉางชิง
“พี่เปา พวกเราขึ้นเขากันเถอะขอรับ ! ”
เย่ฉางชิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
เปาต้าเหมยที่อยู่ในชุดสีแดง เอ่ยด้วยรอยยิ้มเย็นว่า “ข้ามิพอใจเผ่าสวรรค์มานานแล้ว วันนี้หากสามารถเห็นเจ้าเฒ่านั่นตายด้วยน้ำมือของท่านได้ ก็ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สุดในชีวิตข้าแล้ว”
ทันทีที่สิ้นเสียง ร่างของทั้งสองคนก็ราวกับหายไปในอากาศ
เพียงพริบตาทั้งสองก็ปรากฎตัวขึ้นอีกครั้ง บนท้องฟ้าเหนือยอดเขาคีรีเทพไท่อิน
รอบกายของทั้งสองมีเกาะลอยฟ้า และตำหนักโบราณมากมายลอยอยู่ น้ำตกลอยฟ้าอบอวลไปด้วยแสงสวรรค์
ส่วนด้านล่างนั้น นอกจากอาคารโบราณมากมายแล้ว ยังมีผู้คนยืนอยู่จำนวนมาก และทุกคนต่างจ้องมองมายังพวกเขาสองคนที่ยืนอยู่ด้านบน
ทว่าในวินาทีที่ปรากฎกายขึ้น
เย่ฉางชิงก็อดที่จะใจสั่นขึ้นมามิได้ สายตาจ้องมองไปที่เกาะ ๆ หนึ่ง ที่ลอยอยู่บนชั้นเมฆไกลสุดสายตา
ถูกต้อง !
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาสัมผัสได้ถึงไอพลัง ที่ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัว
เย่ฉางชิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง มุมปากก็โค้งขึ้นไปรอยยิ้มบางๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “นับตั้งแต่ข้าบำเพ็ญเพียรมา นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าเกิดความรู้สึกเช่นนี้”
“ถูกต้อง ข้าชอบความรู้สึกนี้ขึ้นมาแล้ว ! ”
เปาต้าเหมยขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะเอ่ยด้วยความมิเข้าใจว่า “ท่านเย่ สัมผัสได้ถึงอะไรงั้นหรือ ? ”
เย่ฉางชิงเอ่ยออกมาตามตรงว่า “เรียกว่าความหวาดกลัวกระมัง”
เปาต้าเหมยพลันมีสีหน้าเปลี่ยนไป
ไอพลังที่สามารถทำให้ท่านเย่หวาดกลัวได้ คีรีเทพไท่อินแห่งนี้แท้จริงแล้วมีผู้ใดอยู่กันแน่ ?
น่ากลัว !
ช่างน่ากลัวยิ่งนัก !

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน