เทพบุตรในคราบซาตาน นิยาย บท 46

บ่ายคล้อยกวินต้องออกไปพบลูกค้ากับเลาขาของเขา ซึ่งชายหนุ่มต้องทำเวลาให้เร็วกว่าที่เคย เนื่องจากว่าหลังเลิกงานเขาต้องรีบไปรับลูกสาวกลับบ้าน แต่ทว่าลูกค้ารายนี้ ไม่สิลูกค้าที่เป็นผู้หญิงแทบทุกรายมักจะคุยเลยเวลาเสมอ เพราะพวกหล่อนมักจะหลงเสน่ห์ของท่านประธานหนุ่ม ที่ดูหล่อ เท่ สมาร์ตจนน่าหลงใหล

“ผมหวังว่าคุณนินิวคงถูกใจสินค้าทั้งหมดที่เลขาของผมเสนอไปนะครับ บริษัทของเรามีการออกแบบดีไซน์ให้ดูเก๋มีสไตล์สวมใส่สบาย ผมรับรองว่าลูกค้าจะไม่ผิดหวังแบรนด์กวินชู เพราะรองเท้าเกือบทุกคู่ผมเป็นคนออกแบบเอง” เสียงทุ้มแฝงความเคร่งขรึมน่าเกรงขาม จนทำให้นินิวถึงกับเผลอมองเขาอย่างลืมตัว พร้อมกับแววตาที่หวานหยาดเยิ้ม

“นินิวชอบมากเลยค่ะ” น้ำเสียงของหล่อนพูดออกมาระคนกำลังตกอยู่ในภวังค์ เพราะใบหน้าของกวินช่างดูมีเสน่ห์เกินห้ามใจ

“แบบนี้แสดงว่าคุณนินิวยินดีที่จะรับสินค้าจากทางบริษัทของเราทุกแบบทุกทรง ที่ดิฉันส่งให้ดูเลยใช่ไหมคะ" ไพลินเลขาสาวของท่านประธานรีบพูดแทรกขึ้นมา ซึ่งดูเหมือนว่านินิวจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก เพราะหล่อนอยากเจรจากับชายตรงหน้ามากกว่าเลขาของเขา

“ถ้านินิวยอมเซ็นสัญญา การซื้อขายรองเท้าจากบริษัทของคุณ คุณกวินพอที่จะมีเวลาไปดื่มกับนินิวต่อไหมคะ” หล่อนรู้มาว่าเขายังโสดจึงหยิบยกเอาสัญญาขึ้นมาอ้าง เพื่อเป็นสะพานให้ก้าวผ่าน ข้ามไปหาท่านประธานหนุ่มได้ง่ายขึ้น ซึ่งคงต้องผิดหวัง เพราะในตอนนี้คนสำคัญกำลังรอเขาอยู่ที่โรงเรียน

“วันนี้ผมคงไปต่อกับคุณไม่ได้ เพราะมีนัดแล้ว เอาไว้วันหลังนะครับคุณนินิว” กวินปฏิเสธออกไปอย่างสุภาพ แต่ทว่าหญิงสาวกลับรู้สึกปลาบปลื้มเขามากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

“ไม่เป็นไรค่ะ นินิวรอได้ เอาเป็นว่าเดี๋ยวนินิวจะเข้าไปหาคุณกวินที่บริษัทนะคะ เตรียมเอกสารไว้เลยค่ะ รับรองว่านินิวจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง” หล่อนพูดออกมาด้วยแววตาที่เย้ายวน พร้อมกับความพยายามที่จะสบสายตาคม เพื่อทอดสะพานให้ท่านประธานหนุ่มรับรู้ความในใจ ที่หล่อนนั้นกำลังพยายามที่จะสานสัมพันธ์ความในใจให้เขาได้รู้ มากกว่าลูกค้ากับเจ้าของแบรนด์

“เอกสารดิฉันเตรียมมาครบแล้วค่ะ รอแค่คุณนินิวเซ็นเท่านั้น” ไพลินเห็นท่าทางของลูกค้าสาวแสนสวยแล้ว เธอรู้ทันทีว่านินิวกำลังต้องการอะไร ซึ่งเลขาอย่างเธอคงไม่ยอม เพราะคุณผู้หญิงของกวินชูต้องเป็นริสาคนเดียวเท่านั้น

“เป็นเลขาประสาอะไร ไม่ได้ยินที่ฉันพูดรึไง ฉันบอกว่าจะเข้าไปเซ็นที่บริษัทไม่ใช่ที่นี่” คราวนี้น้ำเสียงของนินิวได้เปลี่ยนจากหวานเป็นไม่พอใจ ผิดกับเวลาที่หล่อนพูดกับกวิน พอหันมาที่ไพลินเริ่มกลายเป็นห้วนทันที

“ไม่เป็นไรหรอกคุณไพลิน เอาไว้วันไหนที่คุณนินิวสะดวกค่อยเข้าไปเซ็นก็ได้ครับ บริษัทของเรายินดีต้อนรับเสมอ” กวินรู้เท่าทันความคิดของลูกค้า แต่ทว่าเขาก็ไม่สามารถที่จะปฏิเสธความต้องการของนินิวได้ เพราะถึงยังไงหล่อนก็เป็นลูกค้าอีกรายที่ดูกระเป๋าหนัก พร้อมจะสั่งรองเท้าจากบริษัทของเขาด้วยเม็ดเงินที่สามรถมองเห็นกำไรแปดเก้าหลักเลยทีเดียว

“ขอบคุณนะคะคุณกวินที่เข้าใจนินิว ถ้าอย่างนั้นเรามาดื่มฉลองให้กับมิตรภาพที่กำลังจะเกิดขึ้นกันดีกว่าค่ะ” ดูเหมือนว่าหล่อนจะไม่เห็นไพลินเลขาของกวินอยู่ในสายตา ทั้งคู่ยกแก้วไวน์ขึ้นมาดื่มฉลอง ต่างคนต่างก็มีความคิดที่แตกต่าง เมื่อกวินแอบชำเลืองมองนาฬิกาเรือนหรูที่ข้อมือของเขา เพราะในเวลานี้ใกล้ถึงเวลาที่ใบพลูจะเลิกเรียนเต็มทีแล้ว

“นินิวชอบจังเลยค่ะ”

“อะไรนะครับ”

“เอ่อ... นินิวหมายถึงรองเท้าที่คุณกวินออกแบบมีแต่คู่สวยๆ บางคู่ดูเรียบๆ แต่แฝงความหรูหราดูดีมีสไตล์มากเลยค่ะ” หล่อนพูดออกมาจากใจหรือเพียงแค่อยากเอาใจเขากันแน่ ไพลินเริ่มสัมผัสได้ถึงความพยายามของนินิวที่จะเข้าใกล้ท่านประธานหนุ่มของเธอ

“ขอบคุณมากนะครับคุณนินิว ที่ชอบสินค้าบริษัทของผม” กวินฝืนยิ้มให้หล่อนออกไป เมื่อเขารู้สึกว่าเวลาล่วงเลยเกินมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว

Rrrr!!! เสียงสมาร์ทโฟนเครื่องแพงของกวินดังขึ้น ซึ่งคนที่โทรมาไม่ใช่ใครที่ไหน หนูน้อยแก้มใสใบพลูลูกสาวของเขานั่นเอง

“ผมขอเสียมารยาทออกไปรับสายสักครู่นะครับ คุณนินิวสงสัยอะไร หรืออยากดูรองเท้าคู่ไหนเพิ่มเติม สอบถามเลาขาของผมได้เลยนะครับ”

“ได้ค่ะ” หล่อนตอบรับพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างให้กับท่านประธานหนุ่ม

“ฮัลโหลว่าไงครับสาวน้อย ขอโทษนะที่ให้รอนาน” ก่อนเดินออกไปกวินได้กดรับสาย พร้อมกับประโยคที่ทำให้นินิวกับเลขาสาวสงสัย สาวน้อยคนนั้นเป็นใครกัน ทำไมกวินถึงทำเหมือนกับว่าแคร์เธอนักหนา แถมยังพูดจาอ่อนหวานนุ่มนวลอีกด้วย

“คุณพ่อขา วันนี้ใบพลูเลิกก่อนเวลา ตอนนี้นั่งรอคุณพ่ออยู่ที่เดิมนะคะ” เสียงใสของหนูน้อยดังมาตามสาย ซึ่งทำให้ผู้เป็นบิดาอย่างกวินรู้สึกปลาบปลื้มใจไม่น้อย ที่เขามีลูกสาวโตรุ่นราวคราวเดียวกับลูกชายของเอเดน

“ตกลงครับ พ่อกำลังจะคุยงานกับลูกค้าเสร็จพอดี รอแป๊บนะเด็กดีเดี๋ยวพ่อจะรีบไปรับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ นานแค่ไหนใบพลูก็รอได้ คุณพ่อรีบไปคุยงานเถอะค่ะ แค่นี้นะคะคุณพ่อ”

“ครับผม อย่าดื้ออย่าซน เดี๋ยวพ่อจะแวะซื้อขนมของโปรดหนูไปให้ด้วยนะ”

“ขอบคุณค่ะ”

“ครับ แล้วเจอกันนะเด็กดี” กวินพูดออกไปตามสายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล สีหน้าของเขาช่างดูสุขใจ เมื่อชีวิตของชายหนุ่มเริ่มมีสีสัน เมื่อใบบุญกับลูกสาวเข้ามาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เทพบุตรในคราบซาตาน