เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน นิยาย บท 151

ขอทานพูดพลางถอนหายใจ "มันไม่ง่ายเลยที่จะหาเศษเงินแค่ไม่กี่ตำลึง"

หลังมื้อกลางวัน หลิวอวิ๋นเซียงก็พาจิ่นเยียนออกไปหาชวีโม่หราน

เพราะหลายวันมานี้หิมะตกหนัก ในตรอกจึงมีทางเดียวให้ผู้คนสัญจรได้ รถม้าผ่านไปมาไม่ได้ พวกนางจึงต้องเดินเท่านั้น

เพิ่งจะออกมาจากตรอกก็เห็นเจ้าหน้าที่หลายคนก้มหาบางอย่างในหิมะ นางมองเห็นเหยียนมู่ทันที เขาสวมชุดแบบที่เจ้าหน้าที่สวมใส่ แต่เขารูปร่างสูงและหน้าตาหล่อเหลา จึงยังคงสะดุดตามาก

เขายืนอยู่ในกองหิมะ หน้าตาค่อนข้างหงุดหงิด

“เหยียนมู่ รอยเท้าน่าสงสัยมาก!” เจ้าหน้าที่ร่างผอมบางตะโกนบอกเขา

เหยียนมู่ระงับความหงุดหงิดเดินเข้าไป ก้มเอวมองแวบหนึ่ง “มีอะไรน่าสงสัย”

"จุ๊ๆ ไม่มีประสบการณ์ทำคดีจริงๆ ดูรอยเท้าย่ำไปมาตรงนี้สิ ซ้ำไม่มีรอยเท้าอื่น หมายความว่านี่อาจไม่ใช่คดีโจรกรรม แต่เป็นเหตุการณ์หลบหนี"

เมื่อเห็นว่าเจ้าลิงผอมวิเคราะห์จริงจังเพียงใด เหยียนมู่ก็อดไม่ได้ที่จะกลอกตามองบน

“จวนผู้ว่าไม่มีคดีอื่นให้สอบสวนแล้วหรือ พวกเขาแค่วัวหายตัวเดียว ไปตามหาเองสิ พวกเราว่างขนาดนั้นหรือ”

เจ้าลิงผอมไม่เห็นด้วย "เราเป็นข้าราชการ เดิมทีเราต้องรับใช้ประชาชน ไม่ว่าคดีใหญ่เล็กก็คือคดี ท่านต้องมีทัศนคติที่ถูกต้อง!"

“ข้าทำไม่ได้!”

เหยียนมู่โมโหควันออกหู หันไปเห็นหลิวอวิ๋นเซียงมองเขาอยู่ไม่ไกล

เจ้าลิงผอมก็สังเกตเห็นเช่นกัน เอ่ยถามว่า “แม่นางคนนั้นคือใคร”

"เมียข้า"

“อ๋อ น้องสะใภ้”

ลิงตัวผอมกระตือรือร้นมาก วิ่งเข้าไปทักทายหลิวอวิ๋นเซียง

“น้องสะใภ้ เจ้ามาหาน้องเหยียนใช่ไหม มาส่งอาหารให้เขาหรือ”

หลิวอวิ๋นเซียงเงียบ จิ่นเยียนถือกล่องอาหารในมือ ในกล่องใส่กระดูกที่นางอบ

ก็แค่อบมากเกินไปกินไม่หมด เททิ้งก็สิ้นเปลือง ไม่ใช่เพราะไม่สบายใจ

“เหยียนมู่ มานี่เร็วเข้า เมียเจ้ามาส่งอาหาร”

เหยียนมู่หน้าบึ้งเดินเข้ามา เหลือบมองกล่องอาหาร พึมพำอะไรนิดหน่อย แต่สีหน้าดีขึ้นมาก

ที่บันไดหน้าร้านขายผ้าไหม เหยียนมู่เปิดกล่องอาหารก็ตกตะลึงเมื่อเห็นกระดูกขนาดเท่ากำปั้นในกล่อง

จากนั้นก็ใช้มือหยิบขึ้นมาแทะกระดูก

เมื่อเห็นว่าเขาเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย หลิวอวิ๋นเซียงก็อดไม่ได้ที่จะถามว่า "อาหารแห้งแช่น้ำต้มตอนเที่ยงอร่อยไหม"

เหยียนมู่เหลือบมองนางแล้วกินต่อคำใหญ่ “อร่อยสู้เนื้อสัตว์ไม่ได้”

แน่นอนอยู่แล้ว กระดูกอบของนางรสชาติชั้นหนึ่ง

หลิวอวิ๋นเซียงรู้สึกขบขันในใจ จากนั้นได้ยินเหยียนมู่พูดว่า "คนอื่นคิดว่าเจ้าเป็นภรรยาข้า"

“เหอะ นั่นเป็นเพราะพวกเขาตาบอด คำพูดไร้สาระอย่างนั้นก็เชื่อ”

“อ๋อ อย่างนั้นเจ้ามาส่งอาหารให้ข้าทำไม”

...

ดึกสงัดแล้วกว่าเหยียนมู่จะกลับมา

ขอทาน “กลับบ้านดึกขนาดนี้ ยังกลิ่นเหล้าคลุ้ง ระวังจะถูกด่าหูชา”

เสียงของเหยียนมู่ดังแว่วๆ "เอาล่ะ เจ้ากลับไปเถอะ"

“อีกประเดี๋ยวหลิวซื่อถามเจ้าไปไหนมา แค่บอกว่าไปดื่มกับข้าก็พอ อย่าบอกว่าไปหออี่เยวี่ยเก๋อ”

"หุบปาก!"

“ข้าไม่ได้เตือนด้วยความหวังดีหรือไง”

"รีบไปซะ!"

หลิวอวิ๋นเซียงนอนไม่หลับ นอนลืมตาบนเตียงรอเหยียนมู่ ก็ได้ยินคำว่าหออี่เยวี่ย

หอนางโลมชื่อดังแห่งเมืองเซิ่งจิง!

หลิวอวิ๋นเซียงมองคนเดินโซเซเข้ามาในห้อง ลมหนาวพัดเข้ามาจนนางตัวสั่น มองไปที่เหยียนมู่ เขาถอดเสื้อคลุมออกแล้วล้มตัวลงบนตั่งยาวข้างหน้าต่าง

เขากอดไหล่นอนไม่หลับ พลิกตัวไปมา พลันรู้สึกคลื่นไส้จึงรีบลุกขึ้นวิ่งพรวดออกไป

ได้ยินเสียงอาเจียน หลิวอวิ๋นเซียงก็ถอนหายใจอย่างหนัก

นางลุกขึ้นอย่างยากลำบาก สวมเสื้อคลุมแล้วเทน้ำชาแก้วหนึ่งถือออกไป

แสงจันทร์สุกใสกระจ่าง เขานอนแผ่ที่ขั้นบันไดหน้าเรือน ราวกับภูเขากำลังจะพังครืน

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน