เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน นิยาย บท 152

หลิวอวิ๋นเซียงเดินเข้าไปเตะที่ไหล่

“เอ้า ดื่มน้ำหน่อย”

เขาเงยหน้าขึ้นมองนาง รอยแผลเป็นที่แก้มซ้ายดูน่ากลัวเป็นพิเศษใต้แสงจันทร์สลัว

คนที่หน้าตาน่าเกลียด มีรอยแผลเป็นบนใบหน้าเพิ่มขึ้น มีแต่จะยิ่งน่าเกลียด ทว่าคนที่ครั้งหนึ่งเคยหน้าตางดงาม ใบหน้ามีรอยบาดแผล ทำให้รู้สึกตกตะลึง

หลิวอวิ๋นเซียงไม่กล้ามอง จึงเสมองไปทางอื่น

เขาจ้องมองนาง มองมือที่ถือถ้วยชาสั่นเทา เขายิ้มมุมปาก เอื้อมมือไปคว้าถ้วยกรอกลงปาก น้ำชากลับไหลลงคอเสื้อเปียกไปทั้งตัว

เขาสับสนครู่หนึ่ง จากนั้นก็หัวเราะเบาๆ

ตอนแรกเขาก้มหน้าหัวเราะ จากนั้นแหงนหน้าหัวเราะ ลุกขึ้นยืนชักกริชเหน็บเอวเต้นส่ายไปมา

เมฆดำหนาทึบบนท้องฟ้า ลมเหนือพัดกรรโชก หิมะทำให้ค่ำคืนนี้ยิ่งหนาวเหน็บ เขาดื่มหนัก จังหวะการก้าวเท้าไม่หนักแน่น แต่ท่วงท่ากลับเฉียบแหลม เจตนาสังหารหนักหน่วง

หลิวอวิ๋นเซียงขมวดคิ้วแน่นขณะที่มองคนในลานบ้าน ยังจำได้ว่าเขาพูดไปหัวเราะไปบนลานยกสูงในสวนกล้วยไม้ ราวกับว่าทุกสิ่งในโลกอยู่ในกำมือของเขา ทว่าบัดนี้ เขาก็หัวเราะ แต่หัวเราะอย่างเศร้าสร้อย ไร้ปณิธานมุ่งมั่นเฉกเช่นเดิม

รอยแผลเป็นบนใบหน้าและความละอายฝังอยู่ในจิตวิญญาณ

ตอนนี้เขาดูเหมือนคนเสียสติ

กระบวนท่าของเขารุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ความเกลียดชังในใจทวีความรุนแรงมากขึ้น สะสมในใจอย่างรวดเร็ว ทำลายสติของเขา

เขาหมุนตัวอีกครั้ง ลำตัวบิดเหมือนต้นหลิ่ว สายตาชำเลืองมองเห็นหลิวอวิ๋นเซียง พลันหยุดนิ่งแข็งทื่อ

หลิวอวิ๋นเซียงมองดวงตาแดงก่ำของเหยียนมู่ คิดถึงทุกเรื่องที่เขาแบกอยู่ หัวใจก็สั่นไหว

นางเอ่ยขึ้นเบาๆ "ดึกมากแล้ว ข้าหนาว"

เหยียนมู่ยืนโงนเงน เงยหน้าขึ้นมองหลิวอวิ๋นเซียง ราวกับว่าได้สติแล้ว เดินอ้อมผ่านนางเข้าไปในห้อง

หลิวอวิ๋นเซียงหายใจออกยาวๆ แล้วเดินตามเข้าไปในห้อง ก็เห็นเหยียนมู่นอนบนตั่งยาวแล้ว

ตอนที่หลิวอวิ๋นเซียงนอนลง เตียงอบอุ่นราวกับว่ามีคนใช้กำลังภายในทำให้ร้อน

ไม่ฝันตลอดคืนนี้

หลิวอวิ๋นเซียงตื่นขึ้นมาตอนเช้าวันรุ่งขึ้นก็ไม่เห็นเหยียนมู่แล้ว น่าจะตื่นแต่เช้าไปเข้าเวร

จิ่นเยียนเข้ามาช่วยหลิวอวิ๋นเซียงลุกขึ้นจากเตียง

“วันนี้อากาศดี ไม่ค่อยมีลมเจ้าค่ะ”

หลิวอวิ๋นเซียงหยิบผ้าเช็ดหน้าเปียกมาเช็ดมือ "ถ้าอย่างนั้นเราออกไปเดินเล่นกัน"

อันที่จริง ฤดูหนาวปีนี้หนาวมาก ถึงแม้ไม่มีลมก็ยังหนาวเข้ากระดูก

จนกระทั่งช่วงบ่าย อากาศค่อยอบอุ่นขึ้นบ้าง

นึกไม่ถึงท้องถนนจะค่อนข้างมีชีวิตชีวา ร้านค้าหลายแห่งประดับประดาผ้าไหมสีแดง

จิ่นเยียนถามคนที่สัญจรผ่านไปมา จึงทราบว่าอีกสองวันก็จะเป็นวันเกิดของไทเฮา

จิ่นเยียนหัวเราะเยาะ "ใครจะให้ยืมเงินข้างถนน แถมขอทีตั้งหนึ่งพันตำลึง เด็กผู้หญิงคนนี้ไม่รู้ด้วยซ้ำหนึ่งพันตำลึงมีค่าเท่าไหร่"

ชาวบ้านหาเงินทั้งชีวิตยังหาไม่ได้มากขนาดนี้

หลิวอวิ๋นเซียงมองหญิงสาวแวบหนึ่ง ไม่สนใจมากนัก หันหลังเดินไปที่ตรอก แต่จู่ๆ เด็กสาวมองเห็นนางก็วิ่งเข้ามาขวาง

“พี่สาว ท่านสวยมาก!”

หลิวอวิ๋นเซียงมองเด็กสาวอายุเพียงสิบห้าสิบหก มองนางตาเป็นประกาย ถ้าเป็นผู้ชาย นางคงตะโกนว่านักเลงไปแล้ว

“ขอบใจ” หลิวอวิ๋นเซียงรับคำเบาๆ จะเดินผละไป แต่กลับถูกนางขวางไว้อีกครั้ง

“พี่สาว ท่านหน้าตาใจดีมาก ต้องเป็นพระโพธิสัตว์กลับชาติมาเกิดแน่นอน”

หลิวอวิ๋นเซียงเม้มริมฝีปาก “เจ้าคิดว่าข้ามีเงินหนึ่งพันตำลึง?”

หญิงสาวถูกจับได้ แลบลิ้นก่อน จากนั้นจึงพยักหน้าอย่างจริงใจ "พี่สาวดูท่าทางรวยมาก"

“อย่างนั้นทำไมข้าต้องให้เจ้ายืมเล่า”

“ข้าจะคืนให้แน่นอน!”

“ข้าจะเชื่อเจ้าได้อย่างไร”

เด็กหญิงคนนี้ท่าทางเหมือนจะตัดสินใจแล้ว เขยิบเข้าไปใกล้หลิวอวิ๋นเซียงกระซิบว่า "ข้าจะบอกความจริงพี่สาว บ้านข้ารวยมาก"

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน