เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน นิยาย บท 156

หลิวอวิ๋นเซียงเงยหน้าเห็นเหยียนมู่ยังคงหัวเราะ เลือดที่มุมปากไหลมากขึ้นเรื่อย ๆ นางกระวนกระวายใจมาก พยายามลุกขึ้นจูบปิดปากเขาไว้ ทำความสะอาดเลือดที่มุมปากของเขาอย่างสงสาร

นางคิดว่าหากเป็นแบบนี้ต่อไป เขาจะสติแตกไปจริง ๆ

“เหยียนมู่ เด็กในท้องดิ้นแรงมาก เขาคงรับรู้ถึงท่านแล้ว”

หลิวอวิ๋นเซียงดึงมือของเหยียนมู่มาวางบนท้องของนาง เด็กน้อยเตะแรง ๆ เหมือนรับรู้ได้จริงๆ

ดังนั้นในดวงตาดำมืดคู่นั้น มีแสงสว่างขึ้นในทันที

ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดลง เสียงดังหนึ่งทำลายความสงบ

หลิวอวิ๋นเซียงกำลังพิงอยู่ในอ้อมกอดเหยียนมู่จนเริ่มง่วงแล้ว ได้ยินเสียงก็มองไปทางหน้าต่าง เห็นแสงกะพริบหนึ่ง

“จุดพลุแล้วใช่หรือไม่?”

เหยียนมู่หรี่ตามอง “อืม”

“ข้าอยากดู”

ในห้องข้าง ๆ คลื่นลมสงบแล้ว หลิวอวิ๋นเซียงแอบคิดในใจที่จริงก็ใช้เวลาไม่นาน มองเห็นเหยียนมู่ขี้เกียจขยับ นางจึงหยิกเอวของเขาแรงๆ

เหยียนมู่กำลังสัปหงก ลุกขึ้นอย่างไม่เต็มใจภายใต้สายตาไม่พอใจของหลิวอวิ๋นเซียง ดึงนางลุกขึ้นเดินไปริมหน้าต่าง

เปิดหน้าต่างออก ลมหนาวพักเข้ามาเย็นจนเหยียนมู่ตัวสั่นหยิบเสื้อคลุมบนเตียงหลัวฮั่นคลุมให้หลิวอวิ๋นเซียง

ริมทะเลสาบกำลังจุดพลุฉลองงานเฉลิมพระชนมพรรษา ในทะเลสาบบนเรือเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุด หลิวอวิ๋นเซียงมองดอกไม้ไฟเต็มท้องฟ้า เบิกตากว้างเหมือนแสงระยิบระยับนั้นเข้ามาในดวงตาของนาง

นางดูดอกไม้ไฟ เหยียนมู่ดูนาง

“สวยจริงๆ!” หลิวอวิ๋นเซียงอดชมไม่ได้

เหยียนมู่เบะปาก “สวยหรือ?”

“ทิวทัศน์ที่สวยที่สุดบนโลกนี้”

เหยียนมู่ก้มหน้าหอมแก้มของหลิวอวิ๋นเซียง “เจ้าบอกใช่ก็ใช่”

ใกล้จะยามหยินแล้ว เรือเข้าฝัง เหยียนมู่รีบลุกขึ้นส่งฮ่องเต้กลับเข้าวัง จากนั้นย้อนกลับมารับหลิวอวิ๋นเซียงอีกครั้ง

ขอทานลูบเคราพูดต่อว่า “จากการสืบหาคนคนนี้ พวกเราพบว่าเขาเป็นคนใต้บัญชาของหลี่ซั่วแม่ทัพเดชฮึกเหิม สืบต่อไปหลี่ซั่วแอบสมคบคิดกับเป่ยจินก่อนยกทัพขึ้นเหนือ และหลี่ซั่วเป็นอดีตผู้ใต้บัญชาของซูผิงอ๋อง”

หลิวอวิ๋นเซียงหยุดอยู่กับที่ มองขอทานแล้วถามว่า “ดังนั้นซูผิงอ๋องก็สมคบกับเป่ยจินเหมือนกัน?”

“ซูผิงอ๋องจิ้งจอกเฒ่าคนนี้ วางแผนรอบคอบซ่อนเอาไว้ลึก พวกเราแอบสืบอยู่นานมากไม่ได้หลักฐานอะไร ทำได้แต่ล้อมจวนซูผิงอ๋อง ป้องกันพวกเขาเคลื่อนไหว แต่อวนหลุด ปลาตัวใหญ่ก็หนีแล้ว”

“ลู่ฉางอัน!”

ขอทานสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ “ใช่ เขาหนีไปแล้ว”

“แต่เขา......เขาจะทำอะไรได้?”

แค่บัณฑิตอ่อนแอคนหนึ่งเท่านั้น แม้เขากับซูผิงอ๋องพ่อลูกจะมีไมตรีกันเล็กน้อย ถึงซูผิงอ๋องมีเรื่องสำคัญอะไรก็ไม่มีทางให้เขาไปทำ

“ตอนฝ่าบาทยังเป็นองค์ชาย เพราะมารดาชาติกำเนิดไม่สูงถูกอดีตฮ่องเต้เมินตลอด ถูกองค์ชายคนอื่นรังแก ต่อมามารดาของเขาเพราะป่วยจนสิ้นไป เขาอยู่ในวังก็ยิ่งลำบากขึ้น ในเวลานี้มีขันทีสองคนปกป้องเขามาโดยตลอด แหวกโค่นดงหนามจนได้นั่งบัลลังก์ ขันทีสองคนนี้ คนหนึ่งเป็นซ่างกวานซวี หัวหน้าหน่วยสืบตงชางในตอนนี้ อีกคนหนึ่งคือจางเจี่ยน เขารับใช้อยู่ข้างกายฝ่าบาทมาตลอดจนถึงปีก่อนเกิดป่วยหนัก ฝ่าบาทเห็นใจเขาให้เขาไปพักฟื้นที่จวนอู่โหว แม้ติดตามระเบียบแต่งตั้งไม่ได้ แต่ฝ่าบาทเขียนป้ายอักษรทองของจวนอู่โหวด้วยตัวเอง เขาก็กลายเป็นอู่โหวที่มีอำนาจคนหนึ่ง เพราะเรื่องที่ฝ่าบาทเจอตอนวัยเยาว์ ไว้ใจแค่สองคนนี้ อีกคนเป็นพ่อบุญธรรมของพวกเรา อีกคนก็คืออู่โหว”

หัวหน้าหน่วยสืบตงชางชื่อเสียงโด่งดัง วิธีการโหดเหี้ยม และอู่โหวคนนี้ หลิวอวิ๋นเซียงครุ่นคิดแล้วไม่เคยได้ยินไม่ก่อน

“อู่โหวไปในป่าลึกบำเพ็ญเต๋าอยู่เงียบ ๆ เป็นประจำ ไม่ค่อยกลับเมืองหลวงแต่ไม่ได้หมายความว่าคนนี้จะละทางโลกจริงๆ ไม่ต้องการอำนาจ ฝ่าบาทสร้างกองทัพหมาป่าราตรีไว้ กองทัพนี้ไร้เงาไร้รูปร่าง แต่ตอนที่ฝ่าบาทต้องการ ก็จะรวมตัวกันอย่างรวดเร็ว และฝ่าบาทมอบอาวุธลับนี้ให้อู่โหว เห็นได้ว่าฝ่าบาทไว้ใจเขามากแค่ไหน และอู่โหวคนนี้สนิทกับซูผิงอ๋อง หลังจากซูผิงอ๋องถูกขังก็เป็นเนื้อแกะรอฆ่า เขาจะไม่ยอมถูกมัดมือมัดเท้าแน่นอน จึงเขียนจดหมายให้ลู่ฉางอัน ให้เขาไปขอความช่วยเหลือกับอู่โหว”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน