เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน นิยาย บท 228

“อนุของเจ้าให้คนเห็นไม่ได้หรือ ทำไมไม่โผล่หน้าออกมา?”

หลิวอวิ๋นเซียงยืนตรงประตูบ้าน คำนี้ยั่วโมโหจริง ๆ ใครให้คนเห็นไม่ได้!

แต่นางไม่กล้าออกไปจริง ๆ ทำได้แต่บีบเสียงเรียกเสียงหวาน “ท่านพี่ ข้าไม่อยากกินข้าวร่วมโต๊ะกับคนนอก โดยเฉพาะคนที่ใจคด ทำให้คนสะอิดสะเอียนจริงๆ!”

เหยียนมู่เพิ่งจับตะเกียบ คำนี้หากคนหน้าบางได้ยิน คงจะหนีอยากมุดดินหนีแล้ว แต่เขาฉีกยิ้ม จับตะเกียบเริ่มกินแล้ว

“ลู่ซื่อจื่อมานั่งเร็ว ไม่ต้องเกรงใจ”

ลู่ฉางอันกระแอมเสียง “ข้ายกข้าวไปให้นางสักถ้วยก่อน”

“ปล่อยให้หิวต่อไปเถอะ”

“นี่……”

“นางสะอิดสะเอียนไม่ใช่หรือ”

เหยียนมู่ไม่ถึงกับเอาเรื่องผู้หญิงคนหนึ่ง เห็นลู่ฉางอันยกถ้วยข้าวเข้าไปก็ไม่พูดอะไรอีก เพียงแต่เด็กน้อยข้างตัวเตะเขาแล้ว เหมือนกำลังแก้แค้นให้แม่ของเขา รอเขามองไป เด็กน้อยก็ฉีกยิ้ม

“พี่ชาย กิน กินเนื้อ”

เหยียนมู่เลิกคิ้ว “เรียนท่านอา”

“พี่ชายหน้าตาดี”

เหยียนมู่ยิ้ม “ปากหวานจริงๆ”

เขาใช้ตะเกียบคีบผักกาดยัดเข้าไปในปากของเด็กน้อยเป็นรางวัล

เด็กน้อยเคี้ยวหน้าบูด “พี่ชายนิสัยไม่ดี”

“แนะนำให้เจ้าเรียกท่านอา อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ เจ้ากำลังยกลำดับความอาวุโสให้พ่อของเจ้า”

เด็กน้อยกะพริบตามองเขา ทำท่าไม่เข้าใจที่เขาพูด

“เด็กโง่” เหยียนมู่ยิ้มเยาะ

เยี่ยนเอ๋อร์เบะปาก “ท่านซิเด็กโง่ เอ่อ โง่กันทั้งบ้าน”

“เหอะ เชื่อไหมว่าข้ากล้าโยนเจ้าออกไปเป็นอาหารสุนัข?”

“แงๆ!”

เยี่ยนเอ๋อร์ร้องไห้แงๆ

หลิวอวิ๋นเซียงได้ยินเสียงลูกชายร้องไห้ ก็รีบให้ลู่ฉางอันออกไปดู

คนอะไร รังแกได้แม้กระทั่งเด็ก!

กินข้าวเย็นเสร็จแล้ว ลู่ฉางอันอุ้มเยี่ยนเอ๋อร์ไปให้หลิวอวิ๋นเซียงในบ้าน

“เขายังไม่กลับอีกหรือ?” หลิวอวิ๋นเซียงถาม

ลู่ฉางอันส่ายหน้า “ยังจะเล่นหมากรุกต่อ”

“ประสาท”

“พวกเจ้านอนกันก่อน ข้าจะไม่ปล่อยให้เขาเข้ามา”

“อืม”

หลิวอวิ๋นเซียงกล่อมเยี่ยนเอ๋อร์ ไม่นานเขาก็นอนหลับไป ในเวลานี้เสียงของเหยียนมู่ดังเข้ามา “ลู่ซื่อจื่อ เจ้าแพ้แล้ว”

เสียงของลู่ฉางอันนุ่มนวลแต่แฝงความเหนื่อยล้า “ข้ายอมแพ้ องค์ชายเจ็ดคงจะเหนื่อยแล้ว ไม่สู้......”

หลิวอวิ๋นเซียงตะโกนเรียกไปข้างนอก “ท่านพี่ ข้ารอท่านอยู่รีบเข้ามานอนเถอะ”

ความหมายไล่คนในคำพูดนี้แสดงออกมาอย่างชัดเจนมากแล้ว ถ้าหากยังมียางอายสักนิดก็ควรกลับได้แล้ว

แต่เหยียนมู่พูดว่า “ซื่อจื่อเข้าไปเถอะ ข้าเฝ้ายามให้พวกเจ้าสองคนอยู่ข้างนอก แต่ว่าพวกเจ้าสองคนอย่าเสียงดังนัก ไม่อย่างนั้นข้าอยากเข้าไปแลกเปลี่ยนก็ไม่ดีแล้ว”

นี่ใช่คำพูดของคนหรือ?

“คนต้องมีหน้า ต้นไม้ต้องมีเปลือก ทำไมถึงมีคนหน้าไม่อายแบบนี้”

เหยียนมู่หน้าดำ อนุคนนี้ใจกล้าจริง ๆ ถึงกลับกล้าด่าเขาอย่างเปิดเผย!

รออีกสักพัก เยี่ยนเอ๋อร์ก็ทนไม่ไหวแล้ว วิ่งออกจากอ้อมกอดหลิวอวิ๋นเซียงไปข้างนอกเอง เขางัวเงียวิ่งไปข้างนอกมองไม่ชัดก็ฉี่แล้ว

และเหยียนมู่กำลังจะก้าวมาถึงห้อง รู้สึกร้อนที่ขา ก้มไปดูเด็กน้อยคนนั้นกำลังฉี่ใส่เขา

หลิวอวิ๋นเซียงมองเห็นฉากนี้ผ่านช่องประตู ทนไม่ไหวหัวเราะออกมาแล้ว

เหยียนมู่หน้าบึ้งตึง “ลู่ซื่อจื่อ หากข้าจับอนุของเจ้าด้วยโทษดูหมิ่นขุนนางราชสำนัก ก็ไม่เกินไป”

หลิวอวิ๋นเซียงพูดว่า “ตายแล้ว ข้ากลัวจริงๆ องค์ชายเจ็ดเก่งจริงเข้าบ้านมาจับด้วยตัวเอง อย่างไรข้าถอดชุดแล้ว เป็นบุญตาของท่านจริงๆ!

เหยียนมู่ไม่เคยถูกใครยั่วโมโหแบบนี้มาก่อน กำลังจะเดินเข้าไป “เป็นผู้หญิงปากร้ายจริงๆ!”

เจอเรื่องแบบนี้ สุดท้ายเหยียนมู่ก็ออกไปแล้ว เพียงแต่ทหารเฝ้าหน้าประตูเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งชั้น

ลู่ฉางอันขมวดคิ้วแน่น “เหมือนว่าเขากำลังระวังข้า”

หลิวอวิ๋นเซียงกล่อมเยี่ยนเอ๋อร์นอน เดินไปข้างนอกยืนอยู่ใต้ชายคาเดียวกับลู่ฉางอัน พูดอย่างแน่ใจว่า “เขากำลังระวังท่านจริงๆ”

เหยียนมู่ไม่ได้มีเวลาขนาดนี้ ทำเรื่องอะไรล้วนมีเป้าหมาย ลู่ฉางอันอยู่ในมือของเขาแล้ว เขายังจับตาดูด้วยตัวเอง บอกได้แค่ว่าคืนนี้จะต้องมีเรื่องสำคัญอื่น จะให้หลุดไปไม่ได้เด็ดขาด

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน