ตอนออกมา เยี่ยนเอ๋อร์ยังไม่ลืมถาม
“เอ่อ ชนะแล้วกระมัง”
กินมื้อเที่ยงเสร็จ หลิวอวิ๋นเซียงกล่อมเยี่ยนเอ๋อร์นอนหลับแล้วได้ยินมีเสียงข้างนอก จึงเดินหน้าประตูลานบ้าน เห็นลู่ฉางอันประคองผู้เฒ่าผมขาวคนหนึ่งมาทางนี้
หลิวอวิ๋นเซียงเดินเข้าไป ลู่ฉางอันเห็นนางแล้วชะงัก หลิวอวิ๋นเซียงหันมาแอบเปิดผ้าปิดหน้า แลบลิ้นให้เขา
ลู่ฉางอันนี่ถึงจำนางได้ อดหัวเราะไม่ได้ จากนั้นก็แนะนำกับนางว่า “ท่านนี้คือราชครูฟัง”
หลิวอวิ๋นเซียงคารวะราชครูฟัง “คารวะท่านราชครู”
ราชครูฟังมองสำรวจหลิวอวิ๋นเซียงตั้งแต่หัวจรดเท้า “ท่านนี้คือ?”
“นางเป็น......” ลู่ฉางอันชะงัก ไม่รู้ว่าควรแนะนำหลิวอวิ๋นเซียงอย่างไรจริงๆ
หลิวอวิ๋นเซียงยิ้มตอบว่า “ข้าชื่อจูจู เป็นอนุของซื่อจื่อ”
ราชครูฟังมองทางลู่ฉางอัน เห็นเขาพยักหน้าสีหน้ายากจะอธิบาย คงไม่เข้าใจว่าลู่ฉางอันถูกใจนางได้อย่างไร
“กลมนวลเหมือนจู(ไข่มุก)จริงๆ” เขาฝืนพูดออกมา
หลิวอวิ๋นเซียงปิดปากยิ้ม “ซื่อจื่อชอบคนรูปร่างอวบแบบนี้ บอกว่าเป็นวาสนาของเขา”
“โอ๊ย น่ารำคาญ พูดกันไม่หยุด ข้าอยากอาบน้ำเปื้อนไปหมดทั้งตัวแล้ว!”
ข้างตัวราชครูฟังยังมีเด็กสาวคนหนึ่ง อายุประมาณสิบเจ็ด สิบแปดหน้าตางดงาม รูปร่างดีมีส่วนเว้าส่วนโค้ง
เสื้อผ้าบนตัวนางเต็มไปด้วยฝุ่น บนใบหน้าก็เปื้อน แต่คนงามยังคงเป็นคนงาม
นางจะอาบน้ำ ลู่ฉางอันที่เป็นผู้ชายคนหนึ่งไม่รู้จะจัดการอย่างไร
หลิวอวิ๋นเซียงยิ้มว่า “ข้าพาหลานสาวท่านไปแล้วกัน”
เมื่อคำนี้ออกมา ราชครูฟังหน้าดำ ส่วนลู่ฉางอันก็ลำบากใจ คนสวยโกรธจนเบะปาก
“มีอะไรไม่ถูกต้องหรือ?” นางอดถามขึ้นไม่ได้
ในเวลานี้มีคนหัวเราะเสียงดัง หลิวอวิ๋นเซียงหันหน้าไปเห็นเหยียนมู่กำลังพิงประตูฉุยฮวาของทางตะวันตกหัวเราะหงายหลัง จนหางตาหงส์แดงแล้ว เสริมให้ดูดีขึ้น
เขาเกาะกำแพง หัวเราะไปพลาง อธิบายอย่างหวังดีไปพลาง “นั่นไม่ใช่หลานสาวอะไร แต่เป็นอนุของราชครูฟัง!”
หลิวอวิ๋นเซียงหน้าแดงในทันที ยากจะตั้งตัวได้จริงๆ!
“ขะ......ข้าสายตาไม่ดี......”
ราชครูฟังทนไม่ไหว ส่งเสียงเหอะ ผลักลู่ฉางอันออกแล้วก้าวเข้าไปแล้ว
หญิงงามคนนั้นเบะปากพูดกับหลิวอวิ๋นเซียงว่า “ข้าชื่ออวี๋เจียวเจียว”
“อะ......อวี๋ฮูหยิน”
“ยังนิ่งอยู่ทำไม รีบพาข้าไปอาบน้ำซิ!”
เดิมนางอยากช่วย แต่คนนี้เหมือนเห็นนางเป็นสาวใช้
ไม่มีมารยาทจริงๆ!
นางครุ่นคิดแสร้งพูดว่า “โอ๊ย เป็นเพราะข้างามราวกับเทพธิดา และมีพวกบ้ากามอยากจะเอาเปรียบข้า ข้าก็ไม่มีทางเลือกจริงๆ”
เหยียนมู่หรี่ตา คนบ้ากามที่หญิงอ้วนคนนี้พูดเห็นชัดว่าหมายถึงเขา
“งามราวกับเทพธิดาหรือ?” เหยียนมู่ทำเสียงเหอะ “เทพธิดาทุกคนอ้วนเหมือนเจ้าละก็ คงบินไม่ขึ้นกระมัง?”
“เจ้า!”
เหยียนมู่ยืนตัวตรง “กลับไปส่องกระจกเถอะ!”
จัดการเรื่องราชครูฟังเสร็จ ลู่ฉางอันถึงกลับมา
“องค์ชายเจ็ดทำคดีตามอำเภอใจเกินไปแล้ว เพราะก่อนวันที่เหอจื่อเย่ว์ถูกฆ่าเคยไปดื่มเหล้ากับราชครูฟัง เขาจึงสงสัยราชครูฟังวางยาพิษฆ่าเหอจื่อเย่ว์ หลักฐานยังไม่ไม่ครบก็ค้นจวนของท่านราชครู ก็ไม่ต้องว่าไฟไหม้ได้อย่างไร ตอนนี้ก็จับท่านราชครูมากักขังในเรือนพักแรม ห้ามเขาออกไปไหนแม้แต่ครึ่งก้าว”
หลิวอวิ๋นเซียงฟังถึงตรงนี้ ในใจก็เกิดความสงสัยหนึ่งขึ้นทันที
เหยียนมู่มาถึงเย่ว์โจวก็ขุดหลุมศพของเหอจื่อเย่ว์ เหมือนแน่ใจว่าเขาไม่ได้ถูกอิ๋งอิ๋งและหลี่ซื่อใช้มีดแทงจนตาย แต่ตายเพราะถูกวางยาพิษ
เขาไม่เคยเห็นศพของเหอจื่อเย่ว์ จะแน่ใจได้อย่างไร?
หรือว่า......เหอจื่อเย่ว์ไม่ได้ถูกวางยาพิษ
เขาก็แค่แต่งเรื่องโกหก เพื่อใช้เรื่องนี้ค้นจวนของราชครูฟัง เขากำลังสืบอีกหนึ่งคดีอื่นอยู่!
หลิวอวิ๋นเซียงคิดถึงตรงนี้ก็อดตกใจไม่ได้
ฟังจือหรูคนนี้เป็นอาจารย์ของฮ่องเต้ บัณฑิตอันดับหนึ่งในใต้หล้า

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน