เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว และเศษชิ้นส่วนภาพมากมาย เฉพาะหาตำแหน่งติดชิ้นส่วนให้แม่นยำก็ยากลำบากมาก นอกจากนี้ยังต้องติดให้ดี หลิวอวิ๋นเซียงก้มจนปวดเอว คุกเข่าจนเจ็บหัวเข่าไม่กล้ายืดเส้นยืนสายสักนิด ถึงขนาดหายใจหอบ ในกลางคืนที่เย็นสบาย เหงื่อของนางไหลตามโครงหน้าลงไป
ธูปใกล้มอดแล้ว หลิวอวิ๋นเซียงมองหนึ่งครั้งรีบร้อนจนเกือบปัดชามกาวคว่ำ
นางเช็ดเหงื่อแล้วต่อสองสามชิ้นสุดท้ายเข้าหากัน กำลังจะติดลงไป
เหยียนมู่เอ่ยปากแล้ว “ครบเวลาหนึ่งก้านธูปแล้ว”
“ให้เวลาข้าอีกหน่อย ใกล้จะเสร็จแล้ว”
เหยียนมู่ขยิบตาให้เจียงหย่วน “ไป”
หลิวอวิ๋นเซียงกัดฟันแน่น รีบติดสองสามชิ้นสุดท้ายให้เสร็จ “ข้าติดเสร็จแล้ว!”
ในตอนนี้เจียงหย่วนยกใบมีดขึ้นแล้ว ได้ยินก็มองไปทางเหยียนมู่
หลิวอวิ๋นเซียงวิ่งไปอย่างไม่สนใจ ดึงหยวนชิงเย่ว์ออกจากใต้ใบมีด และพูดกับเหยียนมู่ว่า “ท่านเป็นผู้ชายคนหนึ่ง พูดอะไรต้องรักษาสัจจะ”
เหยียนมู่ลุกขึ้นเดินไปตรงหน้าภาพที่หลิวอวิ๋นเซียงต่อมองหนึ่งครั้ง แล้วโบกมือให้เจียงหย่วน “ส่งนางไปค่ายส่านเนี่ยน”
เมื่อได้ยินคำว่าค่ายส่านเนี่ยน หยวนชิงเย่ว์หมดแรงทรุดไปที่พื้นโดยตรง
“ท่านฆ่าข้ายังดีเสียกว่า......”
หลิวอวิ๋นเซียงขมวดคิ้ว “ท่านรับปากจะละเว้นชีวิตนาง!”
เหยียนมู่เลิกคิ้ว “ข้าไม่ได้ฆ่านาง แค่ส่งนางไปสถานที่นางควรไป”
“ท่าน!”
คนคนนี้โหดเหี้ยม ใจดำอำมหิตเกินไปแล้ว
เหยียนมู่เข้าไปโอบหลิวอวิ๋นเซียง ให้นางดูภาพที่ตัวเองต่อ “เจ้าต่อมั่ว ๆ จมูกติดปากแล้ว แขนยังแยกออกจากตัว นี่เรียกว่าต่อเสร็จหรือ?”
หลิวอวิ๋นเซียงเม้มริมฝีปาก เมื่อครู่รีบร้อนเกินไปต่อไม่ได้จริงๆ
“ถึงข้าจะต่อดีแค่ไหนก็กลับไปเหมือนเดิมไม่ได้”
“เจ้าก็รู้หลักการนี้หรือ?”
“แล้วท่านยังให้ข้าต่ออีก?”
“กลางคืนยาวนาน แก้เบื่อเท่านั้น”
ไม่พูดไร้สาระอีก เหยียนมู่โอบหลิวอวิ๋นเซียง ใช้กำลังพานางไปในบ้าน
หลิวอวิ๋นเซียงหันกลับไป ทำได้แต่มองหยวนชิงเย่ว์ถูกคนลากไปอย่างทำอะไรไม่ได้
กลับถึงห้อง หลิวอวิ๋นเซียงนอนชิดเตียงด้านใน พยายามขดตัวไม่อยากโดนตัวคนเลือดเย็นไร้ความปรานีคนนี้
เหยียนมู่นอนอยู่ข้างนอก ดึงผ้าห่มคลุมให้นาง
หลิวอวิ๋นเซียงไม่อยากห่มผ้าห่มผืนเดียวกับเขา เปิดผ้าห่มโยนไปด้านหนึ่ง
“หลังจากตระกูลหยวนถูกยึด นางกับครอบครัวของนางควรถูกส่งไปรายงานตัวที่ค่ายส่านเนี่ยน ก่อนหน้านี้เพราะอยู่สวนกล้วยไม้ ไม่มีใครกล้ามาตรวจที่นี่ ดังนั้นจึงไม่ยุ่ง แต่ออกจากสวนกล้วยไม้ หากคิดจะใช้ชีวิตข้างนอก จำเป็นต้องไปรายงานตัวที่ค่ายส่านเนี่ยนก่อน และค่อยซื้อนางออกมา ผ่านขั้นตอนนี้ถึงกลับมาอิสระได้” ไม่บ่อยที่เหยียนมู่จะอธิบายอย่างใจเย็น
องค์หญิงใหญ่เป็นบุตรสายตรงของไทเฮา เป็นพี่สาวแท้ ๆ ของฮ่องเต้ ฐานะสูงศักดิ์ยิ่ง
นางสวมเสื้อผ้าปักลายดอกสีแดงเข้ม กระโปรงลายเมฆขาวไหมทอง เครื่องประดับเกศาทองฝั่งหยกหนึ่งชุด ใบหน้าสดใส กิริยาสง่างาม นางเหล่มองหลิวอวิ๋นเซียงแล้วหน้าเข้มขึ้นเรื่อย ๆ
“หรือเจ้าก็คือฮูหยินสามของจวนจิ้งอันโหวคนนั้น?”
หลิวอวิ๋นเซียงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เดินไปคำนับองค์หญิงใหญ่อย่างสุภาพ
“เพคะ”
องค์หญิงใหญ่หน้าเขียวโบกมือให้คนข้างหลัง องครักษ์เหล่านั้นรีบถอยไปที่ประตู และปิดประตูจวน
“ท่านแม่ จะต้องเป็นหญิงหม้ายคนนี้ไม่เจียมตัว ยั่วยวนพี่เจ็ด ท่านจะปล่อยนางไปง่าย ๆ ไม่ได้ จะให้ดีจับตัวนางเดินแห่ให้ทุกคนดู จากนั้นจับใส่กรงลอยน้ำ......”
“หุบปาก!” องค์หญิงใหญ่ดุเสียงเบา
“ท่านแม่......”
“เจ้าเฝ้าอยู่ข้างนอก”
องค์หญิงใหญ่มองหลิวอวิ๋นเซียงอีกครั้ง “เจ้าตามข้าเข้าไปในห้อง”
นางพูดจบก็เดินเข้าห้องไปก่อนแล้ว
หลิวอวิ๋นเซียงมองประตูที่ปิดสนิทหนึ่งครั้ง รู้ว่าหนีไม่พ้นแล้วทำได้แต่เดินตามเข้าไปในห้อง แต่ถูกจิ่นเยียนขวางอยู่นอกประตู
หลิวอวิ๋นเซียงพยักหน้าให้จิ่นเยียน ให้นางสบายใจ แต่ความจริงแล้วนางก็รู้สึกกังวลใจ ชาติก่อนนางถูกมู่หรงลิ่งอี๋ดูหมิ่น ยังเป็นองค์หญิงใหญ่ที่ช่วยนางเอาไว้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน