นางชี้ไปยังรูปที่สองอีกครั้ง “แม่นางคนนี้ใบหน้าหวานล้ำดุจลูกท้อเนื้อฉ่ำหวาน เหมือนกับสนมเสี่ยวจินเฟยมาก”
นางชี้ไปยังรูปที่สามอีก “ส่วนแม่นางคนนี้ นัยน์ตาของของนางดุจระลอกคลื่น ช่วงตาของนางยิ่งเหมือนกับสนมเสี่ยวจินเฟยเสียยิ่งกว่าข้าอีก”
เหยียนมู่ยิ้ม ดวงตาของนางเย็นชาลุ่มลึก “เมื่อไรกันที่เจ้าสามารถพูดชื่อนางต่อหน้าข้าตามอำเภอใจได้กัน”
หลิวอวิ๋นเซียงเงยหน้าขึ้นและตอบอย่างว่าง่ายว่า “หลังจากนี้จะไม่อีกแล้ว”
เหยียนมู่หยิบรูปที่สามมา “วันพรุ่งนี้ให้พวกเขาเอามาส่งแล้วกัน”
หลิวอวิ๋นเซียงพูดอย่างครุ่นคิดว่า “แต่ว่าเจ้าจะต้องเอาใจแม่นางหยวน เจ้าไล่มันออกไปแล้วก็พากลับมาอีกครั้ง เจอความทรมาณสักครั้งจะต้องชอบนางแน่ อย่าให้นางเสียใจแล้วกัน”
เหยียนมู่กระแอมออกมาเบาๆ “ที่แท้ก็เพื่อหยวนชิงเย่ว์ เจ้าอิจฉาหรือไง ”
หลิวอวิ๋นเซียงเบิกตากว้าง “ข้าอิจฉางั้นหรือ”
เหยียนมู่โน้มตัวลงมา ใช้มือข้างหนึ่งเชยคางของหลิวอวิ๋นเซียง ดวงตาหงส์ของเขาเป็นประกาย เขายกยิ้มขึ้นแล้วถามว่า “เจ้าเคยจินตนาการว่าข้าจะขอเจ้าแต่งใช่หรือไม่”
หลิวอวิ๋นเซียงเม้มปากแน่น “...”
ในชาติที่แล้วแน่นอนว่านางต้องเคยจินตนาการถึง
จินตนาการว่าจากหญิงหม้ายในจวนโหวได้กลายเป็นผู้หญิงของเหยียนมู่ จินตนาการว่าพวกนางมีใจตรงกัน และอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต
เหยียนมู่ยิ้มเยาะ “คิดอะไรน่ะ ตุลาการศาลต้าหลี่ออย่างข้าจะแต่งกับหญิงหม้ายอย่างเจ้างั้นหรือ”
หลิวอวิ๋นเซียงปัดมือของเหยียนมู่ออก และสูดหายใจเข้าลึกๆ “เจ้าคิดมากไปแล้ว”
“เป็นเจ้าที่คิดมากไป!”
หลิวอวิ๋นเซียงเหลือบตาขึ้นมองด้วยใบหน้าเคร่งขรึมและพูดว่า “สามีของข้ากลับมาแล้ว”
เหยียนมู่ที่หัวเราะอย่างเหิมเกริมในตอนแรกชะงักไป “ใครนะ”
“เซี่ยจื่ออัน”
“เขาตายแล้วไม่ใช่หรือ”
“เขามีชิวิตกลับมา”
เหยียนมู่หรี่ตาลง “หรือเขาปีนขึ้นมาจากยมโลกกัน”
หลิวอวิ๋นเซียงหันหน้าไปไม่มองเหยียนมู่แล้วเหยียดกายนั่งตรง “หลังจากนี้ข้าไม่ใช่หญิงหม้ายแล้ว และไม่ใช่อะไรของเจ้า ขอให้ใต้เท้าเหยียนระวังคำพูดด้วย”
ในชาตินี้นางเคยให้โอกาสเขาแล้ว แต่เขาไม่อยากได้มัน
จู่ๆ บรรยากาศก็แข็งกระด้าง ทั้งสองคนไม่มีใครพูดอะไร
ผ่านไปนานเหยียนมู่ก็หัวเราะอย่างเย็นชาออกมาเล็กน้อย “เจ้าไม่ได้รักเซี่ยจื่ออันมากหรือ ตอนนี้มีความสุขจนบ้าไปแล้วหรือไง”
หลิวอวิ๋นเซียงพยักหน้า “แน่นอนว่าข้ารักสามีของข้า”
เหยียนมู่หน้าครึ้ม “เช่นนั้นเจ้ามาที่นี่ทำไม”
หลิวอวิ๋นเซียงมองไปทางเหยียนมู่ “ข้ากับใต้เท้าเหยียนทำธุรกิจด้วยกัน”
“หืม”
“เจ้ากำลังรวบรวมเสบียงให้กับค่ายทหารชายแดนกัน”
ดวงตาของเหยียนมู่หรี่ลง “ทำไม หรือว่าเจ้ามีเสบียงหรือไง”
“มี”
“ข้าต้องการหลายพันตัน ไม่ใช่ไม่กี่สิบลิตรนะ!”
เหยียนมู่ขบกราม “ตกลง ข้าให้เจ้าสองแสนตำลึง”
“คืนเงินที่เคยยืมเจ้าหนึ่งแสน ยังต้องการอีกแสนนึงที่พวกเราคุยกันแต่แรก
“เจ้าคิดบัญชีให้ข้าเรียบร้อยเลยหรือ”
“แน่นอนว่าคิดให้เรียบร้อย” หลิวอวิ๋นเซียงลุกขึ้นและถอยหลังไปหนึ่งก้าว “ทุกอย่างที่เคยผ่านมาก็จบลงทั้งหมดก็แล้วกัน”
พูดจบนางก็หมุนตัวเดินออกไปข้างนอก เมื่อเดินถึงประตูนางก็ถูกเหยียนมู่ดึงเอาไว้และกดนางลงกับกำแพง
“เจ้า! ปล่อยข้านะ!” นางโมโห
เหยียนมู่ก้มหน้าลงเอาหน้าผากแนบกับหน้าปากของหลิวอวิ๋นเซียง “เจ้าบอกว่าจบก็จบงั้นหรือ”
“ไม่จบแล้วอย่างไร เจ้าจะมาคอยตามผู้หญิงที่มีสามีแล้วอย่างข้างั้นหรือ”
“หลิวอวิ๋นเซียง!”
“บนโลกนี้ยังมีคนที่มีหน้าตาคล้ายสนมเสี่ยวจินเฟยกว่าข้า ข้าไม่สามารถแทนที่ได้จริงหรือไม่”
เหยียนมู่จ้องเขม็งไปที่หลิวอวิ๋นเซียง “เจ้าพูดได้ไม่ผิด ข้าเองก็เบื่อเจ้าแล้ว”
“เช่นนั้นก็ปล่อยสิ...อื้อ!”
เหยียนมู่ก้มลงขบริมฝีปากของหลิวอวิ๋นเซียงไปหนึ่งที “แต่ข้าอยากรังแกเจ้าข้าก็จะทำ เจ้าให้เซี่ยจื่ออันมาชำระบัญชีกับข้าสิ!”
หลิวอวิ๋นเซียงได้กลิ่นหอมเลี่ยนของดอกมะลิบนตัวของเหยียนมู่เช่นเกียวกับหยวนชิงเย่ว์ จู่ๆ นางก็รู้สึกพะอืดพะอม และผลักเหยียนมู่ออกอย่างแรงจากนั้นก็ตบหน้าเขาไปหนึ่งฉาด
“อย่ามาจับตัวข้า!”
เหยียนมู่มองไปที่หลิวอวิ๋นเซียงอย่างโมโหและแทบอยากจะบีบนางให้ตาย แต่เมื่อเห็นนางเงยหน้าขึ้น ดวงตาของนางแดงก่ำ เขาก็ยังไม่ยอมอ่อนข้อ และขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน