หลิวอวิ๋นเซียงได้ยินเช่นนั้นก็ไม่เชื่อ ก่อนจะปวดใจ แล้วร้องไห้
“ดังนั้นสามปีมานี้ท่านไม่ได้ไม่กลับบ้าน แต่แต่งงานและมีลูก จึงไม่อยากกลับบ้าน” หลิวอวิ๋นเซียงทุบหน้าอกเอ่ยเสียงดัง “ตอนที่จวนโหวถูกรื้อถอน ตอนที่นายท่านรองถูกทุบตีจนตาย ตอนที่ท่านแม่ป่วย ตอนที่ชีวิตของคนทั้งจวนแขวนอยู่บนคมดาบ ตอนนั้นท่านอยู่ไหน?”
“เจ้า เจ้า...เจ้าพูดอะไร”
“ข้าเป็นคนทำให้ตระกูลนี้คงอยู่”
“เจ้าเป็นฮูหยินของข้า ทั้งหมดเป็นสิ่งที่เจ้าควรทำ เรื่องที่เจ้าทำคือเรื่องที่ข้าทำ”
เซวียซื่อมองดูภาพนี้อย่างเบิกบานใจ
นางเดินไปด้านข้างหลิวอวิ๋นเซียง “น้องสะใภ้สาม น้องสะใภ้สามพูดถูก อย่าเอาแต่พูดว่าเจ้าทำอะไรเพื่อจวนโหว นั่นเป็นสิ่งที่เจ้าควรจะทำ ทำไมถึงได้น้อยอกน้อยใจล่ะ ข้าเองก็ยังไม่พูดอะไรเลย”
ฮูหยินเฒ่าส่งเสียงในลำคอ “ใช่แล้ว คนในจวนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่มีใครติดค้างใคร”
หลิวอวิ๋นเซียงพยักหน้า “ดูท่าทุกท่านคงจะยอมรับสะใภ้ใหม่ ข้าเองก็ควรรู้จักผิดชอบชั่วดี ข้าขอตัว ตำแหน่งสะใภ้สามข้าขอยกให้นาง”
พูดจบหลิวอวิ๋นเซียงก็พาจิ่นเยียนออกมา
โวยวายพักใหญ่ ท้องก็เริ่มหิวขึ้นมา
ตอนนั้นทุกคนถึงตระหนักได้ การยั่วโมโหหลิวอวิ๋นเซียงไม่ใช่เรื่องดีเลย เพราะนางเป็นคนที่มีอาหารกินในช่วงเวลาคับขันเช่นนี้
โดยเฉพาะคังเกอเอ๋อร์ที่หิวจนร้องไห้
เมื่อกลับมาที่เรือน จิ่นเยียนก็เอาซาลาเปาลูกใหญ่ออกมาจากเตา
เมื่อครู่หลิวอวิ๋นเซียงแสดงละครร้องไห้ ตอนนี้นางจึงรู้สึกหิว
พวกนางนั่งลงกินซาลาเปา พักหนึ่งก็มีเสียงเคาะประตู
จิ่นเยียนขมวดคิ้ว “พวกเขาคงไม่ได้มาแย่งซาลาเปาเราหรอกใช่ไหมเจ้าคะ”
หลิวอวิ๋นเซียงครุ่นคิด “เจ้าไปดูสิ”
จิ่นเยียนำปเปิดประตู ไม่นานก็กลับมา ท่าทางไม่เข้าใจ
“คนที่มาคือแม่นมหลิว ซ้ำยังพูดจาประหลาดเจ้าค่ะ”
หลิวอวิ๋นเซียงขมวดคิ้ว “พูดว่าอะไร”
“พูดว่าฮูหยินใหญ่ทวงความยุติธรรมให้ฮูหบินสาม ไม่ว่าคนอื่นจะต่อต้านอย่างไรนางก็ยังเป็นห่วงท่าน”
หลิวอวิ๋นเซียงหัวเราะ “เจ้าเอาซาลาเปาไปให้แม่นมเสียหน่อย”
ในตระกูลนี้ฮูหยินใหญ่มีความสามารถมากที่สุด เมื่อเกิดเรื่องกับจวนโหว นางจึงกลับไปที่บ้านแม่ เมื่อตระกูลโหวผ่านพ้นวิกฤตนางจึงกลับมา ตอนที่ตระกูลโหวตกที่นั่งลำบากนางแสร้งทำเป็นป่วย ตอนนี้เมื่อหิวโซพอรู้ว่านางมีอาหารจึงใช้โอกาสนี้มาเอาใจ
เป็นคนที่ช่างยืดหยุ่นเสียจริง!
จิ่นเยียนชะงัด ไม่ได้ถามอะไรมากเพียงแต่หยิบซาลาเปาไป
หลิวอวิ๋นเซียงกินซาลาเปาพลางนึกถึงตอนที่เหยียนมู่แบ่งบะหมี่ให้นาง ในใจก็รู้สึกตื้นตันขึ้นมา
“จิ่นเยียน เอาซาลาเปาไปอีก”
คงจะอาบน้ำด้วยกัน แต่นางมาผิดเวลา
เมื่อนางนั่งลงข้างเตียงก็เห็นภาพวาดหลายภาพวางอยู่บนโต๊ะ นางพลิกดูก็พบว่าภาพเหล่านั้นล้วนเป็นภาพผู้หญิง
เสียงน้ำซาดกระเซ็น เหยียนมู่สวมชุดสบายๆ ออกมา กระดุมถูกปลดเผยให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าอก ผมของเขาลู่ลง
“เจ้ามาได้อย่างไร”
เหยียนมู่โยนผ้าเช็ดหน้าลงบนโต๊ะ “เช็ดผมให้ข้าหน่อย”
หลิวอวิ๋นเซียงหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาแล้วโยนไปที่หน้าของเหยียนมู่
เหยียนมู่ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง “เจ้าเป็นอะไร?”
หลิวอวิ๋นเซียงหัวเราะ “ไม่เมหาะสม”
เหยียนมู่นั่งลงอีกด้านของเตียง ใช้ผ้าเช็ดผมตนเอง เขาเห็นหลิวอวิ๋นเซียงเงียบและดูโกรธ
เขาเหลือบมองภาพวาดก่อนพูดติดตลก “คนเหล่านี้คือผู้หญิงที่เจ้าหน้าที่บุกเข้าไปตรวจเมื่อเร็วๆ นี้ เจ้าช่วยข้าเลือกหน่อยว่าควรเก็บใครไว้”
หลิวอวิ๋นเซียงหยิบขึ้นมามองอย่างตั้งใจ ก่อนจะหยิบออกมาสามแผ่น
เหยียนมู่ยกยิ้ม “มีแววจริงๆ”
หลิวอวิ๋นเซียงชี้ไปที่แผ่นแรก “คางของแม่นางคนนี้กลมราวกับหยก เหมือนสนมยิ่งนัก”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน