จิ่นเยียนชะงักเล็กน้อย นางอดไม่ได้ที่จะด่าออกมาว่า “สุนัขจรจัดมาจากไหนกัน!”
สีหน้าของเซี่ยจื่ออันบึ้งตึงแต่ยังไม่ได้พูดอะไรออกมา
เขาถอนหายใจออกมา “บ่าวในเรือนของเจ้าไม่มีมารยาทเลย เห็นเจ้านายมาแล้วยังไม่เตรียมชามกับตะเกียบอีก”
หลิวอวิ๋นเซียงถามอย่างแปลกใจว่า “นายท่านสามยังไม่ได้กินข้าวหรือเจ้าคะ”
“ข้า...”
“แต่พวกข้ากินอิ่มแล้ว อาหารที่เหลือบนโต๊ะเดิมทีแล้วก็ให้สุนัขกิน”
เซี่ยจื่ออันขบกราม ตอนแรกเขาคิดจะนั่งลงที่โต๊ะ แต่ในเวลานี้เขาทำได้แค่สะบัดแขนเสื้อแล้วเดินเข้าไปด้านในห้อง
หลิวอวิ๋นเซียงปิดปากหัวเราะ จากนั้นก็หมุนตัวเดินเข้าไปในห้อง
เซี่ยจื่ออันนั่งลงบนเตียงหลัวฮั่นด้วยใบหน้าบึ้งตึง นางไปนั่งที่อีกด้านหนึ่งของเตียง
“ตอนนั้นข้าได้รับบาดเจ็บสาหัส ถ้าหากไม่ได้ลี่เหนียงช่วยข้า ไม่แน่ว่าข้าอาจไม่มีชีวิตรอด นางเป็นผู้มีพระคุณของข้า และเป็นผู้มีพระคุณของเจ้า” เซี่ยจื่ออันกล่าว
หลิวอวิ๋นเซียงยิ้มเย็น ผู้มีพระคุณคนนี้แย่งสามีของนางไปจนทำให้นางครองตนเป็นหม้าย ช่างเป็นบุญคุณที่ยิ่งใหญ่จริงๆ
“นายท่านสามกล่าวได้ถูกต้อง ถ้าหากว่าตอนนั้นนางส่งท่านกลับมาที่จวนข้าจะต้องขอบคุณนางมากแน่ ให้คุกเข่าให้นางข้าก็ยอม แต่ตอนนั้นนางไม่ยอมส่งท่านกลับมาหรือว่าท่านไม่ยอมกลับมากัน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องบาดเจ็บสาหัส อย่างไรเสียท่านก็มีแรงที่จะมีบุตรกับนาง"
“ข้า…ข้ามีเรื่องลำบาก"
“เช่นนั้นข้าถามสักประโยค ถ้าหากไม่มีภัยเรื่องขาดแคลนอาหารครั้งนี้ นายท่านสามก็ไม่คิดที่จะกลับมาตลอดไปใช่หรือไม่
“…”
“เช่นนั้นข้าจะต้องครองตนเป็นหม้ายให้ท่านไปตลอดชีวิตแล้ว"
เซื่ยจื่ออันไม่มีเหตุผลมาอธิบาย เขาทำได้เพียงทำเสียงแข็งพูดว่า “ผู้ชายจะมีภรรยาหลายคนนั้นเป็นเรื่องปกติ ในเมื่อข้ากลับมาแล้วก็พาลี่เหนียงกับเจ้าหนูคัฃกลับมาด้วย เจ้าต้องยอมรับ ไม่อยากยอมรับก็ต้องรับ ถ้าหากว่าเจ้ามีคุณธรรมเจ้าควรจะเปรยให้ลี่เหนียงเป็นภรรยาเท่าเทียมกับเจ้า ภ้าหากว่าเจ้าใจแคบ อย่าหาว่าข้าไม่เห็นแก่หน้าเจ้าเลย"
“เช่นนั้นแล้วอย่างไร"
“ข้าจะหย่าเจ้า!”
หลิวอวิ๋นเซียงพยักหน้า “เช่นนั้นขอให้นายท่านสามเขียนหนังสือหย่าด้วย ข้าจะออกไปจากจวนโหวทันที"
“ได้ เจ้าคอยดู ข้าจะเขียนให้เจ้าเดี๋ยวนี้!” พูดจบ เซี่ยจื่ออันก็ก้าวยาวเดินออกไป
จิ่นเหยียนที่อยู่ด้านนอกเห็นเซี่ยจื่ออันจากไปก็วิ่งเข้ามาด้านในอย่างเบิกบาน
“ฮูหยินเจ้าคะ พอได้หนังสือหย่ามาแล้วท่านก็จะมีอิสระแล้ว พวกเรารีบออกไปจากท่นี่กันเถอะเจ้าค่ะ ไม่ต้องมารองรับอารมณ์พวกเขาอีกต่อไปแล้ว"
หลิวอวิ๋นเซียงบิดขี้เกียจ “เขาน่ะหรือ เขาไม่มีทางเขีนนหนังสือหย่าหรอก"
“แต่เขาพูดออกมาแล้วนะเจ้าคะ จะมาเสียใจทีหลังหรือเจ้าคะ"
“กำลังหิวอยู่ก็เลยใจไม่เเข็ง เขาจะเอาแรงที่ไหนมาเขียนหนังสือหย่ากันล่ะ"
เป็นดังที่หลิวอวิ๋นเซียงคืด พอเซี่ยจื่ออันเดินหายไปแล้วจนกระทั่งฟ้าเกือบมืด หนังสือหย่านั้นก็ยังไม่ถูกส่งมา
“ข้าทำอะไรผิดงั้นหรือเจ้าคะ ทำไมต้องสำนึกผิดด้วย"
“เอาล่ะ พวกเจ้ายังทพเลากันอีก จะให้ข้าโมโหตายหรืออย่างไร!” ฮูหยินเฒ่าพูดพร้อมกับไอออกมาอีกสองที เซวียซื่อรีบส่งน้ำให้ คอยดูแล้วให้ฮูหยินผู้เฒ่าดื่มน้ำไปสองอึก
หลิวอวิ๋นเซียงยืนอยู่ด้านข้างมองดูพงกนางแสดงความสัมพันธ์แม่ผัวลูกสะใภ้
“พี่สะใภ้รองของเจ้าทำอะไรบางครั้งนางคิดมากเกินไป เจ้าเป็นผู้น้อยอย่าใส่ใจนางเลย" ฮูหยินเฒ่ามองหลิวอวิ๋นเซียงแวบหนึ่ง
หลิวอวิ๋นเซียงหัวเราะเล็กน้อย “มิบังอาจเจ้าค่ะ"
ฮูหยินเฒ่าถอนหายใจออกมา “ข้ารู้ว่าเจ้าได้รับความลำบาก เอาแบบนี้แล้วกัน หลังจากนี้เจ้าเป็นคนดูและเรื่องหุงหาอาหารในจวน เรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ภายในบ้านเจ้าเป็นคนตัดสินใจแล้วกัน แบบนี้ได้หรือไม่"
มุมปากของหลิวอวิ๋นเซียงยกขึ้นเล็กน้อย นางเฒ่านี่ช่างรู้จักคำนวณ
“คงไม่ดีหรอกเจ้าค่ะ อย่างไรเสียข้าก็เป็นคนนอก"
“พูดไร้สาระอะไรน่ะ ใครกล้าพูดว่าเจ้าเป็นคนนอกกัน ตบปากนางเสีย!”
หลิวอวิ๋นเซียงพยักหน้าและยกมื้อขึ้นตบปากเซวียซื่อ
เสียงตบดังปั่ก
เซวียซื่อมึนงง ฮูหยินเฒ่าเองก็ทำท่าเหมือนคนโง่
Top of Form

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน