เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน นิยาย บท 95

ยังไม่ทันที่นางจะพูดจบ คุณชายรองก็เดินหนีไปด้วยท่าทีเขินอาย

จักรพรรดิจิ้นฮุ่ยกล่าวว่า: เหตุใดไม่กินเนื้อบด

คุณชายรองกล่าวว่า: เหตุใดไม่ตุ๋นเนื้อกับผัก

คนแบบเซี่ยหลินเฉิงที่เป็นห่วงบ้านเมือง กินข้าวเปลืองกว่าเซี่ยหลินอวี่น้องชายที่ไม่ค่อยมีสมองเสียอีก

จื่อจินย่องเข้ามาใกล้ แล้วกระซิบว่า “ร้านขายข้าวเปิดแล้วเจ้าค่ะ”

หลิวอวิ๋นเซียงตาเป็นประกาย “ศาลาว่าการได้ปลดออกแล้วหรือ? มีผู้ใดก่อกวนหรือไม่? แล้วมีเจ้าหน้าที่คอยควบคุมสถานการณ์บ้างหรือไม่?”

“ไม่มีใครกล้าก่อความวุ่นวายอีกแล้วเจ้าค่ะ”

“หมายความว่าอย่างไร?”

จื่อจินเกาหัว “ร้านขายข้าวติดป้ายจารึก เขียนว่า ‘บุญคุณช่วยเหลือชาวโลก’ ส่งมาจากวังหลวง เห็นว่าไทเฮาเขียนเองกับมือเลยเจ้าค่ะ”

หลิวอวิ๋นเซียงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ นางคิดว่าเหยียนมู่ช่วยนางเพียงแค่ใช้เส้นสายเล็ก ๆ น้อย ๆ บอกกล่าวกับทางศาลาว่าการให้ร้านขายข้าวสารเปิดทำการต่อได้ ใครจะคาดคิดว่าเขาจะเข้าวังไปทูลขอป้ายจารึกมาให้

ไทเฮามีพระเกียรติคุณด้านความเมตตากรุณา ป้ายที่นางเขียนด้วยตนเองย่อมเป็นที่นิยมในหมู่ราษฎรยิ่งกว่าป้ายพระราชทานของฮ่องเต้เสียอีก

แน่นอนว่า เมื่อมีแผ่นป้ายจารึกนี้ เหล่าขุนนางทั้งหลายก็เกรงกลัว มิกล้าคิดร้ายต่อร้านขายข้าวอีก

เมื่อดวงอาทิตย์อยู่ตรงศีรษะ พลทหารก็เปิดรั้วไม้ที่กั้นไว้ ชาวบ้านก็หลั่งไหลเข้ามาเหมือนน้ำท่วม มีโรงทานข้าวต้มมากกว่าสิบแห่ง ทุกคนไปเข้าแถวด้วยตนเอง แต่ละคนรับได้เพียงหนึ่งส่วน รับแล้วก็ออกไป

ชาวบ้านกรูกันเข้ามา บรรดาผู้คนในจวนจิ้งอันโหวก็เริ่มวุ่นวายกันใหญ่

ฮูหยินเฒ่าทานจนอิ่มหนำสำราญ ใบหน้าก็เปล่งปลั่งมีเลือดฝาด ก่อนจะเริ่มออกลีลาแสดงงิ้ว

“ผู้เฒ่า ค่อย ๆ ทานนะ หิวมาหลายวันแล้วสิท่า เอาหมั่วโถวนี่เร็วเข้า ตักข้าวต้มใส่ชามให้ท่านเยอะ ๆ หน่อย”

“เด็กน้อย พ่อแม่เจ้าไปไหนล่ะ โถ น่าสงสารนัก เอาหมั่นโถวให้เด็กนี่เร็วเข้า นางยังเด็กอยู่ เอาไปแค่ลูกเดียวก็พอแล้ว”

“นี่พ่อหนุ่มร่างกำยำ อย่าไปเบียดคนชรากับเด็กสิ ของเจ้ามีอยู่แล้ว จะรีบไปไหนกัน”

ไม่ใช่แค่ฮูหยินเฒ่าเท่านั้น แม้แต่เซวียซื่อยังทำหน้าสงสารเวทนา ประหนึ่งเป็นศิษย์ในพระพุทธ

“อมิตาพุทธ ดูแล้วน่าสงสารจริง ๆ รีบเอาหมั่นโถวไปให้พี่สาวคนนี้เพิ่มอีกสองลูกเถอะ ที่บ้านยังมีลูกเล็ก ๆ รออยู่”

สองคนนั้นแสดงงิ้วเก่งกันจริง ๆ แต่เซี่ยจื่ออันก็ไม่แพ้กัน

“ชาวบ้านอดอยากหิวโหย พวกเราก็ทุกข์ใจยิ่งนัก ข้าวสารเหล่านี้เป็นของที่จวนโหวของเราอดออมไว้ แม้แต่คนในครอบครัวก็ยังหวงแหน ทุกคนอย่าได้รีบร้อนตื่นตระหนก พรุ่งนี้ยังมีแจกอีก ตราบใดที่เส้นทางยังไม่เปิด ตราบใดที่เสบียงยังขนส่งเข้ามาไม่ได้ จวนโหวของเรา ต่อให้ต้องขายสมบัติทุกชิ้น ก็จะยังคงตั้งโรงทานแห่งนี้ไว้ ช่วยชีวิตได้คนหนึ่งก็ยังดี”

คำกล่าวนี้ช่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตาและคุณธรรม ชาวบ้านที่อยู่เบื้องล่างต่างพากันปรบมือให้เกรียวกราว

ส่วนหลิวอวิ๋นเซียงแทบจะอาเจียนออกมา คนตระกูลนี้มันพวกไหนกัน!

ในเวลานี้ นางก็เห็นสาวน้อยคนหนึ่ง อายุราวสี่ห้าขวบ รูปร่างเล็กบอบบาง ถูกเบียดออกจากแถวขณะที่คนกำลังเคลื่อนไปข้างหน้า พอจะเบียดกลับเข้าไปใหม่ก็ไม่มีใครยอมให้เข้า สาวน้อยจึงยืนร้องไห้อยู่ข้างทางด้วยความร้อนใจ

หลิวอวิ๋นเซียงหยิบหมั่นโถวมาสองลูก โบกไปมาตรงหน้าสาวน้อย

“ขอบคุณพี่สาวเจ้าค่ะ!”

เด็กสาวย่อกายคารวะหลิวอวิ๋นเซียง ก่อนจะวิ่งออกไปด้วยท่าทางร่าเริง หลิวอวิ๋นเซียงสังเกตเห็นว่าเด็กสาวเดินกะเผลกแปลก ๆ พอเพ่งมองตามรอยเท้าก็พบรอยเลือดเปรอะเปื้อนอยู่

หลิวอวิ๋นเซียงรีบสาวเท้าตามไปคว้าตัวเด็กน้อยมากอดไว้ พลางรวบชายกางเกงขึ้นก็เห็นบาดแผลใหญ่ที่หัวเข่า เลือดไหลอาบขาเป็นทางยาว

“โอ้ เลือดออกนี่เอง มิน่าเล่าถึงได้เจ็บเพียงนี้”

“พี่สาวพันแผลให้เจ้าดีกว่า”

ว่าแล้วหลิวอวิ๋นเซียงก็จูงมือเด็กสาวไปนั่งบนก้อนหินข้างทาง ก่อนจะลุกไปหา น้ำสะอาดมาล้างแผลให้ แล้วใช้ผ้าเช็ดหน้าของตัวเองพันแผลให้เรียบร้อย

จิ่นเยียนกับจื่อจินต่างก็ยุ่ง หลิวอวิ๋นเซียงอยากจะอุ้มเด็กสาวขึ้นมา แต่พอลงมือแล้วกลับพบว่าต้องออกแรงมาก นางจึงกลัวว่าจะกระทบกระเทือนถึงลูกในท้อง

พี่สาว ข้าเดินเองได้ ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”

หลิวอวิ๋นเซียงลูบหัวเด็กสาวด้วยความเอ็นดู ขณะที่กำลังลำบากใจอยู่นั้น ก็มีคน ๆ หนึ่งเดินเข้ามา

“ให้ข้าอุ้มเถอะ!”

หลิวอวิ๋นเซียงเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเป็นลู่ฉางอันก็ตกใจ “ลู่ซื่อจื่อ…”

ลู่ฉางอันมีสีหน้าเขินอายเล็กน้อย “ข้ากลัวคนจำได้”

หลิวอวิ๋นเซียงเห็นลู่ฉางอันหน้าตาเลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นผง สวมใส่เสื้อผ้าเนื้อหยาบแขนสั้น ไม่เหมือนคุณชายจากตระกูลสูงศักดิ์เลยสักนิด พอเหลือบมองไปทางที่เขามา ยิ่งเบิกตากว้าง “เมื่อครู่ ท่านก็ไปต่อแถวมาด้วยหรือ?”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน