เป็นเพราะมีสถานที่แจกจ่ายโจ๊กสิบกว่าที่นี้ ทุพภิกขภัยในเมืองถึงได้ดีขึ้นมาไม่น้อย ถนนที่เชื่อมไปสู่เมืองเซิ่งจิงก็กำลังจะเสร็จสิ้น
ในตอนที่ทุกคนกำลังเฝ้าคอยอย่างมีความหวัง ยามค่ำคืนก็เกิดฝนตกหนัก
ฝนหยุดในเช้าวันต่อมา มีข่าวจากนอกเมืองว่าถนนที่ใกล้จะเสร็จสิ้นแล้วนั้นก็ถูกดินถล่มไปส่วนหนึ่ง ขุนนางของทางราชสำนักพาทาสรับใช้ไปขุดถนน หวังว่าจะเสร็จสิ้นโดยไว
จวนจิ้งอันโหวไม่มีใครอยู่ในราชสำนัก แต่ก็ได้แบ่งตำแหน่งให้พวกเขาหนึ่งตำแหน่ง
นายท่านรองดื่มเหล้าหนักทุกวัน สภาพย่ำแย่มากแล้ว ถึงต้องให้เซี่ยจื่ออันพาทาสรับใช้ไป
เพราะอาหารขาดแคลน พวกขุนนางที่ไปขุดถนนเองก็ต้องให้คนที่บ้านส่งอาหารให้
ในรถม้า หลิวอวิ๋นเซียงนั่งอยู่บนเบาะนิ่ม ตัวของนางโยกไปมาตามการเคลื่อนไหวของรถม้า นางรู้สึกเหนื่อยล้าจึงเอนตัวพิงที่หมอนด้านหลัง จากนั้นก็มองไปที่ลี่เหนียงที่นั่งอยู่อีกข้างหนึ่งของรถม้า
ปัจจุบันนางเป็นอี๋เหนียงของจวนท่านโหวแล้ว ชุดที่ใส่นั้นเป็นกระโปรงผ้าสำลี ยังสู้นางรับใช้ในจวนไม่ได้เลย
แต่ละเรือนนั้นมีเบี้ยประจำเดือน แต่ปัจจุบันบัญชีส่วนกลางของจวนโหวนั้นไม่มีเงิน เซี่ยจื่ออันเองก็ไม่มีเงิน ไม่สามารถที่จะหาเพิ่มให้นางได้
แม้จะเป็นกระโปรงผ้าสำลี แต่ก็สะอาดเรียบร้อย ผมเกล้ามวยขึ้นไม่ยุ่งเยิงเลย แต่งหน้าทาแป้งเล็กน้อย ดูงามและอ่อนโยน
หากได้แต่งกับชายธรรมดาทั่วไป จะต้องเป็นแม่หญิงที่เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมและอยู่บ้านแน่นอน
นางกอดถุงผ้าไว้ในอก เปิดผ้าม่านมองออกไปข้างนอกอยู่บ่อยๆ ราวกับว่าหญิงที่รีบร้อนที่จะไปเจอสามี ฮูหยินแต่ละจวนไปส่งอาหาร เดิมไม่ควรจะพานางมาด้วย แต่นางขอร้องจะไป หลิวอวิ๋นเซียงเองก็ตอบตกลง
ลี่เหนียงมองดูหลิวอวิ๋นเซียงไม่ได้เอาอะไรมาเลย จึงได้ชูถุงผ้าในมือแล้วพูดเป็นนัยว่า “จื่ออันลำบากอยู่ข้างนอก นี่เจ้าไม่ได้เตรียมอะไรให้รอย่างอื่นให้เขาเพิ่มเลยเหรอ”
น้ำเสียงนั้นราวกับกำลังจะสื่อว่าหลิวอวิ๋นเซียงไม่รู้เรื่อง ไม่ใส่ใจสามี ไม่มีความเป็นกุลสตรี
หลิวอวิ๋นเซียงยังคงนอนพิงอยู่แบบนั้น นางไม่แม้แต่จะเงยหน้า “จวนโหวให้ข้ามาส่งอาหารให้เขาแล้วนี่ หรือว่าอาหารที่แม่แท้ๆ ของเขาเตรียมให้ จะทำให้เขาหิวตายงั้นเหรอ”
“นี่เจ้า!” คำพูดของหลิวอวิ๋นเซียงทำให้ลี่เหนียงถึงกับหน้าแดงพูดอะไรไม่ออก แต่ก็ไม่กล้าที่จะคัดค้าน
หากพูดต่อไป ก็จะกลายเป็นว่านางกำลังต่อว่าฮูหยินเฒ่า!
แต่นางก็เจ็บใจที่จะต้องพ่ายแพ้หลิวอวิ๋นเซียง ลี่เหนียงจึงได้พูดขึ้นอีก “ข้าแค่นึกถึงตอนนั้นที่จื่ออันดีกับข้า”
“ตอนที่พวกเราอดยากลำบาก มีหมั่นโถวแค่อันเดียว เขาไม่กินเอง แต่กลับให้ข้ากิน มีหมั่นโถวสองอัน เขาก็รอให้ข้ากินอิ่มก่อนแล้วค่อยกินที่เหลือ ตอนที่พวกเราหิวจนต้องไปขออาหารกิน เขาให้ข้ารออยู่ห่างๆ ส่วนตัวเขาเองก็ไปขอร้องคน แถมยังคุกเข่าอีกต่างหาก หากไม่ใช่... หากไม่ใช่หาอาหารไม่ได้แล้วจริงๆ ข้ากับเจ้าหนูคังหิวมาสองสามวัน เขาจะไม่พาพวกเรากลับจวนแน่นอน เขากลัวว่าหลังจากที่กลับจวนแล้วข้าจะได้รับความไม่ยุติธรรม ดังนั้น ข้าเองก็เก็บอาหารในมื้อเช้ามาให้เขาเหมือนกัน”
เดิมทีนางคิดจะใช้ความรักที่หวานแหววมายั่วยุหลิวอวิ๋นเซียง ให้หลิวอวิ๋นเซียงอิจฉาที่นางได้ความรักที่นางอยากได้อย่างง่ายดาย
จิ่นเยียนพยุงหลิวอวิ๋นเซียงลงจากรถม้า ไม่รู้ว่าเป็นเพราะการเดินทางหรือเมื่อคืนได้รับลมหนาว นางรู้สึกมึนๆ และรู้สึกไม่สบายท้องเลย
ลี่เหนียงมองไปก็เห็นเซี่ยจื่ออันทันที นางวิ่งไปโดยที่ไม่รอหลิวอวิ๋นเซียง
จิ่นเยียนกระทืบเท้า “ท่านไม่น่าพานางมาเลย มีขุนนางฮูหยินมากมายมองอยู่ ไม่รู้ว่าจะพูดนินทาขนาดไหนกัน”
หลิวอวิ๋นเซียงยิ้มออกมาอย่างนิ่งๆ “ตั้งใจจะให้พวกนางดู ให้พวกนางพูดอยู่แล้ว ข้ายังจะต้องรักษาชื่อเสียงของเซี่ยจื่ออันอีกเหรอ”
จิ่นเยียนกะพริบตา เหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจ
แต่ละจวนนั้นพื้นที่เล็กๆ ไว้ล้อมกินข้าวด้วยกัน หลิวอวิ๋นเซียงให้จิ่นเยียนช่วยคนขับรถม้าเอาอาหารไปส่งให้ทาสรับใช้ ส่วนนางก็ไปยืนอยู่ที่สูง มองดูสถานการณ์ที่ถนนถูกดินถล่ม
ที่นี่มีคนกว่าร้อยคน หากทำงานเช้าเย็นไม่หยุดในคืนพรุ่งนี้ก็น่าจะเสร็จสิ้น
อาหารที่คลังอาหารนั้นมีไม่เพียงพอแล้ว หากถนนยังไม่แล้วเสร็จ นางเองก็ช่วยอะไรไม่ได้แล้ว
ขณะนั้นนางเห็นเหยียนมู่ขี่ม้ามาตรวจดูสถานการณ์ มีขุนนางเข้าไปหาเขา เขาจึงรีบลงจากม้าแล้วพูดคุย มีความรอบคอบและเอาตัวรอดได้เป็นอย่างดี
แม้ว่าทุกคนต่างด่าว่าเขาเป็นคนทรยศ แต่ทุกคนก็เกรงกลัวเขา แต่คนที่ราวกับปีศาจกลับมีสีหน้าที่ยิ้มแย้ม ราวกับว่าหากไม่ฉีกใบหน้าที่ยิ้มแย้มนั้นแล้วก็จะไม่เห็นความมืดมิดที่ซ่อนอยู่

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน