คลั่งรักร้ายนายวิศวะ Chapter 72 ก้าวผ่านไปด้วยกัน

sprite

ด้านริวหลังจากที่เจนิสเอ่ยมาเช่นนั้นใบหน้าอันหล่อเหลาถึงกับเผยรอยยิ้มออกมาให้กับเจนิสและน้องฟรอสต์ อย่างน้อยก็นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่เจนิส นั้นหายโกรธตน ริวเสมองสองแม่ลูกที่เจนิสนั้น กอดกับลูกชาย

"น้องฟรอสต์ครับม่ามี้ ต้องไปเยี่ยมคุณตา และไปทำงานแล้วนะครับ ลูก อยู่ที่นี่น้องฟรอสต์ไม่เล่นซนนะครับ โอเค ไหม" เสียงหวานเอ่ยถามลูกชายด้วยความน่ารัก

"โอ เค ครับม่ามี้ น้องฟรอสต์จะรอให้ม่ามี้และคุณลุงใจดีมารับนะครับ" จากนั้นน้องฟรอสต์ก็วิ่งออกจากเจนิสไปหาริวที่ยืนมองเขาและเจนิสอยู่

"นะครับคุณลุงมาหาน้องฟรอสต์ อีกนะครับ" เด็กน้อยวิ่งเข้าไปหาและเอ่ยกับริว ร่างสูงถึงกับชะงัก จุกถึงกับพูดไม่ออก เขาคงเห็นเพื่อนๆ คนอื่นหลังเลิกเรียนที่มีพ่อแม่มารับพร้อมหน้าพร้อมตากันสินะ

"ได้สิครับ เดี๋ยววันนี้คุณลุงจะมารับน้องฟรอสต์นะครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับย่อตัวนั่งลูบผมลูกชายด้วยความน่ารักและเอ็นดู ถ้าน้องฟรอสต์รู้ว่าเขาเป็นพ่อลูกจะรู้สึกยังไง ริวได้แต่เสมองใบหน้าของลูกชาย ลูกอยู่ต่อหน้าทั้งคนและเขากับเอ่ยคำว่าพ่อออกมาไม่ได้ เจ็บชิบหาย

"เย้ เย้ คุณลุงใจดีจะมารับด้วยฟรอสต์ด้วย" น้องฟรอสต์เอ่ยจบเด็กน้อยก็กระโดดเต้นด้วยความดีใจ

ด้านเจนิสที่เห็นน้องฟรอสต์วิ่งไปอ้อนริว ร่างบางที่มองสองพ่อลูกถึงกับน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว

"บายๆ นะครับม่ามี้" เด็กน้อยวิ่งไปหาพี่เลี้ยงพร้อมกับโบกมือให้กับมารดา และริวที่ยืนส่งลูกชายเข้าห้องไปกับพี่เลี้ยง

ด้านริวที่เดินเข้ามาหาเจนิส โดยที่ร่างบางนั้นไม่รู้ตัว

"ขอบคุณมากที่เธอให้โอกาสฉัน" เสียงทุ่มเอ่ยออกมาข้างหูของคนตัวเล็ก เจนิสได้แต่เสมองใบหน้าของริว

"นี้พี่เดินเข้ามาใกล้ฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ ถอยไปไกลหน่อยได้ไหม..." เจนิสเอ่ยพร้อมกับเดินหนีและเช็ดคราบน้ำตาที่ไหลอาบบนใบหน้า กลัวว่าริว นั้นจะเห็นมัน

"กับน้องฟรอสต์ฉันให้พี่ดูแลเขาได้เต็มที่ อย่างที่พี่ต้องการ" เจนิสเอ่ยขณะที่ริวนั้นเดินตามเธอมาจนกระทั้งถึงรถของเจนิสที่จอดอยู่

"กับฉันละเจนิส เธอยังต้องการฉันอยู่หรือเปล่า" ริวเอ่ยมาขณะที่เจนิสหยุดที่รถของเธอ มือเรียวบางจะเปิดประตูและริวกับขวางเอาไว้ ร่างบางเสมองใบหน้าของริวมาด้วยสีหน้าไม่พอใจ เรื่องลูกฉันก็ให้สิทธิความเป็นพ่อกับเขาไปแล้วๆ นี้เขายังต้องการอะไรจากฉันอีก

"เรื่องของเรามันจบไปนานแล้ว อย่าได้รื้อฟื้นมันขึ้นมาอีกเลย" ร่างบางเอ่ยกับริวมาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า

"ไม่ว่าเธอจะรู้สึกยังไงกับฉันอยู่แต่ฉัน แต่อยากบอกให้เธอรู้ไว้ ว่าฉันยังรักเธอ หัวใจของฉันไม่เคยเปลี่ยนใจให้ใคร" ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองคนตัวเล็ก

!! ตึก ตึก !! ร่างบางรู้สึกถึงหัวใจเต้นแรง ราวกับรับรู้ความรู้สึกของใจตัวเอง

"ฉันอยากมีครอบครัว เรากับมาเป็นเหมือนเดิมกันได้ไหมเจนิส ขอแค่เธอให้โอกาสฉัน" ร่างบางที่ได้ฟังเช่นนั้น เจนิสถึงกับนิ่งค้าง ตลอดสามปีที่ผ่านมาฉันไม่เคยเรียกร้องสิ่งใดจากเขาเลยซักครั้งเดียว ฉันใจแข็งมากมาตลอด ร่างบางรู้สึกสับสนเราพึ่งจะกลับมาเจอกันได้ไม่นาน ตลอดเวลาที่ห่างกันเขาไม่เคยมีใครเลยงั้นเหรอมันเกิดคำถามขึ้นมามากมายภายในใจ แต่จะให้ฉันหวนกลับไปหาเขาเร็วแบบนี้ฉันก็ทำไม่ได้เหมือนกัน ใบหน้าหวานถึงกับคิดหนัก แต่ขณะที่ทั้งสองยังคงสบตากันอยู่เช่นนั้น เสียงเรียกสมาร์ตโฟนของเจนิสก็ดังขึ้นมา

Rrrrrrr อาศักดิ์

[เจ ตอนนี้เจอยู่ไหนคุณท่านเกิดอาการช็อค เจรีบมาโรงพยาบาลด่วนเลยนะ] น้ำเสียงปลายสายเอ่ยมาด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนัก

[คุณพ่อ] เจนิสเอ่ยด้วยน้ำเสียงตกใจ ราวกับคนไม่มีสติ

[ทำไมท่านถึงไปช๊อคอีกละคะ] เจนิสเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยจนริวนั้นรู้สึกได้

[เจ อย่าพึ่งถามอาตอนนี้เลย เอาเป็นว่าเจรีบมานะ] ทนงค์ศักดิ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรน

[ได้คะ เจจะรีบไปเดียวนี้เลยคะ] ทำไมเป็นเช่นนี้ไปได้ เมื่อสองสามวันที่แล้วก็เห็นว่าคุณพ่ออาการดีขึ้นมากแล้วพักอีกไม่กี่วันคุณหมอก็คงอนุญาตให้กับบ้านได้

ด้านริวที่ได้ฟังน้ำเสียงเจนิส ริวถึงกับอดเป็นห่วงเธอไม่ได้ ร่างบางล่วงหากุญแจในกระเป๋าราวกับคนไม่ได้สติ

"เจนิส มีเรื่องอะไรหรือเปล่า" ริวที่เห็นท่าที่ลนลานของเจนิสถึงกับอดเป็นห่วงไม่ได้ ที่ดูตอนนี้เจนิสนั้นดูสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

"คุณพ่อคะ คุณพ่อท่านช๊อค ฉันต้องไปโรงพยาบาลตอนนี้เลย" เจนิสเอ่ยขึ้นมาเสียงสั่น ขณะที่มือเรียวยังล่วงหากุญแจรถยนตร์

"เธอ ดูตกใจไม่มีสิติแบบนี้ ฉันจะปล่อยเธอขับรถได้ไง ให้ฉันไปส่งเถอะ" ริวไม่เพียงแค่พูด และไม่รอให้เจนิสนั้นอนุญาต ฝ่ามือหนาจับเข้าที่เรียวแขนเล็กจากนั้นก็ดึงแขนเจนิสไปที่รถของตนทันที

"พี่ริว แล้วรถฉันละ" เจนิสเอ่ยขัดขืนเล็กน้อย

"ไปรถฉันก่อน เธอหากุญแจไม่เจอไม่ใช่เหรอ" เมื่อริวเอ่ยมาเช่นนั่น เจนิสจึงยอมขึ้นรถมากับเขา ร่างสูงขับรถออกจากเนอสเซอรี่และมุ่งตรงมาที่โรงพยาบาลS

ร่างสูงขับรถไม่ถึงยี่สิบนาทีก็มาถึงโรงพยาบาล หลังจากที่ริวจอดรถเสร็จร่างบางก็รีบลงจากรถและวิ่งไปยังห้องหาบิดา โดยมีร่างสูงของริวที่เดินตามมาด้วยความเป็นห่วง

ด้านริวเอาจริงๆ เขาก็ไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับเจนิส เลยซักนิด พึ่งจะรู้ไม่กี่วันนี้แหละ ว่าครอบครัวเจนิสนั้นมีธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง จนกระทั้งมาถึงหน้าห้องก็เจอกับทนงค์ศักดิ์ยืนรอเจนิสอยู่หน้าห้อง

"อาศักดิ์คะ คุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ" น้ำเสียงสี่นเครือเอ่ยตามทนายของบิดา

"คุณหมอกำลังทำcpr เจ ใจเย็นๆก่อนนะ คุณท่านต้องไม่เป็นอะไร" ทนงค์ศักดิ์เอ่ยกับเจนิสมาด้วยท่าทีเป็นกังวลไม่ต่างจากเจนิสมากนัก แต่กับชะงักเล็กน้อยที่เห็นว่าริวนั้นมาพร้อมกับเจนิส และริวเองก็ยกมือไหว้ทนงค์ศักดิ์ แต่นั้นก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรเพราะตอนนี้คุณท่านนั้นสำคัญที่สุด

ด้านเจนิสที่เห็นคุณหมอและเหล่าพยาบาลกำลังปั้มหัวใจให้กับบิดา ร่างบางถึงกับน้ำตาคลอไหลอาบแก้มออกมาทั้งสองข้าง เธอนั้นรู้สึกถึงบิดาท่านจะทนได้อีกนานแค่ไหนกัน

"เจนิส พ่อเธอต้องไม่เป็นอะไร เชื่อฉันสิ" ริวเอ่ยราวกับให้กำลังใจและปลอบประโลมคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างตนด้วยท่าทีอ่อนโยน ฝ่ามือหนาโอบกอดที่บ่าไหลของคนตัวเล็ก พร้อมกับยื่นผ้าเช็ดหน้าให้กับเธอ ริวที่เห็นสภาพของเจนิสในตอนนี้รู้สึกสงสารคนตัวเล็กจับใจ ด้าเจนิสที่โดนฝ่ามือหนาโอบกอดมาเช่นนั้น ถึงกับชะงักไปเล็กน้อย ทำไมอ้อมกอดนี้เธอรู้สึกปลอดภัยและรู้สึกดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ร่างบางสบตาเข้ากับร่างสูง

"ใช่ คุณพ่อท่านต้องไม่เป็นอะไร" เจนิสเอ่ยขึ้นมาอย่างมีสติ มือเรียวรับผ้าเช็ดหน้ามาจากริวและเสมองคนตรงหน้า จากนั้นก็เช็ดน้ำตาที่มันเปื้อนใบหน้าของเธอ ทั้งสองสบตาและเผยรอยยิ้มให้ซึ่งกันและกัน มันเป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

ด้านเจนิสในวันที่ฉันรู้สึกไม่เหลือใคร คุณพ่อป่วยหนัก ทำไมฉันรู้สึกว่าแค่พี่ริวโอบกอด เขาให้กำลัง ก็ทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นมาได้ ริวนั่งอยู่เป็นเพื่อนเจนิสอยู่เช่นนั้นนานนับหลายนาที แม้วันนี้ตนจะมีประชุมในบริษัทแต่นั้นร่างสูงก็ให้เลขานั้นเลื่อนนัดออกไป เพื่อเขาอยากจะอยู่เป็นเพื่อนเธอ ด้านเจนิสที่เดินวนอยู่หน้าห้องด้วยท่าทีกังวล จากนั้นก็คุณหมอนั่นเดินออกมา

"คุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ" เจอนิสเอ่ยมาด้วยท่าทีกังวัลและเป็นห่วงบิดา

คุณหมอเอ่ยมาเช่นนั้น ใบหน้าสวยที่เศร้าก่อนหน้านี้ถึงกับรู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อย และตอนนี่ที่หน้าห้องก็มีเพียงเจนิส ริว

"ฉันขอบคุณพี่มากนะ ที่มาส่งฉัน"

"ฉันเป็นห่วงเธอมากนะ" ริวเอ่ยบอกกับคนตัวเล็ก

เจนิสละสายตาออกจากริวแต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยอะไรออกมา แต่ทนงค์ศักดิ์กับแทรกเสียงขึ้นมาเสียก่อน เข้าชั่งใจอยู่ซักครู่ว่าจะบอกเรื่องนี้กับเจนิสนั้นดีไหม แต่เมื่อเห็นว่าฝ่ายลัดดาเองยังไม่เลิกวุ่นวายกับเจ้านาย

อาเจอกับคุณลัดดาที่นี่ ที่คุณท่านช๊อค อาว่าคุณลัดดาน่าจะมีส่วน" ทนงค์ศักดิ์เอ่ยกับเจนิส เพราะก่อนหน้าที่ทนงค์ศักดิ์นั้นจะเข้ามาเยี่ยมบิดาของเจนิส เขาเองก็เจอกับลัดดาและแป้งที่เดินสวนทางออกไป จากนั้นทั้งคุณหมอและพยาบาลก็วิ่งกันเข้าห้องของเจ้านายจนวุ่น

งั้นเหรอคะ ถ้าคุณป้ายังไม่รู้สึกสำนึก และต้องการจะทำร้ายคุณพ่ออยู่แบบนี้ เจคงปล่อยไว้ไม่ได้คะ ยังไงเจรบกวนคุณอาศักดิ์ช่วยหาหลักฐาน ที่จะเอาผิดกับคุณป้าและพี่แป้งให้เจทีนะคะ หรือไม่ก็ติดต่อกับเลขาคนเก่าของพี่แป้งให้เจทีคะ " ก่อนหน้านี้อะไรที่คุณป้าได้จากคุณพ่อไปนั้นฉันอาจจะไม่ได้สนใจมากนัก คืดแค่ว่าฉันเองก็มีปัญญาที่จะหาใหม่ได้ แต่เมื่อไหร่ทีาจะเล่นเอาถึงชีวิตของคุณพ่อแบบนี้ฉันก็ปล่อยไปไม่ได้เหมือนกัน

"ได้ครับ อาจะให้ทางคุณเจษฎาช่วยอาอีกที"

"ขอบคุณอาศักดิ์มากนะคะ"

"อายินดีที่จะช่วยเจ ทุกเรื่องนะ"

"ขอบคุณคะ" ทนงค์ศักดิ์เอ่ยจบก็เดินออกไป เจนิสหันมาสบตาเข้ากับริว

ฉันขอบคุณพี่มากที่พี่มาส่งฉัน คุณพ่อไม่ได้เป็นอะไรมากแล้ว พี่กลับไปทำงานเถอะ พี่เสียเวลาเพราะฉันมามากพอแล้ว" คำพูดของเจนิสทำริวถึงกับชะงัก หึ...!

"แต่ฉันอยากอยู่เป็นเพื่อนเธอนะเจนิส น้องฟรอสต์เลิกเรียนแล้วเราไปรับลูกด้วยกัน" ริวเอ่ยออกมาเสียงเรียบ ราวกับไม่สนใจสิ่งที่เจนิสเอ่ยก่อนหน้านี้

อ่าน คลั่งรักร้ายนายวิศวะ Chapter 72 ก้าวผ่านไปด้วยกัน

นวนิยาย คลั่งรักร้ายนายวิศวะ ได้รับการอัปเดต Chapter 72 ก้าวผ่านไปด้วยกัน ที่มีการพัฒนาขั้นสูงสุดมากมายสิ่งที่ทำให้ซีรีส์นี้พิเศษมากคือชื่อของตัวละคร ^ ^. หากคุณเป็นแฟนของผู้แต่ง Kim Nayeol คุณจะรักการอ่าน! ฉันมั่นใจว่าคุณจะไม่ผิดหวังเมื่อคุณอ่าน มาอ่านนิยาย คลั่งรักร้ายนายวิศวะ Chapter 72 ก้าวผ่านไปด้วยกัน ตอนนี้ที่นี่

การอ่านนวนิยาย คลั่งรักร้ายนายวิศวะ Chapter 72 ก้าวผ่านไปด้วยกัน

Chapter 72 ก้าวผ่านไปด้วยกัน ของ คลั่งรักร้ายนายวิศวะ นวนิยาย