ทว่ามีเพียงเธอ เขาไม่รู้ว่าควรทำเช่นไร
ลมหายใจรดใส่หน้าผากเธอ ลูกกระเดือกของฉันทัชขยับ จากนั้นก็กอดเธอแน่นขึ้นอย่างอาลัยอาวรณ์
ยู่ยี่ยกเท้าเดิน พลางก้มหน้าลง
เส้นผมจึงบดบังสีหน้าของเธอ มองไม่เห็นความรู้สึกของเธอ ณ ขณะนี้
ครั้งนี้เขาไม่ได้ขัดขวาง และไม่ได้เอ่ยปากพูด ยืนอยู่กับที่ปล่อยให้เธอหายลับไปจากสายตา
เขาเลิกบุหรี่สิบกว่าปีแล้ว ทว่าวินาทีนี้กลับรู้สึกอยากสูบมาก อยากสัมผัสความรู้สึกที่สารนิโคตินเข้าสู่ปอด
เมื่อมีความอยาก ฉันทัชไม่ได้ข่มความรู้สึกนี้ไว้ เขาไปซื้อบุหรี่ในห้างสรรพสินค้าตรงข้ามมาหนึ่งซอง
ฉันทัชยืนใช้มือขวาหนีบบุหรี่แล้วสูบข้างรถ เมื่อควันบุหรี่ลอยละลิ่ว ดวงตาข้างซ้ายก็หรี่ขึ้นเล็กน้อย
ผ่านมาสิบกว่าปี พอมาสูบบุหรี่อีกครั้ง จึงรู้สึกไม่คุ้นเคยกับท่าทางและกลิ่น
เขายืนตรงนั้นอยู่นาน ลมหนาวพัดใส่ร่างกายอย่างไม่หยุดยั้ง
ฉันทัชไม่อยากทำให้ร่างกายอบอุ่น สำหรับเขาแล้ว ความเหน็บหนาวจึงลมคือความรู้สึกที่ดีที่สุด
เขายืนตั้งแต่สองทุ่มจนถึงห้าทุ่ม
จากนั้นค่อยขึ้นรถจากไป
ยู่ยี่ไม่ได้มองหน้าต่าง และไม่ได้รู้ว่าเขาไปแล้ว เพราะเป็นอย่างที่เขาบอก เขาทำผิดเรื่องที่เธอไม่ชอบมากที่สุด
……
วันอาทิตย์ เธอไม่อยากทำงาน และเป็นวันหยุดพอดี
ยู่ยี่โทรหานาโน นัดอีกฝ่ายไปกินหม้อไฟหม่าล่า
หัวใจเธอเข้มแข็งขึ้นเรื่อย ๆ อันที่จริง หลังจากผ่านเรื่องราวต่าง ๆ เธอจึงยิ่งเฉยเมยต่อสิ่งเลวร้าย เธอเคยยิ้ม เคยร้องไห้ แต่ไม่ว่าอย่างไรชีวิตก็ยังต้องดำเนินต่อไป
หัวใจเธอเจ็บปวดรวดร้าว ทว่าเธอเปลี่ยนไปจากอดีตแล้ว
นาโนมาก็ใช้สโลแกน ไม่เผ็ดเราไม่กิน ทั้งสองกินเผ็ดสุด ๆ
ทั้งสองกินอย่างเอร็ดอร่อย จากนั้นนาโนก็เอ่ยปากถาม“เทพบุตรของฉันล่ะ?”
ตะเกียบในมือยู่ยี่ชะงักค้าง
ท่าทางเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเธอหนีไม่พ้นสายตาอันแหลมคมของนาโน นาโนซักไซ้ไล่ถามให้ถึงที่สุด
สุดท้ายยู่ยี่ก็ยอมบอก
นาโนตะลึง จากนั้นกินหม้อไฟต่อ“สำหรับฉัน ความผิดของเทพบุตรเล็กนิดเดียว”
อาจเป็นเพราะนิสัยคนเราต่างกัน ในสายตาของนาโนคืออีกแง่หนึ่ง
“พ่อแม่ตายกันทั้งคู่เพราะสลับที่นั่ง อีกฝ่ายเป็นโรคหัวใจและโตมาด้วยกันอีก
เอาความรู้สึกต่างๆเข้ามารวมกันแบบนี้ จึงทำใจเห็นคนอื่นตายต่อหน้า แล้วตัวเองเสพสุขไม่ได้?
ผู้ชายไม่ควรไร้ความปรานี แต่ก็ไม่ควรใส่ใจอะไรมากเกินไป
เมื่อมีสัญญาเงื่อนไข แสดงว่าตอนแต่งงาน เทพบุตรก็ไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนดีแล้ว พยายามลดการถูกทำร้ายของทั้งคู่ให้มากที่สุด
เขาไม่เหมือนคนที่ถูกบุญคุณมัดตัว และไม่เหมือนผู้ชายบุ่มบ่าม โดยเฉพาะการแต่งงาน
ฉันรู้สึกว่าเทพบุตรจัดการได้ดีมาก ถ้าตอนนั้นต่อต้านหรือยอมแต่งงานแต่โดยดี แบบนั้นถึงเรียกว่าไม่มีความรับผิดชอบ และทั้งสองแบบนั้นล้วนไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด”
ยู่ยี่ไม่ฟัง
นาโนเลยหุบปากของตัวเอง เธอเคยบอกว่าทุกคนมองไม่เหมือนกัน
กินหม้อไฟจนถึงเที่ยง ตอนบ่ายก็อยู่บ้านผ่อนคลายอารมณ์ และปรับอารมณ์ให้มีความสุข
ตอนกลางคืนนาโนกลับถึงบ้านก็โทรหาเชอร์รีน แล้วเล่าเรื่องของยู่ยี่ให้ฟัง และบอกความคิดเห็นของตัวเองด้วย แฟนของเธอยังบอกว่าแบบนี้คือการแต่งงานการกุศล
เชอร์รีนยิ้ม ถามนาโนว่า“รู้ไหมอะไรถึงเรียกว่าการกุศล?นั่นมันเกิดจากน้ำใจ แต่คุณฉันทัชไม่ได้แต่งงานเพราะมีน้ำใจ แต่เป็นเพราะละอายแก่ใจ และอยากชดใช้บุญคุณ ต่างกับการกุศลมาก เขาอยากสบายใจ ไม่ได้เสียใจภายหลัง แบบว่าหากวันหนึ่งย้อนระลึกกลับไปก็ยังคงสบายใจ”
สำหรับความคิดพวกนั้น ต่างคนต่างคิดไม่เหมือนกัน สาเหตุที่นาโนไม่ติดใจเรื่องนี้ เป็นเพราะไม่เคยเจ็บปวดจากการทรยศของเมียน้อยมาก่อน
ทว่ายู่ยี่เจ็บปวดจากการที่เมียน้อยเข้าแทรกชีวิตคู่ แล้วจู่ๆตัวเองกลับกลายเป็นสิ่งนั้น เมื่อยืนอยู่ในมุมมองของเธอ ย่อมยอมรับไม่ได้แน่
แต่สำหรับคุณฉันทัช ถึงแม้เธอไม่ได้เจอหน้าบ่อย แต่ก็ดูออกว่าเขาเป็นคนมีความคิดเป็นของตัวเอง มีดุลพินิจและมีความรับผิดชอบ ที่สำคัญคือจริงใจกับยู่ยี่
ส่วนระยะเวลาที่ยู่ยี่คบและแต่งงานกับหัสดินเป็นเวลาเจ็ดปี เธอเจอหน้าผู้ชายคนนี้ไม่น้อย แต่เธอก็ไม่รู้จักนิสัยของหัสดินเลย แต่คุณฉันทัชไม่เหมือนกัน
“ให้ความรักของพวกเขาปล่อยไปตามธรรมชาติเถอะ หากมีวาสนาต่อกัน ครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นบททดสอบ ถ้าความรักพวกเขาราบรื่นเกินไป บวกกับตัวคุณฉันทัชเองก็สมบูรณ์แบบอย่างนั้น จะทำให้ยู่ยี่ระแวงได้ เมื่อมีอุปสรรคอย่างนี้ก็จะทำให้ความรักของพวกเขาแน่นแฟ้นขึ้น ความรักก็แบบนี้แหละต้องมีอุปสรรคขวากหนามเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าไม่มีวาสนาต่อกัน ก็ยิ่งไม่ต้องพูดอะไรแล้ว”
นาโนยิ้มตาหยี“คิกๆ เวลาคุณครูพูดแล้วไม่เหมือนกันจริง ๆ แต่ฉันชอบเทพบุตรมากนะ อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ปิดบัง”
เชอร์รีนเห็นด้วย หากยู่ยี่รู้จากปากของหัสดิน แบบนั้นจะยิ่งเจ็บกว่า
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ครูเจ้าเสน่ห์คนนี้ประธานจอง