บรรยากาศของทั้งสองเป็นไปอย่างสบายอกสบายใจ ขอเรียกร้องที่เอวาต้องการเมื่อยอมหย่าคือ ให้ฉันทัชพาไปเที่ยวปารีสสิบห้าวัน
ปารีสเป็นเมืองที่งดงามละลานตายิ่ง เขาบอกว่า หากไม่เกิดความรักที่ปารีส เช่นนั้นบนโลกนี้ก็ไม่มีอะไรที่เรียกว่าโรแมนติกแล้ว
นี่คือความสุขครั้งสุดท้ายที่เธอไขว่คว้าเพื่อตัวเอง
จำเป็นต้องปกปิดเรื่องนี้กับอาคิระ หากเขารู้ ต้องไม่ยอมแน่ ดังนั้นต้องปิดอย่างเดียว ……
วันถัดไป ทั้งสองไปสำนักทะเบียนตามนัดหมาย
ฉันทัชใส่เสื้อสูทสีดำ สองมือล้วงกระเป๋ากางเกงสูท รูปร่างองอาจยิ่งสูงตรงและทรงพลังมากขึ้น
เอวาสวมกันหนาวสีดำแบรนด์เดียวกับเขา ดูคล้ายเป็นเสื้อคู่ด้วย
เอวามีเสื้อผ้าเยอะมาก แต่เสื้อกันหนาวตัวนี้เธอไปซื้อด้วยกันกับฉันทัชที่ห้าง และเป็นเสื้อที่เหมือนกับเขาที่สุด
ถึงแม้จะมาทำเรื่องหย่า แต่เธอก็อยากสร้างรูปของทั้งสองคนให้ตัวเอง
เจ้าหน้าที่สำนักทะเบียนกำลังรอพวกเขาอยู่ เอวามองเวลาแล้วก็เดินเข้าไป
ก่อนแต่งงานทั้งสองเคยตกลงกันอย่างชัดเจน ดังนั้นเมื่อถึงคราวหย่าจึงไม่มีปัญหาด้านทรัพย์สิน ยังคงดีเหมือนก่อนแต่งงาน
“หุ้นส่วนร้อยละสิบสามของบริษัทที่เฮทเคบริษัทHY ผมมอบให้ทนายของคุณแล้ว คุณกลับไปตรวจดูก็พอ”ฉันทัชพูด
เอวาชะงักงัน จากนั้นก็ส่ายหัวปฏิเสธ“ฉันไม่เอาค่ะ”
“หุ้นส่วนร้อยละสิบสาม ไม่ใช่สิ่งที่ผมชดใช้คุณ แต่ผมแค่อยากให้คุณบริหารเอง ผู้หญิงก็ควรมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เอวา คุณรู้ว่าผมมอบของแล้วไม่รับคืน”
ใบหน้าฉันทัชซูบผอมหลายส่วน จากนั้นริมฝีปากเซ็กซี่ของเขาขยับ เสียงอ่อนนุ่มแผ่วเบา ทว่ากลับเจือพลังที่ไม่อาจปฏิเสธได้
เงียบไปชั่วครู่ จากนั้นเอวายิ้มน้อยๆ“ค่ะ ฉันจะรับไว้”
ทุกขั้นตอนดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เมื่อสิ้นเสร็จเอวาดูเวลาพลันพบว่าใช้ไปแค่สิบนาที
ตอนเซ็นชื่อในทะเบียนสมรส หัวใจเธอเต้นตึกตักด้วยความตื่นเต้น มือจึงสั่นเล็กน้อย ทว่าตอนที่หย่า มือกลับสั่นหนักกว่ามาก
เมื่อเดินออกนอกสำนักทะเบียนก็เห็นใบหน้าซีดขาวที่กำลังเกรี้ยวกราดของอาคิระ เขารีบเดินเข้ามาหาพร้อมกับจ้องเอวา“ทำอะไรลับหลังพี่?”
“ทำในสิ่งที่ควรทำแล้ว นี่คือการตัดสินใจของน้อง ทำไมพี่ต้องโกรธขนาดนี้ด้วย?”เอวามองเขาด้วยรอยยิ้ม
“เอวา แน่มากจริงๆ ”อาคิระเหยียบยิ้มเย้ยหยัน ก่อนจะหันขวับไปหาฉันทัช“นายปิดฉันแล้วทำแบบนี้กับน้องฉันเหรอ?”
“นี่เป็นเรื่องของพวกเรา พวกเราย่อมมีสิทธิ์เลือกที่จะตัดสินใจ”
อาคิระเดือดดาลถึงขีดสุด ทั่วเรือนร่างปกคลุมไปด้วยเพลิงโทสะ เขาจ้องฉันทัชด้วยแววตาเย็นยะเยือก ดวงตายังเจือเส้นเลือดด้วย
ร่างสูงยืนตัวตรง ฉันทัชตอบกลับพลันจ้องเขา
บรรยากาศตึงเครียดผิดปกติ กระทั่งหายใจก็ยาก คล้ายกับเป็นสงครามที่จู่โจมครั้งเดียวก็สำเร็จอย่างไรอย่างนั้น
เอวาดึงแขนอาคิระ ก่อนจะลากเขากลับไปยังทิศทางตรงข้าม หากไม่เข้าขัดขวาง ต้องเกิดเหตุการณ์ไม่พึ่งปรารถนาแน่
เดินมาถึงที่ลับคน เอวาจึงปล่อยเขาออก สีหน้าอาคิระดูไม่ได้เลย มืดครึ้มถึงขีดสุด“เขาเสนอหย่า น้องก็เห็นด้วยอย่างนั้นเหรอ?”
“ก็คุยเงื่อนไขตอนแต่งงานแล้วนี่ ฉันคงกลับคำไม่ได้ อีกอย่างฉันถ่วงเวลาเขาต่อไปไม่ได้”
อาคิระยิ้มเย็น ไม่มีไออุ่นเลยสักนิด ชวนให้หนาวเหน็บเข้ากระดูก “น้องเป็นคนดีแล้วคิดคนอื่นจะดีด้วยเหรอ?หย่ากับเขาก็ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวคนเดียว แล้วตอนที่เจ็บปวดจากอาการโรคกำเริบ เขาก็กอดคออยู่กับคนรัก”
“ความเจ็บปวดจากอาการกำเริบนั้นเป็นมาแต่เกิด หรือฉันต้องดึงเขามาร่วมเจ็บปวดด้วยกัน?เขาไม่ได้ติดค้างอะไรฉัน”
“ดี วันหลังอย่ามาร้องไห้กับพี่อีกแล้วกัน ไม่ต้องร้องไห้บอกว่าคิดถึงเขา น้องใจกว้าง ยิ่งใหญ่ ใครจะเทียบน้องได้?”
อาคิระพูดประชดประชัน สิ้นเสียงก็ไม่อินังขังขอบเอวา ขึ้นรถแล้วจากไป ทิ้งเธอไว้อย่างนั้น
เอวาแหงนหน้ามองฟากฟ้าพลันยกมุมปากยิ้ม เขาโกรธเพราะเธอหย่ากับฉันทัช หรือว่าโกรธที่ฉันทัชลืมดาหวันแล้วไม่ชอบผู้หญิงคนอื่น?
……
เมืองS
ผู้จัดการเรียกยู่ยี่เข้าไปพบที่ห้องทำงานส่วนตัวแต่เช้า
ผู้จัดการบอกว่า มีการเปลี่ยนแปลงงานของเธอ โดยให้เธอไปรับช่วงงานก่อสร้างโรงเรียน ส่วนงานในมือก็มอบให้คนอื่นรับผิดชอบต่อไป
ยู่ยี่ไม่ยินดี เธอโดนย้ายไปมาหลายครั้งแล้ว อีกอย่างงานในส่วนที่รับผิดชอบตอนนี้ก็กำลังไปได้สวยเลย ทำไมต้องเปลี่ยนด้วย?
อันที่จริงงานก่อสร้างโรงเรียนดำเนินไปกว่าครึ่งแล้ว หากไปรับช่วงตอนนี้จะเบามือมาก ง่ายกว่าทำงานร่วมกับบริษัทภูษาธรกรุ๊ปเป็นไหนๆ ผู้จัดการกล่าว
ทว่าเธอไม่ชอบความสบาย ยู่ยี่ยังคงยืนกรานที่จะปฏิเสธ
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ครูเจ้าเสน่ห์คนนี้ประธานจอง