เป็นอย่างที่คิดไว้ เสื้อผ้านั้นตากจนแห้งเรียบร้อยแล้ว เธอจัดการพับให้ดี และหลังจากนั้นก็นำเสื้อใส่ในถุง เธอเดินออกมา และยื่นถุงให้เขา
คิ้วของฉันทัชเลิกขึ้นเล็กน้อย เขาเปิดถุงออกทันที และมองเห็นเสื้อสูทอยู่ข้างใน คิ้วของเขาขมวดกันนิดๆ สีหน้าปรากฏแววผิดหวังออกมาเล็กน้อย
“เสื้อสูทของคุณฉันซักให้แล้ว ไม่ได้เอาไปให้ร้านซักแห้ง อาจจะไม่ค่อยดีกับเนื้อผ้าของเสื้อสูทเท่าไหร่” เธออธิบาย เพิ่งมาคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เธอควรที่จะส่งเสื้อไปให้ร้านซักแห้ง
เมื่อได้ยินว่าเธอเป็นคนซัก คิ้วของเขาก็คลายออกอย่างรวดเร็ว ดูอ่อนโยนและนุ่มนวลยิ่งขึ้นไปอีก เขาหัวเราะอย่างแผ่วเบา ต่อให้คิดจะซ่อนอย่างไรก็ซ่อนไม่อยู่ เสียงนั้นล้นออกมา
เห็นได้ชัดว่า ฉันทัชไม่ได้มีความคิดที่จะอยากจากไปแต่อย่างใด เขาถือถุงเสื้อผ้า ดื่มน้ำอุ่นไป 1 แก้ว เติมน้ำเพิ่ม 1 แก้ว แล้วก็เติมเพิ่มใหม่อีก 1 แก้ว
ยู่ยี่ต้มน้ำไว้ไม่มากนัก เธอต้มไว้เพียงแค่ครึ่งกาเท่านั้น เป็นไปตามปกติ เขาดื่มน้ำทั้งหมดจนหมดลง แต่กลับยังไม่คิดจะจากไป
ยู่ยี่จ้องมองที่เขาเล็กน้อย เธอขนาดน้ำสักแก้วก็ยังไม่ได้ดื่ม อีกอย่าง ตอนนี้ก็ 5 ทุ่มแล้ว เขาควรจะไปได้แล้ว
ริมฝีปากฉันทัชยกยิ้มขึ้น เขาเองก็ชอบมองท่าทีขุ่นเคืองเช่นนี้ของเธอเช่นกัน คิ้วของเขาเลิกขึ้น ไม่แกล้งเธออีกต่อไป ยันกายลุกขึ้น เตรียมออกไป
เธอไปส่งเขาถึงแค่ชั้นล่าง ฉันทัชไม่ยอมให้เธอไปส่งต่อ ตอนนี้อากาศหนาวเย็น กลัวว่าเธอจะเป็นหวัด จีงให้เธอขึ้นไปข้างบน
เมื่อนั่งอยู่ในรถ เขาก็หยิบเสื้อออกมา กลิ่นแสงแดด ความอบอุ่น และกลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยขึ้นมาปะทะหน้า เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย สีหน้าดูพึงพอใจ
ยู่ยี่ไปเข้าห้องน้ำแล้วออกมา และได้ยินเสียงข้อความดังขึ้น เธอเปลี่ยนชุดเป็นชุดนอน นั่งลงตรงหน้าโต๊ะ แล้วคลิกเปิดข้อความ
——-นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนซักเสื้อให้ผม เสื้อผ้าที่ซักแล้วยังมีกลิ่นของคุณอยู่ด้วย ผมตั้งตารอตอนที่จะสวมใส่เสื้อผ้านี้และได้กลิ่นอายของคุณ เรายังไม่ได้แยกจากกันเลย แต่ผมก็เริ่มคิดถึงคุณแล้ว ทำยังไงดีครับ?
หัวใจของเธอเต้นตึกตัก แทบจะอดใจไม่ไหวที่จะลุกยืนขึ้น ตรงหน้าหน้าต่างนั้น เธอมองเห็นรถเบนท์ลีย์ มุลซานน์สีขาวเงิน เขายังไม่ได้จากไป
เวลาผ่านไปอีกไม่นาน รถก็เริ่มสตาร์ท สายตาของเขามองผ่านหน้าต่างรถที่เปิดไว้ จ้องมองมาในทิศทางนี้
……….
คุณหมอไอแซ็คสั่งยาให้หัสดิน แต่ยานี้นั้นไม่ใช่ยาที่ใช้ประคองอาการหรือรักษาอาการอย่างแน่นอน แต่เป็นยาที่ใช้เพื่อทำให้อาการของโรคหนักขึ้นอีกเล็กน้อย
ตระกูลภูษาธรตั้งแต่แรกเริ่มนั้น ใช้คุณหมอไอแซ็คเป็นแพทย์ประจำตระกูลมาโดยตลอด ดังนั้นผลตรวจที่มาจากคุณหมอไอแซ็คนั้นจึงไม่เคยถูกตั้งคำถามมาก่อน
ชฎารัตน์กำลังคิด เธอต้องให้หัสดินมีลูกก่อน อีกทั้งลูกหลานของตระกูลภูษาธรนั้น ต้องเป็นเด็กผู้ชายเท่านั้น
เธอแต่เดิมทีก็มีความเชื่อที่ให้ความสำคัญกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิงอยู่แล้ว ในการมีลูกนั้นปัญหาอย่างหนึ่งก็คือ แน่นอนว่าเธอนั้นอยากได้เด็กผู้ชาย แต่เธอเองก็รู้ดีว่า เรื่องการมีลูกแบบนี้นั้นไม่ใช่ว่าคิดอยากได้แบบไหนก็ได้แบบนั้น มนุษย์ไม่ใช่ว่าจะสามารถควบคุมอะไรก็ได้
อย่างไรก็ตาม ภายในใจหัสดินนั้นมีความคิดเป็นของตนเองอยู่ ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนที่เขาต้องการและยอมรับที่จะมีลูกด้วยได้ เขาอยากมีลูกด้วยกันกับยู่ยี่
ดังนั้นแม้ในเวลานี้ เขาก็ไม่ต้องการที่จะเลือกผู้หญิงตามใจชอบเพื่อให้กำเนิดลูกของเขา เขาคิดอยู่ในใจ และยังคงคิดจะเอาเธอกลับคืนมาให้ได้
หลังจากนั้น เขาก็จะมีลูกด้วยกันกับเธออีกครั้ง เขาชื่นชอบความคิดแบบนี้ ทั้งยังรับได้อีกด้วย
พฤติกรรมของ คุณหมอไอแซ็ค นั้น เรนนี่รู้ดี อีกทั้งเธอยังมีไพ่ตายอยู่ในมือ ดังนั้นเธอจึงไม่ต้องกังวลกับคุณหมอไอแซ็ค
สิ่งที่เธอต้องทำตอนนี้ก็คือเฝ้าติดตามท่าทีของหัสดินไว้อยู่ตลอดเวลา และเมื่อคลอดลูกแล้ว เธอก็จะได้แต่งเข้าตระกูลภูษาธรอย่างแน่นอน
ซาฮาร่าได้บอกร่องรอยของหัสดินมาโดยบังเอิญ เรนนี่นั้นฟังมันอย่างระมัดระวังและตั้งใจ เธอคิดคำนวณอย่างรอบคอบ ตั้งแต่ที่เธอแยกจากข้างกายหัสดินนั้นก็นับว่านานมากแล้ว
หลังจากนี้ไม่นาน เธอก็ควรที่จะปรากฏตัวรอบๆ ตัวเขา และหลังจากนั้น……..
สำหรับเรื่องทั้งหมดนั้น ภายในใจของเรนนี่มีความคิดของตัวเองอยู่แล้ว การแยกจากที่ไม่ห่างแต่ก็ไม่ใกล้เกินไปนั้น ไม่สามารถที่จะทำได้นานเกินไป
ภายในใจหัสดินนั้นมีความรู้สึกกับเธอ แต่ความรู้สึกนั้น เทียบกับยู่ยี่ไม่ได้ เขามีความรู้สึกให้เธอ แต่มันไม่ได้ลึกซึ้งขนาดนั้น
ดังนั้น เธอควรอยู่ห่างๆ อย่างเหมาะสม และห่างเหินจากเขาอย่างเหมาะสม ซึ่งไม่อาจจะใช้เวลานานเกินไปได้ มิฉะนั้น เธอก็จะค่อยๆถูกเขาลืมไป และมันก็ถึงเวลาที่เธอจะต้องเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว
วันนี้เป็นวันจัดพิธีฉลองครบรอบเดือน ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ขณะที่ยู่ยี่เพิ่งไปถึงนั้น หัสดินก็ยืนอยู่ข้างหลังเธอแล้ว ทั้งยังจ้องมองเธออยู่ตลอด
ตั้งแต่ที่แยกทางกันในวันนั้น เธอไม่ได้เห็นหัสดินเป็นเวลานานแล้ว อีกทั้งเขาเองก็ไม่ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเธออีก
วันนี้เมื่อได้เห็นเขา สีหน้าของเขาดูไม่ค่อยดีนัก แต่ว่ายู่ยี่ก็ไม่ได้สนใจอะไร และไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจนัก
คนที่มานั้นเยอะมาก ของขวัญที่ส่งมาก็เยอะมากเช่นกัน ล้วนแล้วแต่เป็นของล้ำค่า ออกัสนั้นอุ้มลูกน้อยอยู่ในอ้อมอกตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ พร้อมกับจับมือกับแขกที่เข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่เขาก็ไม่ได้ปล่อยลูกน้อยลงแต่อย่างใด สีหน้าท่าทางดูมีความสุขในฐานะคนเป็นพ่อ
ยู่ยี่จ้องมองไปยังทารกน้อย เขานั้นมีหน้าตาที่ดูดีมาก ถึงแม้จะยังเล็กขนาดนี้ แต่ก็สามารถเห็นเค้าโครงหน้าได้อย่างชัดเจน
เชอร์รีนกำลังพักผ่อนอยู่ ออกัสนั้นไม่ปล่อยให้เธอเหนื่อยเกินไป หลังจากนั้นไม่นาน ยู่ยี่ก็เดินเข้าไป อุ้มเด็กน้อยไว้ในอ้อมอก
เขาตัวเล็กมาก อีกทั้งยังตัวเบา ขณะที่อุ้ม เธอดูเก้ๆ กังๆ เล็กน้อย ไม่กล้าออกแรงมาก กลัวว่าหากเธอไม่ระวังเพียงนิดเดียว ก็จะทำให้เขาแตกหักได้ เขานั้นดูบอบบางเกินไป
ขณะที่ยู่ยี่หยอกล้อกับเด็กเล็กอยู่ อารมณ์ของเธอนั้นเบิกบานนัก ทั้งร่างดูนุ่มนวลลง ทันใดนั้น เงาสายหนึ่งก็เข้ามาประชิดใกล้ และหัสดินก็มายืนอยู่ตรงหน้าเธอ
เธอจ้องมองเขา ก่อนจะเบนสายตาออก ไม่ได้ให้ความสนใจเขาอีก อีกทั้งยังตั้งอกตั้งใจในการหยอกล้อกับมือเท้าเล็กจ้อยของเด็กน้อย
“อิจฉา?” ตาดอกท้อของหัสดินหรี่ลง จ้องมองเธอ คำพูดที่เอ่ยออกมานั้นมีความหมายอีกอย่างหนึ่ง “ถ้ารู้สึกอิจฉาขนาดนั้นจริงๆ อุ้มลูกของตัวเองก็ได้หนิ……..”
ยู่ยี่ขมวดคิ้ว มองไปที่เขาอย่างไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่าคำพูดนี้ของเขาหมายความว่าอะไร ทันใดนั้น เธอก็รู้สึกว่าเขาดูเป็นคนแปลกที่ยากจะเข้าใจขึ้นมา
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ครูเจ้าเสน่ห์คนนี้ประธานจอง