เรนนี่ไม่มีทั้งเวลาและอารมณ์สนใจความเจ็บปวดทางกาย เพราะร่างกายเฉื่อยชาที่นอนอยู่บนเตียงมัวแต่ร่ำไห้ ซึ่งน้ำตาไหลพรากไม่ขาดสาย
ความทุ่มเทพยายามตลอดหลายปีที่ผ่าน สุดท้ายก็สูญเปล่า
เธอเกลียดหัสดิน เกลียดชนิดที่ฝังเข้ากระดูก และเธอก็เกลียดซาฮาร่าด้วย
ร่างกายเธอปวดระบมไปหมด โดยเฉพาะบริเวณแขนและใบหน้า เธอไม่กล้าแม้แต่ขยิบปาก คล้ายกับโดนฉีกขาด เจ็บจนไม่อาจทานทน เพราะเหมือนจะบวมช้ำด้วย
เธอไม่เพียงแต่สูญเสียทุกอย่าง ทั้งยังมีบาดแผลเต็มกายด้วย มันไม่คุ้มเลย?
จากนั้นเธอคล้ายกับฉุกคิดอะไรได้ เรนนี่ให้น้องสาวฝ่ายพ่อเข้ามา จากนั้นก็ถ่ายสภาพพังพินาศของตน โดยเฉพาะจุดที่มีแผล ทางที่ดีคือถ่ายให้ชัดให้เจาะจงที่สุด
อย่างไรเสียเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เธอจะแพร่ข่าวนี้ออกไป โดยกล่าวว่าถูกเขาทารุณ
เขาไร้ความเมตตาก็อย่าโทษที่เธอขาดคุณธรรม
ต้องบอกว่าหัสดินโหดร้ายกับเธอมาก ทำร้ายเธอแบบจะเอาให้ถึงตาย ตอนนี้เธอขยับเขยื้อนไม่ได้เลย
ถ้าไม่ใช่ชฎารัตน์ขวางได้ทันท่วงที เกรงว่าเธอคงตายในเงื้อมมือหัสดินแล้ว
อีกห้องหนึ่ง
ฉันทัชไปที่บาร์เหล้าตามเวลานัดหมาย ซึ่งอาคิรามานั่งรอก่อนแล้ว
ขายาวทรงเสน่ห์ของเขาเดินเข้าไป สายตารอบข้างจับจ้องมายังเขามากมาย เขาขมวดคิ้วถาม “ทำไมไม่เลือกห้องวีไอพี?”
ที่นี่มีเสียงดนตรีดังกึกก้อง ฟังแล้วหนวกหูมาก เขารู้สึกไม่เงียบสบายเลย
“มาบาร์ก็เพื่อสัมผัสความคึกคักแบบนี้ ถ้าเข้าไปในห้องวีไอพี ก็จะขาดบรรยากาศแบบนี้น่ะ?วันดี ๆ แบบนี้ ผมอยากเฮฮาหน่อย”อาคิระเทเหล้าแก้วแล้วแก้วเล่า เติมเต็มทุกแก้ว“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น วันนี้แค่ดื่มเหล้า และไม่ได้ต้องบอกว่านายดื่มไม่ได้ วันนี้ต้องดื่มเพื่อเอวา”
สิ้นเสียง อาคิระยกขึ้นมาหนึ่งแก้ว ก่อนจะเงยหน้าดื่มทีเดียวหมด
จากนั้นเขาก็จ้องมายังฉันทัช ฉันทัชย่นคิ้วเล็กน้อย และหยิบขึ้นมาดื่มหมดเช่นกัน
เมื่อรู้สึกพอใจ เขาก็ดื่มต่อไปเรื่อย ๆ ไม่มีทีท่าหยุดดื่มเลย ฉันทัชกะพริบตาพลันดื่มเป็นเพื่อน
เห็นผู้หญิงคนหนึ่งบนเวทีเต้นรำ คือลิลลี่ เธอสวมเสื้อผ้าต่างจากปกติ ปกติใส่แต่เสื้อของหน่วยงาน วันนี้กลับใส่ได้เซ็กซี่มาก
และเห็นได้แจ่มชัดว่าวันนี้เธอไม่ได้มาในฐานะนักดื่ม และเป็นพนักงานในร้าน ตอนนี้กำลังเต้นรำไปตามจังหวะดนตรี โยกย้ายส่ายสะโพกเต็มที่
ฉันทัชเห็นแล้วก็แค่มองสองปราด จากนั้นก็ละสายตากลับมาราวกับไม่เห็นสิ่งใดทั้งนั้น
สำหรับเขา เธอเป็นเพียงพนักงานในบริษัท และพนักงานทำหน้าที่ของตนให้ดีก็พอ เขาไม่ก้าวก่ายเวลาส่วนตัวเด็ดขาด
หางตาอาคิระสังเกตเห็นการกระทำของเขา ทว่าแค่ยกมุมปากขึ้น ยังคงดื่มอย่างไม่สะทกสะท้านใด ๆ
เขาเป็นคนคอแข็งใช่ย่อย เพราะมาเพลิดเพลินในสถานที่แบบนี้ประจำ ส่วนฉันทัชไม่ชอบเรื่องพวกนี้ จึงดื่มไม่เก่ง
เหล้าวางบนโต๊ะเท่าไหร่อาคิระก็เทใส่แก้วหมด และแน่นอนเขาก็เทให้ฉันทัชทุกครั้งด้วย
“สังคมสมัยนี้ถ้าไม่ขาดเงินก็คงไม่มาแสดงที่นี่หรอก” ทันใดนั้นอาคิระพูดหนึ่งประโยค
ดวงตาลุ่มลึกของฉันทัชหรี่ขึ้นพร้อมกับพยักหน้าให้ สื่อให้รู้ว่าเห็นด้วยกับคำพูดนี้ เขามองเหล้าบนโต๊ะปราดหนึ่ง จากนั้นก็หรี่ตาฟุบลงที่โต๊ะ
เขาดื่มเข้าไปไม่น้อย ด้วยอาการเมาจึงละทิ้งความสง่างามที่ไม่ใช่จะมีบ่อยครั้ง
อาคิระพอใจในสิ่งนี้ ให้บริกรพาเขาเข้าห้อง
จากนั้นเขาก็หรี่ตาส่งสัญญาณมือให้ลิลลี่ที่อยู่บนเวที จากนั้นก็ดีดตัวลุกขึ้น
ลิลลี่พยักหน้ารับทราบพลันเดินลงจากเวที แล้วไปด้านหลัง ซึ่งอาคิระรออยู่ก่อนแล้ว “เตรียมตัวเสร็จหรือยัง?”
“……”ลิลลี่ไม่ได้ตอบ เธอไม่มีสิทธิ์พูด เขาบอกให้ทำอะไร เธอก็ได้แต่ทำตาม นี่คือกฎตายตัวของพวกเขาสองคน
“ตอนนี้ไปที่ห้องวีไอพี จะมีคนนำทางคุณไป คุณอย่าลืมเรื่องที่ผมสั่งล่ะ” อาคิระกล่าวต่อ
มีคนยืนรอหน้าเวทีจริง ๆ เธอเดินเข้าไป จากนั้นก็ถูกพาขึ้นไปยังชั้นบนสุด ซึ่งเป็นห้องเพรสซิเดนสูท
ฉันทัชนอนบนเตียงแบบสบาย ๆ เสี้ยววินาทีที่ลิลลี่มีคนนำทางมา หัวใจเธอก็เต้นไม่เป็นส่ำเลย
ผู้ที่นอนอยู่บนเตียงคือหัวหน้าของตน คือประธานในบริษัท ให้เธอทำเช่นนี้มันไม่ง่ายเลย
เธอยืนอยู่ข้างเตียง แม้ผู้ชายตรงหน้าจะเมาไม่ได้สติ แต่ยังคงให้ความรู้สึกสูงศักดิ์ สง่างาม ชนิดที่ไม่กล้าสบประมาท
ทว่าเธอขัดคำสั่งอาคิระไม่ได้
ดังนั้นลิลลี่ยืนถอดเสื้อทีละชิ้นด้านข้างเตียง
ทว่าพึ่งจะถอดเสื้อตัวนอกออก ฉันทัชที่หลับตาอยู่ก็ลืมตาขึ้นกะทันหัน มือใหญ่จัดแจงเนคไทแล้วลุกขึ้นนั่ง
ลิลลี่สะดุ้งตกใจและร้องเสียงหลง ใบหน้าซีดขาว
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ครูเจ้าเสน่ห์คนนี้ประธานจอง