ครูเจ้าเสน่ห์คนนี้ประธานจอง นิยาย บท 512

เมื่อนึกถึงจุดนี้ เรนนี่ก็รู้สึกยากจะระงับความโกรธขึ้งในใจ เธอง้างมือตบหน้าตัวเอง

เธออยากร้องไห้ ทว่าไร้ที่ซบไหล่ ใครใช้ให้เธอทำตัวเองจนมุมล่ะ ไม่เหลือหนทางแก้ไขเลยสักนิด

ทว่าหัสดินก็โหดเกินไปแล้ว ขนาดหย่ายังไม่ให้เงินแม้แต่แดงเดียว ยิ่งไปกว่านั้นยังยึดคฤหาสน์แถวชานเมืองกลับไปด้วยอีกต่างหาก

นอกจากคฤหาสน์หลังนั้น เธอก็มีสิ่งของมีค่าไม่กี่ชิ้นเอง สิ่งเดียวที่มีมูลค่าสูงก็คือรถที่เขาเคยซื้อให้เธอ ซึ่งมีมูลค่าหลายล้าน นอกจากนี้แล้วก็ไม่มีสิ่งอื่นเลย

อันที่จริงเธอรู้ว่าต้องหย่าในเวลาไม่ช้าก็เร็วแน่ เธอไม่ยอมหย่าตอนนี้ พอเขาฟ้องศาลขึ้นมา เธอก็จำต้องยอม

ตอนแรกคิดว่าจะฉวยโอกาสหาวิธีเอาเงินมาครอบครองสักก้อนหนึ่ง ทว่าตอนนี้เป็นไปไม่ได้แล้ว

ยืดเยื้อต่อไปก็ไร้ประโยชน์?เพราะถึงอย่างไรก็ไม่ได้เงินอยู่ดี

ทว่าเธอก็ยังไม่อยากหย่าอยู่ดี เธอตกอับถึงขั้นนี้ ในเมื่อเธอไม่มีความสุข เช่นนั้นก็ตกนรกหมกไหม้ไปด้วยกันเลย!

ทว่าหัสดินไม่ให้โอกาสนั้นแก่เธอ เขาส่งทนายไปฟ้องศาลของคืนวันนี้เลย

จากนั้นเรนนี่ที่พึ่งอาบน้ำเสร็จ เดินออกจากห้องน้ำก็ได้รับหมายศาลทันที

เธออดขบเขี้ยวเคี้ยวฟันไม่ได้ ด้วยความกริ้วโกรธจึงฉีกมันทิ้ง ก่อนจะโยนลงถังขยะ

เธอโทรหาหัสดิน เมื่ออีกฝ่ายรับสาย เธอก็รีบเอ่ยปากพูดคำเสียดสีทันที“คุณรอไม่ไหวขนาดนี้เลยหรือ? ไม่ให้เวลาฉันหายใจเลย ถึงคืนนี้ฉันจะยอมหย่า แต่ตอนนี้จะทำอะไรได้? รีบร้อนให้ฉันรับปากคุณแล้ว คุณก็จะได้ไปคืนดีกับยู่ยี่อย่างนั้นหรือ แต่ฉันขอบอกเลยว่า ฝันกลางวันไปเถอะ”

หัสดินที่อยู่ในสายคล้ายกับไม่ได้ยินสิ่งที่เธอสื่อ ไม่อินังขังขอบเลยสักนิด กล่าวเพียงว่า “พรุ่งนี้ตอนบ่ายสามเจอกันที่สำนักทะเบียน”

จากนั้นเขาก็วางสาย.......

เหลือเพียงเสียงสายขาด ตู๊ด ๆ ๆ ดังในห้องคนไข้ เรนนี่คล้ายกับวิปลาสเขวี้ยงมือถือใส่ผนังห้อง จากนั้นก็ส่งเสียงกรีดร้องกังวาน

……

ฉันทัชจะไปจดทะเบียนสมรสก่อน ยู่ยี่ครุ่นคิดดูแล้วก็พยักหน้าตอบตกลง

อันที่จริงกำแพงขวางกั้นในหัวใจเธอค่อย ๆ ถูกทำลายลงทีละนิด

สำหรับถ้อยคำที่เธอเอื้อนเอ่ยว่า ไม่จัดงานวิวาห์ แค่จดทะเบียนสมรสก่อน เขายังอยู่ในช่วงดูใจ ที่จริงแล้วล้วนเป็นคำพูดเล่น ๆ เท่านั้น

ชีวิตแต่งงานของเธอเคยพังแล้วหนึ่งครั้ง สำหรับครั้งที่สอง เธอก็ต้องทำอะไรอย่างสุขุม แต่จะสะเพร่าและบุ่มบ่ามไม่ได้?

ขอเพียงจดทะเบียนสมรสแล้ว ก็จะหมายความว่าเธอเป็นภรรยาของเขาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้นไม่ว่าจะจัดงานวิวาห์หรือไม่ก็เปลี่ยนแปลงความจริงข้อนี้ไม่ได้อีก

ไม่ได้มีเพียงการจัดงานเฉลิมฉลองงานแต่งงานเท่านั้น จึงจะกลายเป็นสามีภรรยากัน แต่เริ่มจากวินาทีที่จดทะเบียนสมรสแล้วต่างหาก

ถ้าต้องการดูใจเขาจริง เธอก็ไม่มีทางตอบรับคำขอแต่งงานและไม่ยอมจดทะเบียนสมรสเด็ดขาด เธอไม่ใช่คนโง่ มีใครดูใจกันหลังจดทะเบียนสมรสกันแล้ว?

ตระกูลภูษาธรเป็นตระกูลใหญ่ ทว่าตระกูลยศณะราคินใหญ่กว่า เมื่อเป็นสะใภ้บ้านไฮโซ จึงจำเป็นต้องใช้เวลาปรับสภาพจิตใจก่อน ต้องทำใจรับมือทุกสิ่งอย่าง เธอไม่อยากพึ่งอาศัยแต่เขา

ตอนกลางคืนยู่ยี่นอนฝันหวาน ทว่าฉันทัชกลับนอนไม่หลับ ลืมตาโต ๆ ไม่เคยปิดสักครั้ง

เขาพลิกตัวไปมา ด้วยกลัวว่าจะปลุกเธอตื่น จึงลุกขึ้นด้วยชุดนอนแล้วไปที่ห้องหนังสือด้านข้าง

เขานอนไม่หลับ ยากจะใช้ถ้อยคำพรรณนาถึงความดีใจอันใหญ่หลวงของเขา มันหลั่งไหลเข้ามาในหัวใจไม่หยุดขาดสาย คล้ายกับคลื่นทะเลมหึมาที่ซัดเข้ามากระแทกหัวใจเขา ฉันทัชรู้สึกความสุขทางใจช่างเป็นสิ่งที่งดงามยิ่ง ยิ่งเหมือนลูกโป่งที่มีเป่าลมเข้าไป จึงใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ และยิ่งเบาบางเรื่อย ๆ คล้ายกับล่องลอยอยู่กลางอากาศ

หนึ่งคืนเต็ม ๆ ที่คุณฉันทัชเหมือนกับคนสมองทึบ ลุกขึ้นแล้วนั่งลง นั่งลงแล้วลุกขึ้นอีก กระทั่งริมฝีปากบางที่ยกโค้งขึ้นยิ้มยังแลดูคนปัญญาอ่อนเลย

เช้าวันรุ่งขึ้น เหมือนบริษัทมีประชุมเร่งด่วน ผู้ช่วยโก๋ยืนรอหน้าประตูนานแล้ว ทั้งยังดูเวลาเป็นครั้งคราว

และเมื่อเทียบกับฉันทัช เขากลับไม่รีบร้อน ยังคงรอยู่ยี่ไปที่สำนักทะเบียน

ยู่ยี่ตื่นขึ้นมา ดวงตายังคงพร่ามัวและงัวเงีย มองฉันทัชหน้าเตียงด้วยความประหลาดใจ เธอเอ่ยปากพูดว่า “ผู้ช่วยโก๋ให้คุณไปประชุมไม่ใช่เหรอคะ?”

“เรื่องของพวกเราสำคัญกว่า เรื่องบริษัทไว้ทีหลังก็ได้”

“เรื่องพวกเรา?” เธอยิ่งรู้สึกสับสน“เรื่องพวกเราอะไรคะ?”

ฉันทัชจ้องเธอแบบไม่ละสายตา แล้วลูกกระเดือกขยับเอ่ยปากพูดเสียงทุ้มต่ำ“ไปจดทะเบียนสมรสกัน”

ยู่ยี่เอียงหน้าพลันตั้งใจใช้ความคิด“ฉันรับปากคุณแล้วเหรอ?”

“คุณรับปากผมแล้ว เมื่อวานพึ่งจะ......” สีหน้าเขาเผยความร้อนรนอย่างหาดูได้ยาก

ยู่ยี่หัวเราะคิกคักพร้อมกับพยักหน้าหงึก“ทำไมทำหน้าจริงจังขนาดนั้นคะ?ฉันไม่ลืมหรอก แหย่คุณเล่นเฉย ๆ ค่ะ”

เขาจ้องเธอด้วยดวงตาที่ดำขลับ ท้ายที่สุดก็ยกมุมปากขึ้นยิ้มจนได้ จึงตบก้นเธอเหมือนเป็นการลงโทษ

“เข้าบริษัทก่อนเลยค่ะ พวกเราค่อยไปสำนักทะเบียนตอนบ่ายก็ยังทันอยู่ อีกอย่างตอนนี้ฉันยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าเลยค่ะ”

ฉันทัชไม่ยอม ยืนกรานจะไปที่สำนักทะเบียนก่อน

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ครูเจ้าเสน่ห์คนนี้ประธานจอง