“งั้นก็ดีค่ะ แล้วลูกสะใภ้ฉันเป็นอย่างไรบ้างคะ?” คุณแม่ธันยวีร์ถาม
“เธอโอเคครับ ความอดทนอดกลั้นและความยืนหยัดสูงมาก แต่ว่าเพิ่งจะคลอดเด็กออกมา ตอนนี้ร่างกายอ่อนแอ”
ในห้องผ่าตัดยู่ยี่เป็นลมสลบไป หน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อ จนทำให้ไรผมนั้นชุ่มไปด้วยเหงื่อ
และฉันทัชก็ไม่ดีกว่าเธอไปสักเท่าไหร่ เสื้อเชิ้ตสีขาวเต็มไปด้วยเหงื่อแนบชิดกำแผงอกที่กำยำของเขา หายใจ นิ้วมืออุ่นๆของเขาปาดเหงื่อที่อยู่บนหน้าผากของเธออย่างนุ่มนวลและจูบที่หน้าผากของเธอ “ที่รัก คุณลำบากแย่เลย….”
สายรกของเด็กเขาเป็นคนตัดด้วยตัวเอง ช่วงเวลานั้นเป็นความปลื้มปริ่มที่ทะลักเข้ามาในใจอย่างยากที่จะพูดได้ แล้วยังมีความผูกพันทางสายเลือดอย่างวิเศษ
ลูก นั่นเป็นลูกของเขา เป็นลูกของเขากับเธอ ตัวเล็กมาก แถมยังร้องไห้เก่ง น่ารักอีกต่างหาก ทำให้เขาอยากที่จะเอาโลกทั้งใบมากองไว้หน้าเขา
ผู้หญิงคลอดลูก ผู้ชายก็มีเหงื่อไหลตามมาด้วย คนที่ไม่รู้เรื่องอะไรคงนึกว่า….
ตระกูลยศณะราคินมีเหลน เป็นเรื่องที่ใหญ่โตในเมืองฮ่องกงแน่นอน สื่อต่างๆต่างพากันแย่งลง
วันนั้นเป็นงานแต่งและตอนกลางคืนก็คลอดลูก จะพูดได้ว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีของตระกูลยศณะราคินก็ว่าได้ และคุณท่านประเสริฐนั้นก็ให้เชื่อในศาสนาพุทธ พระอาจารย์ดูแล้วบอกว่าชะตาเป็นเด็กที่ร่ำรวยมีฐานะสูงส่ง
เกิดเป็นเหลนในตระกูลยศณะราคิน เป็นที่รักที่เอ็นดูและร่ำรวยสูงส่งเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว!
ยู่ยี่กำลังมองเด็ก ตัวเล็กมาก มีผมน้อยๆ เขากำลังหลับ เธอรู้สึกแปลกใจ ที่แท้เด็กเกิดออกมาก็มีผมเลย
ฉันทัชยืนอยู่ด้านข้างเปลเด็ก จ้องมองมาที่เด็กตลอดเวลา รอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้าหล่อเหลาไม่ขาดตอน
“ทำไมคุณยืนยิ้มอยู่แบบนั้น?” เธอเหยียดลุกตัวขึ้นนั่ง
“ความรู้นี้มันวิเศษมากเลย ยากที่จะใช้คำพูดมาพรรณนา” หันหน้าเดินกลับมาที่ข้างเตียง หลังจากนั้นเขาก็กำมือของเธอไว้ที่ฝ่ามือแล้วจูบลงไป
“ฉันก็รู้สึกวิเศษเหมือนกัน ลูกตั้งชื่อยังคะ?”
ชะงักไปชั่วขณะ ฉันทัชเอ่ยปากพูดขึ้นว่า “ผมอยากตั้งชื่อที่แฝงความหมายพิเศษ เอาชื่อของคุณกับชื่อของผมมาไว้ด้วยกัน”
ยู่ยี่คิดอย่างละเอียดแล้วส่ายหน้า “ ไม่ได้ชื่อของพวกเรามันงั้นๆ เอามาวางไว้ด้วยกันไม่ไพเราะ คุณลองฟังนะ มันจะเป็นฉันยู่หรือไม่ก็ฉันอะไรต่างก็ไม่น่าฟังกันทั้งนั้น”
“งั้นคุณมีไอเดียอะไรมั้ย?”
เธอเอนหัวคิดอยู่นาน “กิ่งทอง เพราะมั้ย?”
“กิ่งทอง,กิ่งทอง……” เขาพูดซ้ำไปมาสองรอบเบาๆ “เพราะ งั้นก็ชื่อว่ากิ่งทองแล้วกัน”
“กิ่งทอง,กิ่งทอง,กิ่งทอง ยิ่งฟังยิ่งไพเราะ” เขาพูดพึมพำ ยู่ยี่ให้พอใจเป็นที่สุด
ช่วงนี้ฉันทัชอยู่โรงพยาบาลตลอด เขาไม่ได้กลับไปที่บ้านตระกูลยศณะราคิน แล้วก็ไม่ได้ไปบริษัทอีกด้วย เขาอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นเพื่อนเธอ
คุณแม่ธันยวีร์เรียกพยาบาลส่วนตัวมาแล้วเพื่อให้ฉันทัชไปบริษัท เขาไม่ยอมดื้อดึงจะอยู่แต่โรงพยาบาล คุณแม่ธันยวีร์เลยจำใจ
ยู่ยี่ก็เอ่ยปากพูดโน้มน้าวให้เขาไปบริษัท เขายังคงไม่ยอม เด็ดขาดมาก
เด็กนั้นไม่ได้ดื่มนมผงและก็ไม่ได้ดื่มนมวัว เธอมีนม น้ำนมนั้นมีเพียงพอ
“เธอตั้งท้องลูกให้ผม คลอดลูกก็ลูกผม ในห้องผ่าตัดความยากลำบากนั้น เจ็บปวดจนเหงื่อเต็มหน้าผาก เธอต้องได้รับความเจ็บปวดขนาดนั้นก็เพื่อผม ผมจะทิ้งให้เธออยู่โรงพยาบาลไม่ได้….” ขณะที่พูดคำพวกนี้ นัยน์ตาของฉันทัชนั้นดำดิ่งแน่วแน่ เหมือนจะกลืนกินทุกอย่าง ภาพฉากในห้องผ่าตัด เขาคิดว่าเขาจะไม่มีทางลืมเลย!
ห้องเป็นห้องชุดเพียงพอที่จะให้นอนได้สองคน ด้านในมีพร้อมทุกอย่างเหมือนเป็นบ้านหลังน้อย
คุณท่านประเสริฐก็มา พอเห็นเด็กก็อุ้มจนไม่อยากวางและไม่ยอมให้ใครได้อุ้ม
กลัวว่าจะรบกวนเวลาพักผ่อนของเธอ ฉันทัชเลยกั้นนักข่าวให้รออยู่ด้านนอกโรงพยาบาล ร่างของเธออ่อนแอต้องพักผ่อน
คนที่อยากจะมาแสดงความยินดีก็มีไม่น้อยแต่ก็ถูกฉันทัชกันไว้เหมือนกัน แล้วเขาก็พูดว่าก่อนเด็กจะครบเดือนแรก ไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยม และถ้ามีคนเข้าเยี่ยมจริงๆ คนที่มาต้องถูกอาละวาดแน่!
ชื่อที่ยู่ยี่ตั้งให้เด็กทุกคนต่างไม่มีความเห็น โดยเฉพาะคุณท่านประเสริฐ เขารีบพูดว่าชื่อไพเราะรัวๆ “กิ่งทอง,กิ่งทอง ชื่อนี้ฟังแล้วไม่ธรรมดาเลย รอให้เหลนตาโตก่อน จะต้องยิ่งใหญ่เป็นแน่”
เจ้าตัวเล็กก็ให้เกรียติแก่คุณตาทวดของเขามาก พอตาทวดพูดจบ เขาก็ฉี่แล้วร้องไห้ออกมา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าน่าคึกคักเพียงใด
ตอนกลางคืนเด็กยังต้องกินนม บางทีก็นอนถึงแค่ตีสอง เขาก็นอนไม่หลับแล้วให้ส่งเสียงร้องงอแงออกมา ยู่ยี่หรี่ตาพลางโอ๋
ฉันทัชให้รู้สึกสงสาร ดังนั้นหลังจากที่เด็กกินนมเสร็จแล้ว เขาก็เอาเปลเด็กมาไว้ข้างเตียงที่เขานอน
เพียงแค่เขาขยับ ปากน้อยๆก็เริ่มเบะ ฉันทัชก็อุ้มเขามาไว้ในอ้อมกอดเป็นครั้งแรก แล้วเดินไปมารอบห้อง ตบเบาๆและพลางโอ๋ ไม่ให้เจ้าเด็กน้อยนั้นปลุกแม่ตัวเองตื่น
หลายวันผ่านไป ฉันทัชกลับดูแลเด็กเป็นมากกว่ายู่ยี่เสียอีก รู้ว่าเมื่อไหร่ป้อนนม เปลี่ยนผ้าอ้อม เขาทำอย่างช่ำชอง จนทำให้ยู่ยี่ต้องตะลึง
ยู่ยี่เปลี่ยนผ้าอ้อมตั้งหลายครั้ง หลังจากเปลี่ยน เจ้าเด็กน้อยก็ร้องไห้ไม่หยุด เธอโอ๋พลางตบ อยากจะให้กินนมอีกก็ไม่สามารถที่จะทำให้เด็กน้อยนั้นหยุดส่งเสียงร้องได้
เห็นอย่างนั้นฉันทัชยิ้มแล้วเดินเข้ามา แล้วมารับเด็กไปจากมือเธอ แล้วเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ใหม่
แล้วหลังจากนั้นเจ้าเด็กก็เงียบลง
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ครูเจ้าเสน่ห์คนนี้ประธานจอง