หลังจากทราบข่าวเรื่องอุบัติเหตุ คุณแม่ธันยวีร์ คุณพ่อธนพงษ์ และคุณท่านประเสริฐต่างก็รีบตามมาดู
แม้ตอนที่อยู่เฮทเคจะรู้แล้วว่าไม่ได้เป็นอะไร แต่ก็ยังไม่วางใจ ตามมาในคืนนั้นทันที พอได้เห็นกับตา ก็ถึงเบาใจลงได้จริงๆ
ยู่ยี่เล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ทั้งสามคนฟัง มีเพียงความเงียบเท่านั้นที่เกิดขึ้น
คุณแม่ธันยวีร์กล่าวว่า“ในเมื่อเขาสำนึกผิดแล้ว ก็ให้โอกาสเขาสักครั้งเถอะ แม้จะรู้สึกผิดกับยี่ แต่ใครใช้ให้ตระกูลยศณะราคินของเราเป็นหนี้ตระกูลอนันต์ธชัยของพวกเขากันล่ะ แต่นี้ต่อไปบุญคุณที่ติดค้างตระกูลอนันต์ธชัยก็ถือว่าชดใช้หมดแล้ว ฉันจะไม่ใจอ่อนและลังเลอีก ขอโทษนะยี่ หนี้ของตระกูลยศณะราคินของเราให้เธอต้องมาแบกรับเอาไว้ ”
ยู่ยี่ส่ายหัว แสดงให้รู้ว่าเธอไม่ได้เป็นอะไร“ หนูคิดเหมือนแม่ค่ะ ”
คุณพ่อธนพงษ์ก็พูดขึ้นว่า“พูดกล่อมฉันทัชเอาเถอะ ฉันก็คิดเหมือนพวกเธอ แต่ครั้งนี้เขาล้ำเส้นของฉันทัชจริงๆ”
“ตอนนั้นถ้าไม่ใช่เพราะความสัมพันธ์ของเรา บางทีโศกนาฏกรรมนั้นอาจจะหลีกเลี่ยงได้ ในเมื่อการเปลี่ยนแปลงของเขาเกี่ยวข้องกับดาหวัน และสำนึกผิดแล้ว ก็ปล่อยเขาไปสักครั้งเถอะ ”
คุณท่านประเสริฐกล่าวว่า “การตัดสินใจครั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับยี่ที่จะพูดกับฉันทัชแล้ว”
ยู่ยี่เงยหน้าขึ้น“ทำไมต้องเป็นหนูที่เป็นคนพูดด้วยล่ะคะ ? คุณปู่เป็นที่เคารพนับถือ ไม่ว่ายังไง คุณปู่พูดเองน่าจะเหมาะสมกว่า!คำพูดหนูไม่มีน้ำหนักหรอกค่ะ”
“สมัยนี้ถ้าอุ้มได้ใครยังจะแบกอยู่อีก ? เจ้าเด็กนั่นมันรักฉันหรือไง ? คำพูดเรายังมันยังพอฟัง คำพูดของฉันมันสนใจที่ไหน เข้าหูซ้ายออกหูขวา ทำไปแล้วค่อยมารายงานฉันทีหลัง!”คุณท่านเค้นเสียงหึออกมาอย่างไม่พอใจ“ เห็นปู่ดีกว่าคนรัก เคยได้ยินไหม?”
“……”ยู่ยี่
“ภารกิจสำคัญนี้ก็ฝากเราด้วยนะ!กิ่งทองล่ะ ? หลานรักปู่อยู่ไหน ? ปู่ไม่เจอนานแล้วนะ ขอปู่หอมหน่อยเร็ว!”หันหลัง คุณท่านประเสริฐก็ไปหาเหลนชายสุดที่รัก
ตอนดึกก่อนเข้านอน ยู่ยี่ก็คุยเรื่องนี้กับฉันทัชอีกครั้ง
ฉันทัชถามเธอทำไมถึงได้สนใจเรื่องนี้นัก ?
“ไม่ได้สนใจ แค่รู้สึกหนักอึ้ง มันเหมือนเป็นภาระ กับความมีน้ำใจของเขาที่มีให้ในตอนนั้นทำฉันรู้สึกไม่อยากจะโหดร้ายกับเขามากนัก ”
ไม่พูดอะไร ฉันทัชเดินไปห้องน้ำ ทำเอายู่ยี่โกรธจนต้องกระโดดไปมา เขาช่างเป็นคนเปลี่ยนเรื่องได้เก่งจริงๆ
สองวันต่อมา อาคิระกลับจากเฮทเคมาที่เมืองS เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ยังเป็นตัวเดิมกับที่ใส่ไปในป่าวันนั้น สกปรก และเลอะเทอะมาก
เขาไม่ได้พักผ่อนเลย ดวงตามีเส้นเลือดฝอย ตอนที่เขามา ยู่ยี่กับฉันทัชก็อยู่ด้วยกันทั้งคู่
“เรื่องนั้นเป็นความผิดของฉันเอง ตอนนี้ฉันมาแล้ว ทำตามที่สัญญาเอาไว้”เขาไม่ได้นอนมาหลายวัน ร่างกายเหนื่อยล้าถึงขีดสุด
ยังไม่ทันที่ยู่ยี่จะได้พูดอะไร ฉันทัชก็ลุกขึ้น เหวี่ยงหมัดไปที่ใบหน้าของเขาเต็มแรง
อาคิระที่ไร้เรี่ยวแรงล้มลงกับพื้น มุมปากมีเลือดไหลออก สองมือพยุงพื้น ยืนขึ้น ไม่ขัดขืน และไม่โต้ตอบ
แต่ยืนนิ่งได้ไม่นาน ฉันทัชก็ต่อยเข้ามาอีกหมัด เลือดที่มุมปากไหลมากขึ้นอีก อาคิระเดินตัวลอย ยืนไม่นิ่ง
ยู่ยี่วิตกกังวลและเป็นห่วง เอื้อมมือไปดึงแขนของชายหนุ่มเอาไว้ จากนั้น กลับถูกฉันทัชพาไปยืนซะไกล
กว่าอาคิระจะยืนนิ่งได้ และพูดกับยู่ยี่ว่า“ รบกวนคุณช่วยออกไปก่อนได้ไหม ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับเขาตามลำพัง ”
เธอไม่วางใจ กลัวอาคิระจะถูกซ้อมจนตาย และยิ่งกังวลกลัวว่าฉันทัชจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ แล้วทำเรื่องที่ไม่อาจแก้ไขได้
แต่แล้ว อาคิระก็พูดขึ้นว่า “ได้โปรด”
สูดหายใจลึก ยู่ยี่มองไปยังฉันทัช แล้วพูดว่า “อย่าลืมว่ายังมีฉัน มีกิ่งทอง อย่าวู่วามเด็ดขาด ”
เธอยืนอยู่หน้าประตู ด้านในกำลังคุยอะไรกัน ก็แทบไม่ได้ยิน แต่ก็ยังคงเอาหูแนบไปกับประตู
“ไม่ว่ายังไง ฉันก็ต้องขอโทษนายด้วย กับสิ่งที่ฉันทำมาทั้งหมดก่อนหน้า” อาคิระมองไปยังฉันทัชด้วยสายตาที่จริงจัง
เขาเป็นคนสุภาพอ่อนโยนมาโดยตลอด แววตาเต็มไปด้วยความหมางเมินและเย็นชา เย็นชาจนราวกับถูกปกคลุมไปด้วยน้ำค้างแข็ง“หากคำขอโทษมันมีประโยชน์ โลกนี้ก็ไม่ต้องมีกฎหมายแล้วสิ……”
“ฉันรู้ว่านายไม่มีทางยกโทษให้ฉัน และฉันก็ไม่ได้คาดหวังว่านายจะยกโทษให้ ทำอะไรไว้ก็สมควรที่จะต้องชดใช้ แต่มีเรื่องหนึ่ง ฉันขอได้ไหม ? ”อาคิระพูดอย่างเชื่องช้า เสียดสี“เพื่อนฉันมีไม่มาก คนที่ฉันไว้ใจ และเชื่อใจก็มีแค่นายคนเดียว ในระหว่างที่ฉันอยู่ในคุก ลูกกับบริษัทฝากนายช่วยดูแลที นอกจากนายแล้ว ฉันก็ไม่ไว้ใจใครเลย……”
แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังรู้สึกว่าคำขอนี้มันดูจะมากเกินไป แต่เขา ก็ไม่มีทางเลือกอื่น
“เพื่อน ขอโทษ……”อาคิระพยุงตัวยืนขึ้น ตอนที่เดินผ่านฉันทัช เขายื่นมือไป จากนั้นก็ทักทายกันในแบบที่พวกเขาชอบทำกันประจำ ตบไปที่หน้าอกเบาๆ ริมฝีปากยกยิ้ม “ อภัยให้ฉัน เพื่อน ดูแลตัวเองด้วย ……”
เพื่อน นายจะเป็นเพื่อนของฉันตลอดไป!ต่อให้ นายจะไม่เรียกฉันว่าเพื่อนแล้ว !หรือต่อให้ ต่อไปเราจะเป็นแค่คนแปลกหน้าระหว่างกัน ฉันก็จะถือว่านายเป็นเพื่อนของฉันตลอดไป!
ดวงตาของเขาเลิกขึ้นเล็กน้อย ปลายนิ้วของฉันทัชขยับ แต่ไม่พูดอะไร หลังจากที่เขาจากไป ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วกดโทรออก
ยู่ยี่วิ่งเข้ามา“อาคิระไปไหนแล้ว?”
“คงไปสถานีตำรวจ……”ริมฝีปากบางเปล่งเสียงออกมา เขาคลายเนกไทที่คอออก
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ครูเจ้าเสน่ห์คนนี้ประธานจอง