ระหว่างทาง พนาวันก็เอ่ยพูดขึ้นมาว่า “ฉันอยากเข้าห้องน้ำ”
“ได้” มนตรีพยักหน้า
เมื่อพนาวันลุกขึ้น ก็มีพนักงานบริการพาเธอไปเข้าห้องน้ำ
ในตอนที่เห็นผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงอ่างล้างมือ เธอก็ยืนแข็งทื่ออยู่กับที่
โลกช่างกลมจริงๆ
ในสถานที่แบบนี้ ยังต้องมาเจอกันอีก
แต่ว่าพนาวันก็ไม่มีทีท่าว่าจะสนใจ ทำเป็นมองข้ามอีกฝ่ายไป
“หยุดก่อน!”
อาคิระกระตุกริมฝีปากบาง น้ำเสียงทั้งเยือกเย็นและทุ้มลึก
พนาวันชะงักฝีเท้า “มีอะไรหรือเปล่า?”
“จะไปอเมริกาไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมคนที่กำลังจะไปต่างประเทศถึงได้หางานที่เมืองจีต่ออยู่ล่ะ เหอะ พนาวัน คำพูดที่ออกมาจากปากของเธอเคยมีคำไหนเป็นเรื่องจริงบ้างไหม?”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ พนาวันก็หัวเราะออกมา “คุณอยากได้สิทธิ์เลี้ยงดูหมีพูล ไหนจะไม่ให้ฉันเจอเขาอีก ฉันก็เลยจงใจแต่งเรื่องว่าจะไปอเมริกาเพื่อตัดความคิดถึงของลูกนี่ไง น่าขำเสียจริง ตอนนี้ยังมีหน้ามาโทษฉันอีกนะ”
ดวงตาดำขลับของอาคิระจดจ้องมาที่เธอ พร้อมกับหรี่ตาลง
“อีกอย่าง ถึงฉันจะโกหกฉันก็โกหกแค่หมีพูล คุณเกี่ยวอะไรด้วย?”
เมื่อถูกสวนกลับมาแบบนี้ อาคิระก็นิ่งไป ถูกขัดจนพูดอะไรไม่ออก
แต่เพียงไม่กี่นาที เขาก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม
อาคิระใช้มือทั้งสองข้างเหน็บกระเป๋ากางเกง พร้อมกับมองมาที่เธอ เอ่ยพูดว่า “ไม่ทันไรก็เอาตัวไปอยู่ในอ้อมกอดผู้ชายเร็วขนาดนี้ คงขายดีมากสินะ”
พนาวันเค้นยิ้มออกมา แล้วเอ่ยพูดว่า “ฉันยังสาวยังสวย โบราณว่าเอาไว้ ยังไงก็ไม่ตายอยู่บนคานหรอก”
อาคิระมองมาที่เธอ นัยน์ตาลุ่มลึกอัดแน่นไปด้วยความโกรธ
แต่พนาวันกลับไม่กลัวเลยสักนิด เธอยืดอกสบตากับเขาอย่างไม่ลดละ
“อืม ธรรมชาติของมนุษย์”
อาคิระทิ้งท้ายเอาไว้แค่นี้ ก็หันหลังเดินจากไป
เธอพูดถูก
เขาเองก็เห็นด้วย
คนที่หย่าแล้ว มีสิทธิ์ไล่ตามชีวิตใหม่ที่ตัวเองต้องการทั้งนั้น
เมื่อไม่มีอารมณ์ทานอะไรต่อ อาคิระก็หยิบชุดสูทเดินออกไปจากร้าน
บริเวณลานจดรถ
ลุงสินมารออยู่ตรงนั้นก่อนแล้ว
อาคิระก้าวเดินยาวๆขึ้นไปนั่งบนรถ “กลับบริษัท”
สีหน้าของลุงสินลำบากใจเล็กน้อย ลอบถามอย่างระมัดระวังว่า “คุณชาย แต่ผมต้องไปรับคุณชายน้อยที่โรงเรียนนะครับ หรือไม่อย่างนั้น ให้คุณอื่นไปรับแทนไหมครับ?”
เมื่อได้ยินแบบนี้ อาคิระก็อดที่จะโมโหไม่ได้
เป็นแม่คนแล้วแท้ๆ ยังมีหน้าไปนัดเจอกับผู้ชายคนอื่น แม้แต่ลูกตัวเองก็ไม่สนใจ เหอะ ช่างกล้า
เขากระตุกริมฝีปาก ทิ้งท้ายเอาไว้ว่า “ให้พนาวันไปรับ”
ลุงชินชะงักนิ่ง “ห๊า?”
“ห๊าอะไร? มีเวลาไปเฉิดฉาย แต่ไม่มีเวลาไปรับลูกตัวเองหรือไง?”
คำพูดนี้พอฟังดูแล้ว มันดูแปลกๆยังไงชอบกลนะ?
ลุงสินประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่กล้าถามเยอะ “คุณพนาวันไม่ค่อยไปโรงเรียน ถึงโทรไปหา ก็คงไม่มีประโยชน์หรอกครับ”
อาคิระจับประโยคของเขาได้แค่บางคำ “ทำไมถึงไม่ค่อยไปโรงเรียน?”
“ก่อนหน้านี้คุณพนาวันเคยไปส่งคุณชายน้อยที่โรงเรียนครั้งหนึ่ง แต่ว่าพวกเพื่อนๆของคุณชายน้อยเอาแต่พูดถึงเรื่องขาของคุณพนาวัน แถมยังแอบพูดลับหลังว่าเธอขาเป๋ คุณชายน้อยเลยทะเลาะกับเพื่อน พอกลับมาถึงบ้าน คุณก็เอาแต่ด่าว่าคุณพนาวัน ตั้งแต่วันนั้น เธอก็ไม่ไปที่โรงเรียนอีกเลย”
“ฉันด่าเธอ? ด่าว่าอะไร?” เขาจำไม่ได้เลยสักนิด มากไปกว่านั้นคือจำไม่ได้ว่าตัวเองเคยด่าเธอเอาไว้
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ครูเจ้าเสน่ห์คนนี้ประธานจอง