อาคิระเดือดในอกปุดๆ ลมหายใจกระเพื่อมขึ้นๆลงๆ
“อามนตรีกับทำงานที่เดียวกัน ตอนเช้าก็ไปทำงานด้วยกันได้ พอเลิกงานพวกเขาก็ไปหาซื้อของมาทำกินด้วยกัน แบบนี้เหมาะสมสุดๆ เพราะฉะนั้นพ่อไม่ต้องไปหาแม่แล้วนะ”
หมีพูลกำชับอย่างไม่วางใจ
“หุบปากไปเลยแกน่ะ! ถ้ายังไม่หยุดพูดล่ะก็ ฉันจับแกโยนออกไปจริงๆด้วย”
ยิ่งฟังไฟก็ยิ่งลุก หัวใจมันบีบรัดไปหมด อาคิระจึงต้องเอ่ยดุลูกอย่างอารมณ์ไม่ดี
หมีพูลดื่มน้ำแล้วพูดว่า “
“พ่อ พ่อโกรธอีกแล้วนะ ทำไมล่ะ?”
ที่อาคิระคุยกับลูกเรื่องนี้ ก็เพราะว่าอยากให้ลูกคัดค้านเรื่องของมนตรีกับแม่ตัวเอง
เขานึกว่าลูกจะร้องไห้โวยวานเพราะคิดว่าตัวเองกำลังจะถูกทิ้ง แต่ว่าสิ่งที่ได้คือ?
สิ่งที่เขาคาดหวังเอาไว้ไม่เป็นจริงเลยสักนิด กลับกันเขากลับถูกกระตุ้นหนักขึ้นเรื่อยๆ จนแทบโมโหตาย เพราะเพลิงโกรธที่มีอยู่เต็มกาย
เด็กตัวแค่นี้ แต่กลับพูดออกมาซะคล่องปรื๋อ
เขาแทบจะเถียงอะไรลูกไม่ได้เลย กลับกันมีแต่ทำให้เขาโมโหหนักกว่าเดิม
อะไรดีๆไม่สืบทอดไปเลยหรือไง เอาแต่สืบทอดข้อเสียของพนาวันอยู่ได้
เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ หมีพูลก็ถูกพาไปอาบน้ำ
ไม่ได้เจอหน้าคุณหนูสองวัน ลุงสินจึงคิดถึงเขามากๆ ถึงกับเดินเข้ามาอุ้มพาไปอาบน้ำ
ด้านอาคิระเองก็ตรงเข้าไปอาบน้ำเหมือนกัน เขาใช้น้ำเย็นๆดับไฟที่กำลังสุมอยู่ภายในกาย
น้ำเย็นๆไหลลงมาตามสายผ่านใบหน้า ฝ่ามือใหญ่ของเขาปาดเช็ดออก รู้สึกเย็นสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
แต่จู่ๆคำพูดของหมีพูลก็สะท้อนเข้ามาในหัวอย่างไม่มีสัญญาณบอกกล่าวล่วงหน้า
เวลาเห็นแม่อยู่กับอามนตรี ทำไมต้องโกรธด้วย?
นั่นสิทำไมต้องโกรธด้วย?
เขาเองก็เอาแต่ถามตัวเองอยู่เหมือนกัน ทำไมตอนนั้นถึงได้โกรธขนาดนั้น โกรธจนอยากใช้สายตาทิ่มแทงผู้ชายคนนั้นให้ตาย!
ก็เหมือนอย่างที่หมีพูลพูด หย่าก็หย่ากันแล้ว ไม่ว่าเธอจะไปยุ่งกับผู้ชายคนไหนมันก็เรื่องของเธอ เธอไม่ได้แอบไปมีชู้ลับหลังเขาซะหน่อย แล้วทำไมเขาต้องโกรธขนาดนั้น?
อาคิระสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วพ่นความอัดอั้นที่มีอยู่ข้างในออกมาให้หมด
เขาหลับตาลง เพื่อให้ความคิดสงบ
บรรยากาศรอบด้านเงียบกริบ ได้ยินแค่เสียงน้ำไหลกับเสียงหายใจของเขา
น้ำที่ไหลออกมาเย็นมาก แต่ก็ทำให้ได้สติมากขึ้น
ในหัวมันขาวโพลนไปหมด เหมือนหมอกหนาๆที่ปกคลุมในดงเกร็ดน้ำค้าง ขาวโพลนและเงียบสงบ
เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น
อาคิระที่ปกติมักจะตื่นเช้าวันนี้กลับยังไม่ตื่นขึ้นมา ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด
ส่วนหมีพูลทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว
ลุงสินจึงเทนมอุ่นให้เขา
ในตอนนี้เองเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นมา เนื่องจากอาคิระกำลังบันไดมาอย่างเร่งรีบ
“เก็บของ” เขาเดินเข้าไปนั่งลงตรงข้ามกับหมีพูล แล้วยกน้ำขึ้นมาดื่ม
“ทำไมครับ?”
หมีพูลยังคงดื่มนมอย่างไม่รีบไม่ร้อน
เพราะว่าวันนี้เป็นวันอาทิตย์ เขาจึงไม่ต้องไปโรงเรียน
“ช่วงนี้งานที่บริษัทค่อนข้างยุ่ง ฉันไม่มีเวลาดูแลแก เดี๋ยวจะให้ไปอยู่กับแม่แกก่อน อาทิตย์หน้าเดี๋ยวฉันไปรับ” เขาเอ่ยพูด
ได้ยินแบบนั้น หมีพูลก็ส่งเสียงออกมาอย่างดีใจ กระโดดโลดเต้นขึ้นไปชั้นบน
ไม่นานเขาก็เก็บของเสร็จ ยกกระเป๋าเดินทางเอาไว้รอแล้ว
ลุงสินเดินเข้าไปถือให้ แล้ววางไว้หลังรถ
ส่วนอาคิระขึ้นประจำตำแหน่งคนขับ
หมีพูลขึ้นมานั่งเบาะข้างคนขับ ความร่าเริงบนใบหน้าเล็กๆไม่เคยขาดหายไปแม้แต่วินาทีเดียว ดูตื้นเต้นดีใจจนออกนอกหน้าออกตา
เมื่อเห็นท่าทางของลูก เขาก็แอบตัดพ้อออกมาว่า “ทำอย่างกับว่าอยู่กับพ่อเหมือนอยู่นรก อยู่กับแม่เหมือนอยู่สวรรค์ไปได้ หุบยิ้มไม่ได้เลยล่ะสิ หืม?”
หมีพูลเอ่ยพูดอย่างมีเหตุผลโต้เถียง “ก็ผมโตมากับแม่นี่นา”
ได้ยินแบบนั้น อาคิระก็เงียบลงถนัดตา
ที่ลูกพูดมาก็ถูก ตลอดแปดปีที่ผ่านมา เธอเป็นคนเลี้ยงลูกให้เติบโตขึ้นมาเองกับมือ
ส่วนเขากับลูกเพิ่งมาอยู่ด้วยกันได้ไม่ถึงหนึ่งร้อยวันด้วยซ้ำ ถ้าให้เลือก ยังไงลูกก็คงต้องชอบอยู่กับแม่มากกว่าอยู่แล้ว
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ครูเจ้าเสน่ห์คนนี้ประธานจอง