“ดนัย ในเมื่อเธอไปแล้วก็ปล่อยให้เธอไปเถอะ เราก็นอนค้างซะที่นี่ แม่ไม่เจอเราตั้งนานแล้ว คืนนี้เราสองคนแม่ลูกจะได้มีเวลาพูดคุยกัน”
นีรดาไม่ได้สนใจกับการจากไปของนาโน พูดกับดนัยด้วยใบหน้าที่อิ่มเอมใจ และมีความสุข
ปลายนิ้วที่เรียวยาวยีไปยังกลุ่มผมที่ดำขลับ ดวงตาดนัยวูบไหวเล็กน้อย เอ่ยปากพูด“ยังมีเอกสารด่วนอีกสองสามฉบับที่ต้องจัดการ บริษัทต้องใช้มันในพรุ่งนี้เช้า ผมขอตัวก่อนดีกว่านะครับแม่ !”
“ดนัย!”เสียงของนีรดาเศร้าสร้อย
แต่ว่า ดนัยก็ได้เดินออกจากห้องนั่งเล่นไปแล้ว
เขาก็ลำบากใจเหมือนกัน อีกคนก็ภรรยา อีกคนก็แม่ตัวเอง
นีรดากอดโตโต้เอาไว้ เปลวไฟในอกยากที่จะมอดดับ“ใครหนอช่างว่าเลี้ยงลูกเอาไว้ดูแลตนเองยามแก่ชรา นี่ยังไม่แก่เลย ก็เอาเมียไม่เอาแม่แล้ว !”
กับเรื่องนี้ เธอยิ่งไม่พอใจนาโนมากขึ้นไปอีก!
ยังไม่ทันแก่ตัวเลย ตอนนี้ดนัยก็ไม่เชื่อฟังคำเธอแล้ว แบบนี้ต่อไป คงต้องถูกนาโนเป่าหูจนลืมเธอเป็นแน่ !
นาโนกับดนัยกลับมาถึงที่บ้านพักในเวลาไล่เลี่ยกัน ห่างกันไม่ถึงสิบนาทีได้
“ทำไมคุณกลับมาเร็วจัง ?”นาโนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
“คนเป็นภรรยากลับแล้ว ผมจะยังต้องอยู่อีกทำไม ?”ดนัยเลิกคิ้ว บ่นอย่างโกรธเคือง“ คุณนี่ก็ช่างใจดำจริงๆ หนีออกมาคนเดียว แล้วปล่อยผมทิ้งเอาไว้”
นาโนกระแอมไอเบาๆ“คุณแม่ไม่โกรธเหรอ ? ที่คุณก็ตามกลับมาแบบนี้”
“จะเป็นไปได้ยังไง ?”ดนัยถอนหายใจเสียงเบา“ที่รัก หากต่อไปแม่เขาเรียกร้องอะไรที่ไม่ได้เกินไปนัก คุณตามใจท่านบ้าง ไม่ได้เลยหรือยังไง?”
“อันที่จริง ฉันก็ตามใจท่านตลอด แต่ท่านไม่เคยจะคิดถึงความรู้สึกของฉันเลย!”นาโนเองก็ไม่พอใจเช่นกัน“ ท่านชอบพูดต่อว่าตำหนิฉัน !”
ดนัยรู้สึกปวดหัวอย่างมาก ทั้งสองคนต่างไม่มีใครยอมใคร และไม่ยอมรับความผิดของตนเอง แข็งข้อใส่กันแบบนี้
“นอกจากนี้ สิ่งที่ฉันขอไปก็ไม่ได้มากมายอะไร อยู่ที่นี่สี่วัน อยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลเตชะโสภาสามวัน ”
“ผมรู้ว่าคำขอของคุณไม่ได้มากเกินไป แต่ท่านอายุมากแล้ว ต่อไปหากมีความเห็นที่ไม่ตรงกัน ช่วยนั่งลงแล้วค่อยๆพูดคุยกันดีๆได้ไหม ?”
“ฉันทำได้ แต่ท่านต้องให้โอกาสนี้กับฉัน และต้องนั่งตรงนั้นอย่างสบายใจ แต่ว่า คุณคิดว่าระหว่างเราจะเป็นไปได้เหรอ ? แม่คอยแต่จะชี้นิ้วสั่ง และฉันก็ต้องเป็นผู้ฟังที่ดี ช่างมันเถอะ ไม่พูดแล้ว ฉันจะไปอาบน้ำ จะได้พักผ่อน……”
ที่กลางห้องก็จึงเหลือดนัยเพียงคนเดียว
มือของเขาเจอบุหรี่ในกระเป๋า แล้วชะงัก โทรศัพท์ก็ดังขึ้นในตอนนี้ เป็นสายจากนีรดาโทรมา
เธอรู้สึกเสียใจมาก ที่ลูกชายวิ่งตามลูกสะใภ้ไปแบบนี้ ก็จึงมาระบายความทุกข์ผ่านทางโทรศัพท์
ดนัยถอนหายใจอย่างเงียบๆในใจ จากนั้นก็พูดปลอบเธอ“ผมรู้ ผมรู้แล้ว ผมจะเกลี้ยกล่อมเธอเอง จากนั้นก็พาเธอออกไปอยู่ข้างนอก ตกลงไหมครับ ?”
นีรดายังคงพูดต่อ ดนัยก็อดทนฟัง เขารู้ว่าคำพูดเมื่อครู่ของเขานั้นมันทำร้ายความรู้สึกของเธออย่างมาก
พูดคุยไปเรื่อยอยู่นานสองนาน นีรดาก็ถึงได้หยุด และวางสายไป
ดนัยรู้สึกว่าจะพักอยู่ที่ไหนก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ คฤหาสน์ตระกูลเตชะโสภามีไว้นอน ที่นี่ก็นอนเหมือนกัน คงต้องหาเวลา พูดเกลี้ยกล่อมนาโนแล้ว
นีรดาอายุมากแล้ว แข้งขาก็เดินเหินไม่สะดวก ต่อให้จะมีคนรับใช้คอยอยู่ข้างๆ จะสู้ลูกชายตัวเองได้ยังไง?
เขาครุ่นคิด จะย้ายออกไปอยู่ก็ได้
แต่อย่างน้อยก็ต้องรอให้ขาของแม่หายดีซะก่อน จากนั้นก็ค่อยย้ายออกมา……
นิสัยของนาโนอันที่จริงแล้วก็ถือว่าดีมาก หากพูดคุยกันด้วยเหตุผล เธอก็จะเปิดใจยอมรับมันได้เป็นอย่างดี
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ความว้าวุ่นใจที่มีก็เบาบางลงไปได้บ้าง ฮัมเพลง แล้วถอดเสื้อเชิ้ตสีขาวที่สวมใส่อยู่ออก เดินเข้าห้องน้ำไป
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ครูเจ้าเสน่ห์คนนี้ประธานจอง