“บ้าเอ๊ย!”
ฉู่จื่อหลานโมโหหนักกว่าเดิมในพริบตา อยากจะพุ่งเข้าไปฉีกหลินอู๋เป็นชิ้น ๆ ซะเดี๋ยวนั้นเลย!
“ก็แค่ลูกสาวของมือที่สาม แถมตัวเองก็เป็นมือที่สามอีก เธอมาทำได้ใจอะไรไม่ทราบ! เป็นสาวเจ้าเสน่ห์งั้นเหรอ! ฉันว่าเธอก็แค่ดอกไม้ริมทางเน่า ๆ มากกว่า แหวะ!”
หรงฉือรินน้ำให้เธออีกแก้วหนึ่ง ก่อนเอ่ยถาม “สาวเจ้าเสน่ห์อะไรเหรอ?”
“ก็หลินอู๋ไง อย่างที่เหยาซินปั๋วเพื่อนคนเมื่อกี้ของเหรินจี่เฟิงพูดนั่นแหละ ตอนนี้ไม่รู้ว่าทำไมพวกคุณชายที่สมองกลับในแวดวงถึงได้หลงเสน่ห์เธอจนโงหัวไม่ขึ้นกันแล้ว ตอนนี้ทุกคนต่างบอกว่าเธอเป็นสาวเจ้าเสน่ห์ ใครเห็นก็เป็นต้องหลงไปทุกราย!”
ฉู่จื่อหลานยังคงบ่นไม่หยุด “แต่ต่อให้พวกไร้สมองนั่นพูดแบบนั้นก็ยังพอว่า คิดไม่ถึงว่าแม้แต่เฟิงถิงเซินกับเหรินจี่เฟิงก็ยัง...”
ฉู่จื่อหลานอารมณ์ขึ้นชั่วขณะ พอสงบสติอารมณ์ได้อีกครั้ง ถึงค่อยรู้สึกว่าหรงฉือฟังแล้วคงต้องรู้สึกแย่แน่ จึงเงียบปากทันที “ไม่ใช่นะ เสี่ยวฉือ คือฉันก็แค่...”
หรงฉือส่ายหน้า “ฉันไม่เป็นไร”
ตั้งแต่เด็กพวกหลินลี่ไห่ หลินลี่หลานและคุณย่าหลินต่างก็ลำเอียงรักหลินอู๋มากกว่า ในสองปีมานี้เฟิงถิงเซินก็ตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกพบ เฟิงจิ่งซินอยากให้เธอมาเป็นแม่...
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมากมายที่เกิดขึ้น หรือว่าความรู้สึกของเธอจะเป็นเช่นไร เธอก็ไม่เคยพูดกับใครเลย
เธอแทบไม่เคยร้องไห้จริงจังเพราะเรื่องพวกนี้ด้วยซ้ำ
หากเธอรับไม่ไหวจริง ๆ ตอนที่เกิดเรื่องใดเรื่องหนึ่งขึ้นตามข้างต้นที่กล่าวมานี้ ก็ล้วนแล้วแต่สามารถทำให้เธอแตกสลายได้ทั้งนั้น
แต่ผ่านไปตั้งหลายปี เธอก็ผ่านมาได้อยู่ดีไม่ใช่เหรอ
เมื่อเทียบกับเรื่องเหล่านี้แล้ว พวกเหรินจี่เฟิงจะนับเป็นอะไรได้?
หลังจากได้ยินคำพูดของเหรินจี่เฟิงกับเพื่อนของเขา บอกได้เลยว่าไม่ได้มีผลกระทบอะไรต่อใจเธอเลย
ฉู่จื่อหลานชะงักไปเล็กน้อย ไม่ได้พูดอะไรอีก อ้าแขนโผเข้ามาสวมกอดเธอ “เสี่ยวฉือ...”
หรงฉือหัวเราะแล้วพูดว่า “นี่ก็ดึกแล้ว เรากลับกันเถอะ”
“ได้ ส่วนเรื่องของขวัญของคุณยายเธอ ไว้ฉันจะไปเลือกซื้อเป็นเพื่อนเธอวันหลังนะ ฉันไม่เชื่อว่าจะหาของที่ถูกใจเธอไม่ได้”
หรงฉือหัวเราะ “ได้”
ฉู่จื่อหลานจูงมือของเธอ และจากไปพร้อมกัน
ขณะออกมาแล้วมุ่งหน้าไปที่ลานจอดรถ ก็ได้บังเอิญพบกับเฟิงถิงเซินและหลินอู๋ที่กำลังจะกลับพอดี
เฟิงถิงเซินกับหลินอู๋มองมาแล้ว หรงฉือก็ทำเป็นไม่เห็น เดินรุดขึ้นรถไปก่อน
ฉู่จื่อหลานส่งเสียงฮึดฮัดใส่เฟิงถิงเซินกับหลินอู๋ไปหนึ่งที ก่อนดึงเปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับออก
ไม่นานตัวรถก็ขับเคลื่อนออกไป
หลินอู๋มองไปยังเฟิงถิงเซิน
เฟิงถิงเซินพูด “ไปกันเถอะ”
หลินอู๋ยิ้มหวาน “ค่ะ”
ระหว่างที่พูด ก็ใช้หางตามองตามทางที่หรงฉือจากไป แล้วฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิม
……
หรงฉือพาฉู่จื่อหลานกลับไปส่งที่บ้าน และกำลังคิดว่าจะหมุนพวงมาลัยแล้วออกรถ ก็มีสายจากเฟิงจิ่งซินโทรเข้ามา
“แม่คะ แม่จะกลับมาเมื่อไหร่?”
หรงฉือเชื่อมต่อบลูทูทไว้ จึงสตาร์ตเครื่องไปพลาง คุยสายไปพลาง “วันนี้แม่ไม่กลับไปแล้ว หนูรีบพักผ่อนเถอะ ไว้แม่เสร็จงานแล้วจะไปหาหนูทันที”
“ก็ได้ค่ะ...”
ฟังจากน้ำเสียงของเฟิงจิ่งซิน หรงฉือก็รู้ทันทีว่าความจริงเธอแค่เบื่อเท่านั้น
ตอนนี้เธอชอบอยู่ใกล้ ๆ หลินอู๋ที่สุด
ทว่าคืนนี้หลินอู๋ไปร่วมงานประมูลกับเฟิงถิงเซินกันสองคน ไม่ได้พาเธอไปด้วย เธอเลยเบื่อและเหงา ถึงได้นึกถึงหรงฉือ
หรงฉือพูด “ฝันดีนะ”
“ค่ะ ฝันดีค่ะคุณแม่”
สองวันต่อมา หรงฉืองานยุ่งมาก เดิมทีอยากหาเวลาออกไปเดินซื้อของสักหน่อย จะได้ดูว่ามีอะไรที่เหมาะสำหรับเป็นของขวัญให้คุณยายได้บ้าง แต่เธอกลับยุ่งจนไม่มีเวลาเลย
หลังจากยุ่งอยู่กับงานติดต่อกันมาสองวัน อวี้มั่วซวินต้องการให้รางวัลตอบแทนทุกคน ตอนเที่ยงของวันที่สาม ทางบริษัทจึงจัดเลี้ยงอาหารมื้อใหญ่ให้กับสมาชิกทีมของพวกเขา
พอรับประทานกันจนใกล้เสร็จแล้ว หรงฉือก็ไปห้องน้ำ
หลังออกมาจากห้องน้ำ ขณะกลับไปยังห้องอาหารส่วนตัว จู่ ๆ เธอพลันชะงักฝีเท้าลง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว
อยากให้ลงวันละ 10 ตอนจะขอบคุณมากค่ะ...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่เราเติมเงินได้เมื่อซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น เราไม่ได้มีเงินมากมายพอทำบัตเครดิตได้ ขอโทษนะคะ...