แน่นอนว่าคำพูดนี้เป็นการล้อเล่น
อวี้มั่วซวินจะให้หรงฉือจ่ายเงินได้อย่างไร
อีกทั้งเขาเองก็กังวลว่าหนานจื้อจือจะรู้เข้าว่าเขาพาหรงฉือมาดื่มเหล้าที่บาร์ หลังกลับไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์บาร์ ก็เดินทางกลับพร้อมกับหรงฉือ
เที่ยงวันต่อมา
หรงฉือขับรถไปรับหนานจื้อจือที่คฤหาสน์ของเขา
หลังหนานจื้อจือขึ้นรถแล้ว เธอก็เอ่ยถาม “อาจารย์ พวกเราจะไปที่ไหนกันเหรอคะ?”
หนานจื้อจือบอกที่อยู่ของสถานที่หนึ่ง
ครึ่งชั่วโมงให้หลัง หรงฉือกับหนานจื้อจือเดินทางมาถึงภัตตาคาร พวกเขาได้คนพาเข้าไปยังห้องส่วนตัว
ยามพวกเขาผลักประตูเข้าไป ด้านในก็มีคนนั่งอยู่แล้วด้วยกันสองคน
เป็นชายวัยกลางคนที่บุคลิกไม่ธรรมดาสองคน
เห็นพวกเขาเข้ามาแล้ว ทั้งสองคนเลยยืนขึ้น “มากันแล้ว”
“เหรินอี้อัน จี้หวนอิง” หนานจื้อจือยังคงแนะนำพวกเขาด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเหมือนอย่างเคย “นี่หรงฉือ ลูกศิษย์ผมเอง”
หรงฉือเคยเห็นพวกเขาในข่าวมาก่อน
พวกเขาสองคน คนหนึ่งดำรงตำแหน่งสำคัญในกองทัพ คนหนึ่งเป็นบุคคลเลื่องชื่อในแวดวงการเมือง
ทว่าท่าทียามที่พวกเขาเห็นหรงฉือนั้นกลับอบอุ่นเป็นอย่างยิ่ง จับมือกับเธอพลางกล่าวว่า “ได้พบหน้าสักที”
แม้ว่าหรงฉือจะงุนงง ทว่ายังคงจับมือพวกเขาทีละคนด้วยความสงบนิ่ง เธอกล่าวด้วยความเคารพระคนเปี่ยมมารยาท “เป็นฉันที่ควรพูดประโยคนี้กับพวกคุณมากกว่าค่ะ”
เหรินอี้อันกับจี้หวนอิงยิ้มเล็กน้อย ผายมือให้เธอนั่ง
เมื่อเธอนั่งลงแล้ว เหรินอี้อันจึงพูดขึ้นว่า “พวกเรารู้จักเธอมานานหลายปีแล้ว รอคอยให้อาจารย์หนานพามาแนะนำกับพวกเรามาตลอด แต่จนใจที่ทุกคนต่างมีภาระ ไม่มีเวลาเลย หลายวันนี้คนของพวกเรากำลังวิจัยระบบที่เธอวิจัยไว้ช่วงหลายวันก่อนนี้ สองวันนี้พวกเราก็มีเวลาว่างพอดี เลยอยากกินข้าวและพบเธอสักหน่อย”
หลังทักทายกัน หรงฉือก็พูดคุยกับพวกเขา
คุยเรื่องระบบ เรื่องไมโครชิป เรื่องพลังงาน...
หนานจื้อจือทำเพียงนั่งเงียบ ๆ กินข้าว ดื่มน้ำชาอยู่ข้าง ๆ ไม่เข้าไปแทรกบทสนทนาของพวกเขา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว
อยากให้ลงวันละ 10 ตอนจะขอบคุณมากค่ะ...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่เราเติมเงินได้เมื่อซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น เราไม่ได้มีเงินมากมายพอทำบัตเครดิตได้ ขอโทษนะคะ...