“ความเห็นเหรอ จะมากหรือน้อยก็มีอยู่บ้างแหละ แต่ไม่เป็นปัญหาใหญ่โตอะไร” ประธานหยางว่า “บริษัทมีโครงการดี ๆ ผู้ถือหุ้นคนอื่นย่อมอยากส่งคนของตัวเองไปทำ แต่ปกติแล้วประธานเฟิงจะจัดแจงด้วยตัวเองน้อยครั้งมาก คนอื่น ๆ คงไม่มีความเห็นอะไรทั้ง ๆ ที่ประธานเฟิงเพิ่งจัดให้คนของตัวเองเข้ามารับหน้าที่ในบางส่วนหรอก? ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งตระกูลหลินกับตระกูลซุนเองก็มีศักยภาพไม่เลว และเคารพกฎกติกามาก รวม ๆ แล้วไม่ถือเป็นปัญหาใหญ่โต”
อวี้มั่วซวิน “...”
เขาทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว เลยกล่าวออกไปว่า “โอเค งั้นไม่รบกวนคุณกับครอบครัวแล้ว คราวหน้าถ้ามีเวลาค่อยกินข้าวด้วยกันนะครับ”
ประธานหยาง “ครับ ๆ ๆ ”
หลังประธานหยางปลีกตัวออกไป อวี้มั่วซวินก็บอกหรงฉือว่า “พวกเราก็เข้าไปกันเถอะ”
หรงฉือ “อืม”
เมื่อทานข้าวเสร็จ และกลับถึงบริษัทได้ไม่นาน ก็ได้รับรายงานว่าเหรินจี่เฟิงมาแล้ว
หรงฉือกับอวี้มั่วซวินยังคงไม่คิดจะพบหน้าเขาอีกเช่นเคย
เหรินจี่เฟิงไม่ได้กลับไป กระทั่งถึงตอนเย็นที่หรงฉือเลิกงาน ขณะที่เดินไปลานจอดรถ เขาก็เรียกหรงฉือเอาไว้เสียก่อน “คุณหรง”
หรงฉือหมุนตัวกลับไป กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ประธานเหริน มีอะไรเหรอคะ?”
เหรินจี่เฟิงมองเธอ “พวกเราคุยกันหน่อยได้ไหม”
ทว่าหรงฉือกลับพูดออกไปว่า “จะคุยหรือจะตำหนิฉันเหรอคะ?”
เหรินจี่เฟิงชะงักไป จากนั้นจึงพูดออกไป “ผมจริงจังนะ ผมหวังว่าคุณหรงจะวางเรื่องบุญคุณความแค้นส่วนตัว แล้วเห็นแก่ส่วนรวมเป็นหลัก ไม่ละเลยต่อผลประโยชน์ของบริษัทพวกคุณเพราะบุญคุณความแค้นส่วนตัว”
นับว่าหรงฉือได้เปิดหูเปิดตาแล้ว
เธอว่า “คำพูดพวกนี้ ฉันว่าควรจะเป็นฉันที่บอกกับประธานเหรินมากว่าถึงจะถูกนะคะ”
ทั้งที่เป็นเขาเองที่นำอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองมาวางไว้กับการเจรจาพูดคุยของพวกเขาเพียงเพื่อหลินอู๋แท้ ๆ
ทว่าในฝั่งเขา กลับกลายเป็นว่าเธอเป็นฝ่ายที่ใช้อำนาจในทางที่ผิด ทั้งยังไม่ใช้เหตุผล
เหรินจี่เฟิงถึงได้ไปหาหรงฉือ ด้วยอยากจะคุยกับเธอดู
นึกถึงท่าทางของหรงฉือที่ไม่ว่าอะไรก็ฟังไม่เข้าหูแล้ว เหรินจี่เฟิงถึงกับส่ายหน้า
“ทางอวี้มั่วซวินน่ะไม่ได้แน่ ทางคุณหรงเองก็หมดหวังไปได้เลย พอพูดแบบนี้แล้ว โครงการของฉางโม่ที่ทางนายอยากได้น่ะ...นับว่าน่าเป็นกังวลจริง ๆ ” เห็นท่าทางติดใจของเหรินจี่เฟิงแล้ว เขาเลยพูดออกไปว่า “คว้ามาไม่ได้ก็ช่างมันปะไร บนโลกนี้ยังมีโครงการที่ทำเงินได้อีกตั้งเยอะตั้งแยะ ใช่ว่าถ้าไม่ใช่ฉางโม่แล้วอะไร ๆ ก็จะไม่ได้สักหน่อย”
เหรินจี่เฟิงส่ายหน้า “ฉันตั้งใจทำความเข้าใจกับโครงการนี้ของฉางโม่แล้ว ฉันสนใจมากจริง ๆ ”
เพราะอย่างนั้นแล้ว ต่อให้เหรินอี้อันไม่ได้พูดอะไร ทว่าหลังจากที่ทำความเข้าใจโครงการนี้แล้ว เขาเองก็อยากเข้าร่วมด้วย
“ก็ได้” เหยาซินปั๋วว่า “งั้นไม่ลองหาวิธีเอาชนะอย่างอื่นดูล่ะ?”
พูดถึงตรงนี้ เหยาซินปั๋วก็มองไปทางจี้ชิงเยว่ที่นั่งอยู่ข้างกัน แล้วกล่าวว่า “ใช่แล้วชิงเยว่ ครั้งก่อนที่พวกเราไปเต้นกัน ไม่ใช่ว่าคุยกันดิบดีแล้วเหรอ? ฉันเห็นท่าทีของเธอที่มีต่อนายดูไม่เลวเลยนี่ เธอไม่ฟังคำพูดของจี่เฟิง นายไม่ลองเป็นคนกลางช่วยพูดให้จี่เฟิงดูสักหน่อยล่ะ ช่วยไกล่เกลี่ยความสัมพันธ์ของพวกเขาดู?”
จี้ชิงเยว่กำลังดื่มชา พอได้ยินเช่นนั้นแล้วถึงกับวางถ้วยชาลง พลางว่า “ฉันกับเธอไม่ได้สนิทอะไรกัน ไม่เหมาะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว
อยากให้ลงวันละ 10 ตอนจะขอบคุณมากค่ะ...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่เราเติมเงินได้เมื่อซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น เราไม่ได้มีเงินมากมายพอทำบัตเครดิตได้ ขอโทษนะคะ...