ขณะที่หรงฉือกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง
ก็เป็นตอนนั้นเองที่โทรศัพท์ของเฟิงถิงเซินดังขึ้นมาอีกครั้ง
น่าจะเป็นโทรศัพท์จากหลินอู๋ เพราะเฟิงถิงเซินเดินออกไปด้านนอก พลางกดรับสายด้วยน้ำเสียงอบอุ่นไปด้วยว่า “อาการไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น ไม่ต้องกังวลมากไปหรอก...”
หลังเฟิงถิงเซินออกไปคุยโทรศัพท์ด้านนอกและกลับเข้ามา เฟิงจิ่งซินก็ตื่นแล้ว
เธอร้องเรียกด้วยน้ำเสียงสะลึมสะลือทันทีที่เห็นหน้าพวกเขา “พ่อ แม่”
หรงฉือกับเฟิงถิงเซินต่างคนต่างขานรับขึ้นพร้อมกัน “อื้อ”
อาจเป็นเพราะปวดหัวอย่างหนัก เฟิงจิ่งซินที่นอนเอนตัวอยู่บนเตียงก็หันไปมองเฟิงถิงเซินที แล้วหันไปมองหรงฉือที เพิ่งตื่นมาได้ไม่นานก็ต้องนอนหลับไปอีกครั้งทั้งที่ขมวดคิ้วเล็ก ๆ น่ารัก ๆ นั่นเพราะความปวด
ด้วยกังวลว่าจะรบกวนการพักผ่อนของเฟิงจิ่งซิน เฟิงถิงเซินกับหรงฉือจึงเงียบลงพักหนึ่งอย่างเป็นที่เข้าใจกัน กระทั่งเฟิงจิ่งซินนอนหลับสนิท เฟิงถิงเซินถึงได้มองหรงฉือ “อยากอยู่ค้าง?”
หรงฉือไม่ได้พูดอะไร แต่การที่เธอนั่งนิ่งไม่ขยับเลยก็แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของเธอแล้ว
เฟิงถิงเซินก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
แต่เขาก็ไม่ได้ปลีกตัวจากไป กลับเดินไปนั่งลงบนโซฟาด้านนั้น
หรงฉือนั่งอยู่ที่เก้าอี้ข้างเตียง ผ่านไปสักพักใหญ่ก็หลับไปโดยไม่รู้ตัว
กระทั่งตอนที่เธอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ท้องฟ้าด้านนอกได้สว่างขึ้นแล้ว
ส่วนเธอในตอนนี้ ก็กำลังนอนอยู่บนเตียงพยาบาลของเฟิงจิ่งซิน
หรงฉือชะงักไปเล็กน้อย
ทั้งที่เมื่อคืนเธอ...
เธอนิ่งไป แล้วมองไปทางโซฟา
เฟิงถิงเซินนอนหลับเอามือเท้าคางอยู่บนโซฟา
ไม่รู้เป็นเพราะเขาเพิ่งตื่นพอดิบพอดี หรือรับรู้ได้ถึงสายตาของเธอกันแน่ เพราะอยู่ ๆ เขาก็ลืมตาขึ้น แล้วสบเข้ากับสายตาของเธอเข้า
หรงฉือมองแล้วเก็บสายตากลับไป ทั้งไม่ได้ถามเขาด้วยว่าเมื่อคืนเขาเป็นคนอุ้มเธอไปนอนบนเตียงใช่ไหม
เฟิงถิงเซินก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้
เขาวางขาลงจากการนั่งไขว่ห้าง มองเธอที่ลุกขึ้นยื่นแล้วว่า “อีกเดี๋ยวจะกลับไปกินข้าวเช้าที่บ้าน หรือจะอยู่กินที่นี่?”
หรงฉือไม่ได้ตอบคำถามเขา
ควรจะทำอะไรอย่างไร เธอมีแผนการของตัวเอง
เฟิงถิงเซินเห็นว่าเธอยังคงเมินเขา ก็ไม่โมโหแต่ก็ไม่ได้ถามอีก
ผ่านไปสักพัก เฟิงจิ่งซินจึงตื่นนอน
ตอนที่หมอเข้ามาตรวจอาการให้เธอ พ่อบ้านกับป้าหลิวก็ถือกล่องข้าวพลางผลักประตูเข้ามา
พอเห็นหรงฉือ พวกเขาต่างเรียกออกไปอย่างพร้อมเพรียงกัน “คุณนาย”
หรงฉือขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินคำเรียกขานแบบนี้ แต่ไม่ได้พูดอะไร
พ่อบ้านกับป้าหลิววางข้าวเช้าไว้บนโต๊ะกาแฟ
เฟิงถิงเซินสั่งให้พวกเขานำข้าวเช้าส่วนของหรงฉือมาด้วย
พ่อบ้านพูดกับหรงฉือว่า “คุณนาย รับข้าวเช้าก่อนสักหน่อยไหมครับ?”
หรงฉือส่ายหน้า จากนั้นก็พูดกับเฟิงจิ่งซินที่กำลังกินมื้อเช้าว่า “แม่กลับบ้านไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวเย็น ๆ จะมาเยี่ยมหนูอีกที”
“ค่ะ” เฟิงจิ่งซินปวดหัวหนัก เลยพูดออกไปอย่างกมดเรี่ยวแรง “แต่แม่ต้องมาเร็ว ๆ หน่อยนะ...”
“จ้ะ”
หลังหรงฉือคว้ากระเป๋าของตัวเองและมองไปทางเฟิงจิ่งซินอีกครั้ง ก็หมุนตัวเดินออกไป
เมื่อกลับถึงบ้าน หลังจากหรงฉืออาบน้ำและกินข้าวเช้าแล้ว จึงไปโรงพยาบาลอีกครั้ง
หรงฉือเพิ่งตื่น สมองยังไม่ทันได้สติดี ผ่านไปสักพัก พอได้สติกลับมา เธอก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางมองไปทางเฟิงถิงเซิน
พ่อบ้านกับป้าหลิวเรียกขานเธอว่าคุณนายจนติดปาก จะลืมเปลี่ยนคำเรียกในทันทีไม่ได้ก็ถือเป็นเรื่องปกติ
แต่เขาล่ะ?
จะมาร่วมวงด้วยทำไมอีก?
ตอนนี้ เฟิงจิ่งซินตื่นแล้ว
หรงฉือจึงไม่ได้หมกมุ่นกับเรื่องนี้อีก
เช้าวันต่อมา สภาพจิตใจของเฟิงจิ่งซินดูกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา อีกทั้งหัวก็ไม่ค่อยปวดแล้วด้วย
หมอเข้ามาตรวจอาการของเธอ จนแน่ใจแล้วว่าเธอไม่ได้มีอาการร้ายแรงอะไร เช้าวันนั้นเฟิงถิงเซินเลยจัดการธุระเรื่องออกจากโรงพยาบาลให้เธอ
แม้ว่าเฟิงจิ่งซินจะไม่ได้มีอาการร้ายแรงอะไร แต่ก็ยังจำเป็นต้องพักฟื้นอีกสองสามวัน
เธอรั้งมือของหรงฉือไว้ “แม่จะไปทำงานอีกแล้วเหรอ? อยู่บ้านเป็นเพื่อนหนูหน่อยไม่ได้เหรอ?”
หรงฉือ “คราวหน้านะ”
ในเมื่อเธอไม่มีเรื่องอะไรต้องทำแล้ว เช่นนั้นหน้าที่ของเธอเองก็หมดแล้วเช่นกัน
ส่วนคฤหาสน์หลังนั้นของเฟิงถิงเซิน เธอจะไม่กลับไปอีกแล้ว
เฟิงจิ่งซิน “ก็ได้...”
เฟิงถิงเซินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ยามนี้เขาถึงได้เอ่ยปากขึ้น “ซินซิน บอกลาแม่ก่อนเร็ว”
เฟิงจิ่งซินโบกมือให้หรงฉือ “ไว้เจอกันค่ะแม่”
“ไว้เจอกัน”
หรงฉือพูดพลางขึ้นรถ แล้วออกไปจากโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว
7เหรียญ อ่านได้กี่ตอน...
จะมีลงต่อมั้ยค่ะ...
อยากให้ลงวันละ 10 ตอนจะขอบคุณมากค่ะ...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่เราเติมเงินได้เมื่อซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น เราไม่ได้มีเงินมากมายพอทำบัตเครดิตได้ ขอโทษนะคะ...