กล่าวจบเขาพูดต่ออีกว่า “หรือว่าพวกเขาไม่รู้อดีตของหรงฉือด้วยซ้ำ?”
ก่อนหน้านี้คนมากมายล้วนนึกว่าหรงฉือกับอวี้มั่วซวินเป็นคู่รักกัน
ตั้งแต่รู้ว่าหรงฉือก็เป็นลูกศิษย์ของหนานจื้อจือ เฮ่อฉางปั่วก็เคยสังเกตสังกาหรงฉือกับอวี้มั่วซวิน เขาพบว่าระหว่างพวกเขาไม่มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว
เขาไม่รู้ว่าคุณนายอวี้พูดเช่นนี้ เพราะหวังให้หรงฉือคบกับอวี้มั่วซวินจริง ๆ หรือเพราะเรื่องอื่นกันแน่
แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามที ด้วยความสำเร็จในปัจจุบันนี้ของหรงฉือ ต่อให้เธอเคยแต่งงานมีลูกแล้วจริง ๆ เธอก็ยังคู่ควรไม่ว่ากับใครทั้งนั้น
เขาตอบ “พวกเขาน่าจะรู้นะ”
ฉีอวี้หมิงลูกตาแทบหลุดจากเบ้า “ถ้าอย่างนั้นทำไมพวกเขาถึงยัง...”
ยังไม่ทันได้พูดจบ เขาก็หยุดชะงักทันควัน คล้ายว่านึกบางอย่างออกแล้ว จึงกล่าวขึ้นมากะทันหันว่า “ดังนั้นหรงฉือชอบอวี้มั่วซวินจริง ๆ เธอหมดรักถิงเซินแล้วงั้นเหรอ?”
ไม่รั้งรอให้เฮ่อฉางปั่วได้พูดจา เขาก็เข้าใจบางอย่างขึ้นมาแล้วจึงกล่าว “มิน่าล่ะ ตอนนั้นที่ถิงเซินจะหย่ากับเธอ เธอถึงได้ดูจิตใจสงบนิ่งขนาดนั้น ถึงขั้นไม่แย่งสิทธิ์ในการเลี้ยงดูซินซินกับถิงเซินด้วยซ้ำ ก่อนหน้านี้ฉันยังนึกว่าเธอรอใช้ไม้ตายอะไรเพื่อรั้งตัวถิงเซินไว้ซะอีก ที่แท้ก็หาคนใหม่ได้แล้วนี่อีก ถ้าเธอได้สิทธิ์ในการเลี้ยงดูซินซินไป อยากแต่งเข้าตระกูลอวี้ เดาว่าก็คงไม่ง่ายขนาดนั้น...”
เฮ่อฉางปั่ว “...”
ตระกูลอวี้สามารถรับเรื่องนี้ของหรงฉือได้ ฉีอวี้หมิงก็ค่อนข้างคาดไม่ถึงอยู่เหมือนกัน
ผ่านไปครู่หนึ่ง เห็นเฟิงถิงเซินเข้ามา เขาอดไม่ได้จึงพูดกับเฟิงถิงเซิน “เมื่อกี้ฉันกับฉางปั่วได้ฟังเนื้อหาที่คุณแม่ของอวี้มั่วซวินพูดกับแขกคนอื่น ฉันฟัง ๆ แล้วเธอน่าจะหมายความว่าเธอเห็นด้วยกับการที่หรงฉือจะเข้ามาในตระกูลอวี้”
“ฉันว่าหลังจากพวกนายหย่ากันไม่นาน หรงฉือก็น่าจะแต่งเข้าตระกูลอวี้เลย”
เฟิงถิงเซินเลิกคิ้วขึ้น ท่าทางราวกับรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก “อ้อ? งั้นเหรอ?”
ฉีอวี้หมิงกล่าว “ฟังจากคำพูดของคุณนายอวี้แล้ว ก็หมายความประมาณนั้นแหละ ไม่เชื่อนายถามฉางปั่วสิ”
เฟิงถิงเซินมองไปยังเฮ่อฉางปั่ว
เฮ่อฉางปั่ว “อืม...”
ฟังจากคำพูดของคุณนายอวี้แล้ว ก็มีความหมายในเชิงนั้นจริง ๆ
เฟิงถิงเซินหัวเราะ พยักหน้า แต่ไม่พูดอะไร
เห็นว่าท่านผู้อาวุโสอวี๋ก็ยังมาแล้ว แต่กลับไม่เห็นเงาร่างของหรงฉือ เฟิงจิ่งซินก็อดไม่ได้จึงเอ่ยถามเช่นนี้ออกมา
เหล่าแขกที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง ต่างก็อยากรู้เหลือเกินว่าคุณแม่ของเฟิงจิ่งซินเป็นใครมาจากไหน
เมื่อได้ฟังดังนั้น คนมากมายรวมถึงพวกเหรินจี่เฟิง ล้วนมองมาด้วยความสงสัยใคร่รู้ว่ามารดาของเฟิงจิ่งซินเป็นสตรีชั้นสูงท่านใด
ท่านผู้อาวุโสอวี๋กล่าวด้วยใบหน้าเปี่ยมเมตตา “ไม่ได้มาด้วยหรอก คุณแม่ของหนูมีธุระ เลยไม่ว่างมาน่ะ”
เฟิงจิ่งซิน “โอเคค่ะ”
ในเมื่อเฟิงจิ่งซินเรียกว่าคุณปู่ทวดอวี๋ แต่ไม่ใช่คุณปู่ทวดเฉย ๆ เธอเรียกอีกฝ่ายโดยพ่วงแซ่ไว้ข้างหลังด้วย แสดงว่าคุณแม่ของเฟิงจิ่งซินไม่น่าจะใช่คนในตระกูลอวี๋
ฟังมาถึงตรงนี้ ทุกคนก็ยังคงไม่ทราบอยู่ดีว่าอดีตภรรยาของเฟิงถิงเซินคือใครกันแน่
ทว่า ได้ยินท่านผู้อาวุโสอวี๋กล่าวมาเช่นนี้ เหล่าผู้ที่ไม่รู้เรื่องราวความเป็นมาอย่างแน่ชัด รวมถึงเหรินจี่เฟิงด้วย ล้วนรู้สึกว่าเฟิงถิงเซินกับแม่ของเฟิงจิ่งซินคงหย่ากันแล้วแน่นอน
เพียงแต่ว่าที่ผ่านมาปกปิดเรื่องการหย่าร้างของพวกเขาไว้ ไม่ได้บอกเฟิงจิ่งซินก็เท่านั้น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว
7เหรียญ อ่านได้กี่ตอน...
จะมีลงต่อมั้ยค่ะ...
อยากให้ลงวันละ 10 ตอนจะขอบคุณมากค่ะ...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่เราเติมเงินได้เมื่อซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น เราไม่ได้มีเงินมากมายพอทำบัตเครดิตได้ ขอโทษนะคะ...