หรงฉือรีบพยักหน้า จากนั้นหันไปพูดกับจี้ชิงเยว่ว่า “ขอโทษด้วยนะคะ ไปกินข้าวกับคุณไม่ได้แล้ว”
จี้ชิงเยว่พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ไม่เป็นไรครับ”
หรงฉือเดินออกไป
จี้ชิงเยว่มองแผ่นหลังของเธอและหนานจื้อจือ จากนั้นก็ไปกินข้าวที่แคนทีนด้วยตนเอง
เขาไม่ได้หยุดพักมาช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้วเช่นกัน
หลังจากที่เจอหรงฉือสองวัน วันหยุดของเขาก็เริ่มต้นอย่างเป็นทางการพอดี
ในสองวันนี้ เขาไม่ได้เจอหรงฉืออีก
เมื่อกลับมาที่บ้าน คนในบ้านไม่รู้ว่าเขาหยุด ต่างยุ่งกับเรื่องของตนเองไม่มีใครอยู่บ้าน
เมื่อรู้ว่าเขากลับมา เหรินจี่เฟิงจึงนัดเขาออกมากินข้าว
ตอนที่กินข้าว เหยาซินปั๋วอดไม่ได้ที่จะเม้าท์มอยกับจี้ชิงเยว่ “คิดไม่ถึงเลยนะว่าคุณหลินคนนั้นจะเป็นคนที่จี่เฟิงชอบ เธอเป็นถึงนักศึกษาปริญญาเอกของเควิน สมิธเชียวนะ เธอไม่ธรรมดาจริง ๆ”
จี้ชิงเยว่ไม่ได้เข้าใจประวัติการพัฒนาแวดวง AI มากนักและไม่รู้จักเควิน สมิธอะไรนั่นด้วย
เหยาซินปั๋วรู้ว่าเขาไม่รู้จักเควิน สมิธ
ก่อนหน้านี้เขาก็ไม่รู้จัก เป็นเพราะไปพึ่งใบบุญของเหรินจี่เฟิง ถึงได้มีความเข้าใจกับเรื่องพวกนี้บ้างแล้วงั้นหรือ?
ที่จริง จี้ชิงเยว่ก็ไม่ได้รู้สึกสนใจหัวข้อสนทนานี้เท่าไรนัก
ทว่าเหมือนเขาจะนึกอะไรได้บางอย่าง จู่ ๆ ก็ถามขึ้นมาว่า “คุณเควิน สมิธท่านนี้กับคุณหนานจื้อจือ ใครมีอิทธิพลมากกว่ากันในแวดวง AI ?”
เรื่องนี้เหยาซินปั๋วก็ไม่รู้เช่นกัน
แต่เหรินจี่เฟิงรู้
“คุณหนาน”
ต้องรู้ว่าในปีนั้น หนานจื้อจือพยายามด้วยตัวคนเดียวจนกลายเป็นคนมากความสามารถที่ประสบความสำเร็จด้านนวัตกรรมในแวดวง AI หลายโปรเจกต์ เขานำทีมพังทลายเทคโนโลยีในแวดวง AI ที่ต่างประเทศปิดกั้นประเทศจีนได้มากมาย ทำให้ยุคสมัยการพัฒนาแวดวง AI ของประเทศจีนได้เปิดศักราชใหม่
เป็นสิ่งที่ต่างชาติหวาดกลัวอย่างยิ่ง
สามารถพูดได้ว่าที่แวดวง AI ประเทศจีนมีการพัฒนาแบบในทุกวันนี้ได้ ล้วนเป็นคุณูปการของหนานจื้อจือ
บางทีเควิน สมิธอาจจะเก่งกาจก็ได้ แต่ระหว่างเขากับหนานจื้อจือยังคงอยู่กันคนละชั้น
ตอนนี้เขาไม่ชอบอวี้มั่วซวิน
แต่หนานจื้อจือก็คือหนานจื้อจือ อวี้มั่วซวินก็คืออวี้มั่วซวิน
เมื่อพูดคุยเรื่องของหนานจื้อจือ เขาก็ไม่อคติเพราะเรื่องของอวี้มั่วซิน
ปกติแล้วหากเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตัวเอง เขาก็จะถามน้อยมาก
วันนี้เขาถามแบบนี้ ที่จริงก็ถือว่าผิดปกติเล็กน้อย
แต่หนานจื้อจือก็เป็นผู้มากความสามารถแนวหน้าของแวดวง AI ในประเทศจริง และพวกเขาทุกคนล้วนรู้จักหนานจื้อจือ ในสถานการณ์แบบนี้ จู่ ๆ จี้ชิงเยว่ถามออกมาแบบนี้ เหรินจี่เฟิงและเหยาซินปั๋วต่างไม่คิดว่ามีอะไรผิดปกติ
หลังจากคุยเรื่องนี้จบ เหรินจี่เฟิงเหมือนจะคิดอะไรได้ จู่ ๆก็กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม “ก่อนหน้าตอนที่ฉันไปกินข้าวกับแม่ฉันและพวกคุณน้า คุณน้าบอกว่ากำลังเฟ้นหาคู่นัดดูตัวให้นายแล้ว นายกลับไปคราวนี้ เกรงว่านายคงปฏิเสธไปนัดดูตัวไม่ได้แล้วล่ะ”
เขาอายุถึงช่วงที่ควรแต่งงานแล้วเช่นกัน ตั้งแต่ต้นปีก่อนเรื่องนี้คนในครอบครัวเริ่มพูดถึงแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว
อยากให้ลงวันละ 10 ตอนจะขอบคุณมากค่ะ...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่เราเติมเงินได้เมื่อซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น เราไม่ได้มีเงินมากมายพอทำบัตเครดิตได้ ขอโทษนะคะ...